5 วิธีการปรับตัวของ Gen Z เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน | Techsauce

5 วิธีการปรับตัวของ Gen Z เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน

ปี 2022 เป็นปีของ Gen Z ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนตลาดแรงงานซึ่งสามารถเพิ่มอัตราการแข่งขันในตลาดแรงงานมากขึ้น คน Gen Z เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีในระดับที่สร้างอาชีพได้ ซึ่งทำให้การทำงานร่วมกับคนรุ่นก่อนหน้าเกิดช่องว่างระหว่างวัยค่อนข้างกว้าง และอาจจะมีรูปแบบการทำงานที่ต่างกัน

Gen Z คือ คนที่เกิดหลังจากปี ค.ศ. 1995 หรือปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา เด็กๆ กลุ่ม Gen Z นี้จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยี และเรียนรู้ได้เร็ว คนกลุ่ม Gen Z เป็นประชากรกลุ่มอายุน้อยที่สุดและมีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง 

เมื่อ Gen Z ก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานจะมีปัจจัยหลายอย่างที่สำคัญซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเข้าทำงาน ทั้งความชื่นชอบในสายงาน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ความก้าวหน้าขององค์กร ฯลฯ และเมื่อตัดสินใจก้าวเข้าสู่องค์กรเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคน Gen Z  คือ การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับบุคคลและวัฒนธรรมขององค์กร

1.ลดความมั่นใจ

เนื่องจาก Gen Z เป็นคนที่มีความมั่นใจค่อนข้างสูง ทั้งด้านเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายโปรแกรม หรือมีจุดเด่นด้านหน้าตาและการทำกิจกรรมที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะทำให้กลายเป็นจุดสนใจ แม้เราจะมีดีแต่ก็ไม่ควรนำเสนอตัวเองมากจนเกินไป ทุกอย่างควรแสดงออกแต่พอดี และเนื่องจากในองค์กรมีคนอยู่มากมาย ต่างคนต่างถิ่น ต่างที่มา ส่งผลให้ทุกคนมีความคิดเห็นที่ต่างกัน จึงต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของที่ทำงานเป็นหลัก เพื่อการวางตัวที่ถูกต้อง

2.ลดเวลาเล่น

คนที่เกิดในยุคของ Gen Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ทำให้คนยุคนี้ส่วนใหญ่จะติดโซเชียลมีเดีย และบางครั้งก็ไม่ค่อยมีสมาธิต่องานที่ทำ เพราะสมาธิผูกติดอยู่กับโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ทำให้งานที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่หวัง และยังทำให้เสียเวลาที่จะต้องมานั่งแก้ไขงาน หรืออาจจะทำให้งานเสร็จไม่ทันเวลาที่กำหนด ถึงแม้ว่าการเล่นโซเชียลเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เราได้รู้ทันข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ แต่หากเข้าสู่โหมดของการทำงานจะต้องมีสมาธิจดจ่อกับงานเพื่อให้งานที่ทำออกมามีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบกับองค์กร

3.สร้างสัมพันธ์ลดช่องว่างระหว่างวัย

การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในองค์กรส่งผลให้หลายสิ่งหลายอย่างพัฒนาดีขึ้นได้ ดังนั้นการพูดคุยและสื่อสารที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ การจะทำให้สิ่งที่เราแสดงออกชัดเจน และมีประสิทธิภาพ จะต้องมีการใช้ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา เพราะทั้งภาษาพูด และภาษากายจะทำให้เกิดความเข้าใจกันและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะเป็นการทำงานกับคนต่าง Generation กัน หากมีการพูดคุยก็จะทำให้ทุกอย่างเข้าใจกันได้มากขึ้น

4.เพิ่มความเย็น สร้างความอดทน

เนื่องจากคน Gen Z เป็นคนใจร้อน ทำอะไรได้รวดเร็วแต่บางครั้งกลับมีความอดทนต่ำ คน Generation นี้จะมองว่าหากสามารถทำงานอยู่ที่ใดได้ถึง 2 ปี ก็เป็นอายุงานที่นานมาก ทำให้อัตราการเปลี่ยนงานเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องการความก้าวหน้าที่รวดเร็ว ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนงานจะเป็นการได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง แต่ก็ยังถือเป็นการเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ ผู้คนใหม่ วัฒนธรรมในองค์กรใหม่ หากจะต้องนับหนึ่งทุกๆ 2 ปีความมั่นคงทางอาชีพอาจจะเลือนราง จึงต้องอาศัยความอดทนที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จหรือที่เรียกว่า “ช้าๆได้พร้าเล่มงาม”

5.ไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว

Gen Z เติบโตมาพร้อมความสะดวกสบาย ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างในโลกยุคใหม่ ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน แต่เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน และยังไม่มีประสบการณ์ จึงต้องได้รับความรู้การทำงานจากคนที่มีประสบการณ์ จึงต้องปรับตัวให้เหมือนน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว โดยที่น้ำเป็นตัวแทนของความรู้ใหม่ๆ และสามารถเติมลงไปได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านการทำงาน 

อ้างอิง : Genz Man Power

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

5 เทคนิคการเขียน Journal ที่ช่วยพัฒนาทักษะของผู้นำ

บทความนี้ Techsauce จึงจะพามารู้จักกับ 5 แนวทางเพื่อพัฒนาทักษะผู้นำผ่านการเขียน Journal...

Responsive image

เรียนรู้ไว คิดนวัตกรรมได้ เข้าใจเทคโนโลยี 3 skills แห่งยุค ตอบโจทย์ตลาดงานศตวรรษ 21

รวมทักษะสำคัญที่ต้องมีสำหรับการหางานในวันนี้และอนาคต โดยคุณวิน โอชวิน จิรโสตติกุล CEO & Founder ของ FutureSkill ในงาน Future Trends Ahead Summit 2024...

Responsive image

Gen Z จะทำธุรกิจเก่งกว่ารุ่นพ่อแม่ เพราะ 4 เหตุผลสำคัญ

วิจัยล่าสุดพบว่า Gen Z ถึง 50% ไม่อยากทำงานประจำ แต่ต้องการสร้างธุรกิจของตัวเอง และมีแนวโน้มที่จะทำธุรกิจได้ดีกว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ !...