5 เทคนิคเขียนเรซูเม่ให้ผ่านระบบ ATS เพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ได้เร็วขึ้น

 เทคนิคเขียนเรซูเม่ให้ผ่านระบบ ATS

หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน คือส่งเรซูเม่สมัครงานไปจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้รับการติดต่อกลับ หรือไม่ได้รับโอกาสเข้าสัมภาษณ์ ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ เรซูเม่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองของระบบ ATS ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่หลายองค์กรใช้เป็นด่านแรกในการคัดเลือกผู้สมัคร

ข้อมูลจาก Resume Genius ระบุว่า ปัจจุบัน ประมาณ 71% ของ HR ใช้ระบบ ATS ในการช่วยคัดกรองเรซูเม่ ระบบนี้ทำงานคล้ายตัวช่วยกรองข้อมูล โดยใช้ AI วิเคราะห์เนื้อหาในเรซูเม่เพื่อดูว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงกับตำแหน่งหรือไม่

น่าสนใจว่าเกือบ 4 ใน 10 ของ HR  ปล่อยให้ระบบ ATS คัดผู้สมัครออกโดยอัตโนมัติ หากไม่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ขณะที่อีกประมาณครึ่งหนึ่งยังคงตรวจสอบเรซูเม่ด้วยตัวเอง แต่ใช้ ATS ช่วยคัดกรองและจัดลำดับผู้สมัครก่อนนำไปพิจารณา นั่นหมายความว่าก่อนที่เรซูเม่ของคุณจะไปถึงสายตาของ HR หรือผู้สัมภาษณ์จริง ๆ มันต้องผ่านการคัดกรองของระบบนี้ก่อน

ทำไมเรซูเม่จำนวนมากถึงถูก ATS คัดออก

การสำรวจของ Resume Genius พบว่า มีเหตุผลสำคัญหลายข้อที่ทำให้เรซูเม่ถูกคัดออกตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ

  • ไม่มีทักษะสำคัญที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครงาน (42%)
  • คุณสมบัติพื้นฐานไม่ตรงกับตำแหน่ง (36%)
  • ประวัติการทำงานไม่ชัดเจนหรือไม่ครบถ้วน (33%)
  • เนื้อหาเรซูเม่ดูทั่วไปหรือเหมือนสร้างด้วย AI มากเกิน (28%)
  • ไม่มีคีย์เวิร์ดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับงาน (28%)

สรุปคือ เรซูเม่ที่ถูกคัดออก เพราะเนื้อหาไม่ได้สะท้อนว่าผู้สมัครตรงกับตำแหน่งที่สมัครจริง ๆ

5 วิธีทำให้เรซูเม่มีโอกาสผ่าน ATS มากขึ้น

1. ปรับเรซูเม่ให้สอดคล้องกับ Job Description

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสอดคล้องระหว่าง เรซูเม่กับรายละเอียดของงาน ผู้สมัครหลายคนมีทักษะที่ตรงกับตำแหน่ง แต่ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในเรซูเม่ ทำให้ระบบ ATS ไม่สามารถตรวจจับได้ วิธีที่ควรทำคืออ่านรายละเอียดของตำแหน่งงานให้ละเอียด แล้วตรวจสอบว่ามีทักษะ เครื่องมือ หรือประสบการณ์ใดที่คุณมีและสามารถใส่ลงในเรซูเม่ได้บ้าง โดยควรใช้คำเดียวกับที่ปรากฏในประกาศงาน เพื่อให้ระบบสามารถจับคีย์เวิร์ดได้

2. สมัครเฉพาะงานที่คุณมีคุณสมบัติตรง

บางคนใช้วิธีสมัครงานจำนวนมาก โดยหวังว่าจะเพิ่มโอกาสได้รับการติดต่อกลับ แต่ในความเป็นจริง วิธีนี้มักไม่ช่วยเพิ่มโอกาสมากเท่าไหร่ เพราะระบบ ATS จะตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัครอย่างรวดเร็ว หากประสบการณ์หรือทักษะไม่ตรงกับตำแหน่ง โอกาสที่จะถูกคัดออกก็สูง

แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือ ควรสมัครเฉพาะตำแหน่งที่คุณมีคุณสมบัติตรงอย่างน้อย ประมาณ 70% ของที่ระบุไว้ในประกาศงาน 

3. เขียนประวัติการทำงานให้ชัดเจน

อีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือ โครงสร้างเรซูเม่ไม่ชัดเจน ทำให้ระบบ ATS ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

สิ่งที่ควรระวังคือการใช้คำที่แปลกหรือสร้างสรรค์เกินไป เพราะอาจทำให้ระบบ ATS ไม่เข้าใจ นอกจากนี้ควรเรียงลำดับประวัติการทำงานให้ชัดเจน ระบุช่วงเวลา ตำแหน่ง และหน้าที่หลักให้ครบถ้วน

4. หลีกเลี่ยงภาษาที่ดูเหมือนสร้างด้วย AI

ปัจจุบันผู้สรรหามักเจอเรซูเม่จำนวนมากที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น ใช้คำทั่วไปที่ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับความสามารถจริง

ตัวอย่างเช่นคำอย่าง

  • ขยันทำงาน
  • ทุ่มเทกับงาน 
  • กระตือรือร้น 

ซึ่งคำเหล่านี้อาจฟังดูดี แต่ไม่ได้สะท้อนผลงานหรือประสบการณ์จริง ๆ ออกมาให้เห็น สิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าคือการเขียนให้เห็นภาพว่า คุณทำอะไรสำเร็จบ้าง เช่น โปรเจกต์ที่เคยทำ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หรือทักษะที่ใช้ในการทำงาน

5. ใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสายงาน

คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งที่ช่วยให้ระบบ ATS เข้าใจว่าเรซูเม่ของคุณเกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นมากน้อยแค่ไหน การใส่คีย์เวิร์ดเหล่านี้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ระบบมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์ของคุณกับตำแหน่งที่สมัคร

ก่อนจะถึงมือ HR เรซูเม่ต้องผ่าน AI ก่อน

ทุกวันนี้ การสมัครงานไม่ได้แข่งขันแค่กับผู้สมัครคนอื่นเท่านั้น แต่ยังต้องผ่านระบบคัดกรองอัตโนมัติก่อนด้วย

หากเรซูเม่สามารถสื่อสารได้ชัดเจนว่า

  • มีทักษะตรงกับตำแหน่ง
  • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
  • ใช้โครงสร้างที่ระบบอ่านได้ง่าย โอกาสที่จะผ่าน ATS และถูกนำไปพิจารณาก็จะเพิ่มขึ้น

อ้างอิง: forbes

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก ‘False Alignment’ ภาวะที่ทุกคนคิดว่าเห็นตรงกัน กับดักที่ทำให้องค์กรไปไม่ถึงเป้าหมาย

งานวิจัย BCG พบว่ากว่า 70% ขององค์กรเปลี่ยนผ่านไม่สำเร็จ ต้นตออยู่ที่ทีมผู้บริหารที่ทำตัวเหมือนเห็นตรงกันทั้งที่ไม่เคยตกลงกันจริง บทความ HBR อธิบายสามสาเหตุของภาพลวงนี้ พร้อมห้าขั้...

Responsive image

ถอดโมเดลจุฬาฯ เปลี่ยนมหาวิทยาลัยเป็น Sandbox เปิดพื้นที่ให้นิสิตสร้าง Startup

ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยอาจไม่ใช่แค่สถานที่เรียนจบเพื่อเอาใบปริญญา แต่กำลังกลายเป็นสนามซ้อมให้ได้ลองทำธุรกิจตั้งแต่ยังเรียนอยู่...

Responsive image

5Tสูตรระดมทุนจากสตาร์ตอัปไทย VisionLab ที่คว้าเงินกว่า 6 ล้าน USD จาก Silicon Valley

เงินทุนกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐอาจเป็นรอบระดมทุนขนาดใหญ่ในสายตาสตาร์ทอัพไทย ทว่าใน Silicon Valley ตัวเลขนี้ยังถือเป็นเพียงรอบเล็ก ๆ สำหรับ ธนชาติ (เจมส์) คุจารีวณิช ผู้ร่วมก่อตั้งแล...