บทเรียนความสำเร็จจาก มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก 20 ปีที่ Meta ผ่านมุมมองผู้บริหารคนสนิท

Naomi Gleit ผู้บริหารระดับสูงของ Meta และพนักงานรุ่นบุกเบิกของบริษัท ได้มาเปิดเผยประสบการณ์การทำงานกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta ที่ยาวนานเกือบ 20 ปีในพอดแคสต์ชื่อดัง "Lenny's Podcast" เธอเผยว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากมาร์กมากที่สุดคือ การโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้ และยกย่องมาร์กว่าเป็นคนที่ "ชอบเรียนรู้มากกว่าชอบอวดรู้"

บทเรียนความสำเร็จจาก มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก 20 ปีที่ Meta ผ่านมุมมองผู้บริหารคนสนิท

Gleit เล่าว่า มาร์กเป็นคนที่ชอบท้าทายตัวเองอยู่เสมอ อย่างเช่นครั้งหนึ่งที่เขาเคยตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนภาษาจีนกลางให้ได้ ภายในเวลาเพียงแค่ปีเดียว เขาก็สามารถทำสำเร็จจนพูดได้คล่องแคล่วเทียบเท่าเด็กมัธยมปลาย 

นอกจากนี้กลิตยังได้เรียนรู้ "4 กฎเหล็กการใช้ชีวิต" หรือ เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ฉบับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กที่เคยสอนเด็กๆ ในคลาสธุรกิจเมื่อ 10 ปีก่อน คือ 

  1. รักตัวเองก่อน
  2. เมื่อรักตัวเองแล้ว ถึงจะดูแลคนอื่นได้ดี
  3. โฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้
  4. เมื่อตัดสินใจแล้ว อย่าล้มเลิกง่ายๆ

Gleit บอกว่า "มาร์กมีคุณสมบัติข้อที่ 4 เยอะมาก ซึ่งมันก็เข้ากับตัวเขามาก แต่สำหรับเธอเอง ข้อ 3 ที่ว่า "โฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้" เป็นสิ่งที่ยากที่สุด เพราะเธอมักจะคิดว่าตัวเองคุมทุกอย่างได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง

วัฒนธรรม ของ Meta คือการรับฟังความคิดเห็น

Gleit ยังเผยว่า Meta ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นมากๆ โดยมาร์กสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนกล้าให้ Feedback กับเขาได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่เว้นแม้แต่ทีมผู้บริหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ Zuckerberg พยายามรักษาไว้ แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง และร่ำรวยมากขึ้นก็ตาม กลิตบอกว่า "คนดังหรือคนรวย มักจะไม่มีใครกล้าพูดความจริงด้วย แต่ทีม Meta พยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนกล้าพูดตรงๆ"

Andrew Bosworth เป็น CTO ของ Meta ก็เคยเล่าว่า มาร์กมักจะ "บอกว่าคุณคิดผิด" ก่อนจะถามความเห็นคนอื่น เพื่อ "ทดสอบไอเดีย" แต่สุดท้ายเขามักจะนำ Feedback เหล่านั้นไปปรับปรุง  

ตรงไปตรงมา คือการให้ Feedback ฉบับมาร์ก

มาร์กขึ้นชื่อเรื่องการให้ Feedback ที่ตรงไปตรงมา ไม่มีการอ้อมค้อม เขาเคยบอกในการประชุม Town Hall ว่า "มีพนักงานหลายคนที่จริงๆ แล้วไม่ควรอยู่ที่นี่" และหลังจากนั้น Meta ก็ให้คะแนนประเมินผลงานแบบตรงไปตรงมากับพนักงานหลายพันคน จนนำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตามมาร์กก็ยอมรับว่า บางครั้งเขาก็เสียใจที่ยอมรับมุมมองของคนอื่นมากเกินไป โดยเฉพาะในเรื่องที่เขาไม่ได้ทำผิด เขายังบอกว่า "เมื่อก่อนผมอาจจะดูเงอะงะและการได้รับ Feedback แย่ๆ ทำให้ผมต้องระวังตัวมากขึ้น แต่ตอนนี้ผมเริ่มสบายใจที่จะเป็นตัวเองมากขึ้นแล้ว"

Naomi Gleit ได้เปิดมุมมองให้เห็นถึงตัวตนของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ทั้งในฐานะผู้นำที่พร้อมเรียนรู้และรับฟังความคิดเห็น รวมถึงการให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมที่ทุกคนกล้าพูดตรงๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Meta เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ เรื่องราวของมาร์กยังเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่า การโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้ และไม่ยอมแพ้ต่อความท้าทาย เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

อ้างอิง: businessinsider

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะลึกสตาร์ทอัพ ‘Mercor’ จ้างหมอ-ทนาย ป้อนความรู้ให้ AI แต่อาจกำลังช่วยสร้าง AI มาแย่งงานตัวเอง?

Mercor สตาร์ทอัพจากผู้ก่อตั้ง Thiel Fellow วัย 22 ปี จ่ายเงินวันละ 2 ล้านดอลลาร์ให้หมอ ทนาย นักข่าว สอน AI ให้ OpenAI, Anthropic และ Meta เปิดคำถามจริยธรรมกลางคลื่นแทนที่อาชีพปกคอข...

Responsive image

บทเรียนรักษาไฟในใจฉบับ Steve Jobs ความสำเร็จ ต้องเคยถูกวิจารณ์ อดทน ทำต่อ แม้วันที่ไม่มีใครชม

เรียนรู้วิชายืนระยะจาก Steve Jobs: ทำไมความรักในงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจ แต่คือความอึดที่จะช่วยให้คุณไม่หมดไฟ แม้ในวันที่โลกไม่มีเสียงตบมือให้คุณ...

Responsive image

5 ทักษะแห่งอนาคตที่ CEO LinkedIn บอกว่าคุณต้องมี ถ้าไม่อยากให้ AI แย่งงานในปี 2026

โลกการทำงานตอนนี้โดน AI ป่วนไปหมด หลายคนเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ว่าตัวเองจะตกงานหรือโดนแย่งงานไหม แต่ Ryan Roslansky ซีอีโอของ LinkedIn ออกมาบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน เพราะถึง AI จะเก่งแค่ไหน มน...