
หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน คือส่งเรซูเม่สมัครงานไปจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้รับการติดต่อกลับ หรือไม่ได้รับโอกาสเข้าสัมภาษณ์ ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ เรซูเม่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองของระบบ ATS ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่หลายองค์กรใช้เป็นด่านแรกในการคัดเลือกผู้สมัคร
ข้อมูลจาก Resume Genius ระบุว่า ปัจจุบัน ประมาณ 71% ของ HR ใช้ระบบ ATS ในการช่วยคัดกรองเรซูเม่ ระบบนี้ทำงานคล้ายตัวช่วยกรองข้อมูล โดยใช้ AI วิเคราะห์เนื้อหาในเรซูเม่เพื่อดูว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงกับตำแหน่งหรือไม่
น่าสนใจว่าเกือบ 4 ใน 10 ของ HR ปล่อยให้ระบบ ATS คัดผู้สมัครออกโดยอัตโนมัติ หากไม่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ขณะที่อีกประมาณครึ่งหนึ่งยังคงตรวจสอบเรซูเม่ด้วยตัวเอง แต่ใช้ ATS ช่วยคัดกรองและจัดลำดับผู้สมัครก่อนนำไปพิจารณา นั่นหมายความว่าก่อนที่เรซูเม่ของคุณจะไปถึงสายตาของ HR หรือผู้สัมภาษณ์จริง ๆ มันต้องผ่านการคัดกรองของระบบนี้ก่อน
การสำรวจของ Resume Genius พบว่า มีเหตุผลสำคัญหลายข้อที่ทำให้เรซูเม่ถูกคัดออกตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ
สรุปคือ เรซูเม่ที่ถูกคัดออก เพราะเนื้อหาไม่ได้สะท้อนว่าผู้สมัครตรงกับตำแหน่งที่สมัครจริง ๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสอดคล้องระหว่าง เรซูเม่กับรายละเอียดของงาน ผู้สมัครหลายคนมีทักษะที่ตรงกับตำแหน่ง แต่ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในเรซูเม่ ทำให้ระบบ ATS ไม่สามารถตรวจจับได้ วิธีที่ควรทำคืออ่านรายละเอียดของตำแหน่งงานให้ละเอียด แล้วตรวจสอบว่ามีทักษะ เครื่องมือ หรือประสบการณ์ใดที่คุณมีและสามารถใส่ลงในเรซูเม่ได้บ้าง โดยควรใช้คำเดียวกับที่ปรากฏในประกาศงาน เพื่อให้ระบบสามารถจับคีย์เวิร์ดได้
บางคนใช้วิธีสมัครงานจำนวนมาก โดยหวังว่าจะเพิ่มโอกาสได้รับการติดต่อกลับ แต่ในความเป็นจริง วิธีนี้มักไม่ช่วยเพิ่มโอกาสมากเท่าไหร่ เพราะระบบ ATS จะตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัครอย่างรวดเร็ว หากประสบการณ์หรือทักษะไม่ตรงกับตำแหน่ง โอกาสที่จะถูกคัดออกก็สูง
แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือ ควรสมัครเฉพาะตำแหน่งที่คุณมีคุณสมบัติตรงอย่างน้อย ประมาณ 70% ของที่ระบุไว้ในประกาศงาน
อีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือ โครงสร้างเรซูเม่ไม่ชัดเจน ทำให้ระบบ ATS ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
สิ่งที่ควรระวังคือการใช้คำที่แปลกหรือสร้างสรรค์เกินไป เพราะอาจทำให้ระบบ ATS ไม่เข้าใจ นอกจากนี้ควรเรียงลำดับประวัติการทำงานให้ชัดเจน ระบุช่วงเวลา ตำแหน่ง และหน้าที่หลักให้ครบถ้วน
ปัจจุบันผู้สรรหามักเจอเรซูเม่จำนวนมากที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น ใช้คำทั่วไปที่ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับความสามารถจริง
ตัวอย่างเช่นคำอย่าง
ซึ่งคำเหล่านี้อาจฟังดูดี แต่ไม่ได้สะท้อนผลงานหรือประสบการณ์จริง ๆ ออกมาให้เห็น สิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าคือการเขียนให้เห็นภาพว่า คุณทำอะไรสำเร็จบ้าง เช่น โปรเจกต์ที่เคยทำ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หรือทักษะที่ใช้ในการทำงาน
คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งที่ช่วยให้ระบบ ATS เข้าใจว่าเรซูเม่ของคุณเกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นมากน้อยแค่ไหน การใส่คีย์เวิร์ดเหล่านี้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ระบบมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์ของคุณกับตำแหน่งที่สมัคร
ทุกวันนี้ การสมัครงานไม่ได้แข่งขันแค่กับผู้สมัครคนอื่นเท่านั้น แต่ยังต้องผ่านระบบคัดกรองอัตโนมัติก่อนด้วย
หากเรซูเม่สามารถสื่อสารได้ชัดเจนว่า
อ้างอิง: forbes
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด