
John Ternus ว่าที่ซีอีโอคนใหม่ของ Apple ที่เตรียมจะรับตำแหน่งในวันที่ 1 กันยายนนี้ ได้ฝากคำแนะนำถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกการทำงานว่า ‘ความสำเร็จไม่ได้เริ่มจากเทคนิคซับซ้อนหรือสูตรลับอะไรเป็นพิเศษ แต่เริ่มมาจากการใส่ใจในงานที่ตัวเองทำอย่างจริงจัง’
โดยเขาได้เล่าย้อนไปถึงประสบการณ์ตรงสมัยที่เริ่มทำงานกับ Apple ใหม่ๆ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้กลายมาเป็นบทเรียนสำคัญที่หล่อหลอมวิธีคิดในการทำงานของเขามาจนถึงทุกวันนี้
ตอนที่ John Ternus ยังเป็นวิศวกรหนุ่ม เขาได้รับหน้าที่คุมงานออกแบบจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นแรกๆ ของบริษัท หลังจากทีมงานทุ่มเทเวลากันนานหลายเดือนซัพพลายเออร์ก็ส่งสินค้าตัวอย่างมาให้ตรวจสอบ แต่ดันมีจุดผิดพลาดโผล่มา นั่นคือฝาหลังของจอมีร่อง 35 ร่อง ทั้งที่สเปกกำหนดไว้แค่ 25 ร่อง
ซึ่งความผิดพลาดนี้เล็กน้อยมากจนลูกค้าทั่วไปน่าจะไม่มีทางสังเกตเห็นด้วยซ้ำ แต่สำหรับเขามันไม่ใช่เรื่องเล็ก ซึ่งได้เล่าต่อว่าตอนนั้นเขาถึงกับถามตัวเองว่า ‘กำลังซีเรียสเกินไปหรือเปล่า’ แต่สุดท้ายเขาก็คิดได้ว่าถ้าเราใช้เวลาทำงานชิ้นนี้มานานหลายเดือนมาก ๆ เราก็ควรทำให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขามองว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ลูกค้าจะเห็นหรือไม่เห็น แต่อยู่ที่ตัวเขาเองรู้ว่างานนั้นยังไม่ใช่เวอร์ชันที่ดีที่สุด
ตอนที่เขาไปขึ้นพูดในงานรับปริญญาของมหาวิทยาลัย University of Pennsylvania เมื่อปี 2024 เขาบอกกับบัณฑิตว่า ‘ความตั้งใจที่ใส่ลงไปในงานสำคัญกว่าที่คิด’
เขายอมรับว่าการทุ่มเทและใส่ใจรายละเอียดกับงานขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเครียด ต้องเสียสละ และบางครั้งก็เหนื่อยมาก แต่เขาเชื่อว่ามันคุ้มค่า เพราะเวลาของคนเรามีจำกัด ถ้าต้องใช้เวลาชีวิตไปกับอะไรสักอย่าง ก็ควรทำมันให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ
อีกเรื่องที่เขาให้ความสำคัญคือการทำงานกับคนอื่น โดยสอนให้เราเชื่อมั่นว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่าใคร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมความถ่อมตัว และอย่าเผลอคิดไปว่าเรารู้ทุกเรื่องเท่ากับคนรอบข้าง
แนวคิดนี้จะทำให้เรามีความมั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความถ่อมตัวที่จะตั้งคำถามและเรียนรู้เพิ่มเติม ตอนที่เขาเข้าร่วมงานกับ Apple ในปี 2001 ด้วยวัย 26 ปี เขาถูกรายล้อมไปด้วยคนเก่งๆ ที่มีความมั่นใจสูง จนบางครั้งรู้สึกไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับที่นี่หรือไม่ แต่แทนที่จะกลัว ถอยหนี หรือรู้สึกด้อยกว่า เขากลับเลือกที่จะเข้าไปถาม เลือกที่จะเรียนรู้ และมองว่าความเก่งของคนอื่นคือข้อได้เปรียบ เขาบอกว่าการไม่กลัวที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ คือหนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้เขาเติบโตที่สุด
นอกจากนี้ เขายังทิ้งท้ายกับคนรุ่นใหม่ว่าควรใช้เวลาไปกับการพัฒนาทักษะในสิ่งที่ตัวเองสนใจ และเลือกทำในสิ่งที่ตอบโจทย์คุณค่าในชีวิต ก่อนจะปิดจบด้วยโควตคลาสสิกของ สตีฟ จ็อบส์ ที่ปลุกใจให้ทุกคน ‘ออกไปสร้างรอยบุบให้กับจักรวาล’ ซึ่งหมายถึงการออกไปสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้
ท้ายที่สุดแล้ว คำแนะนำของว่าที่ซีอีโอ Apple คนนี้ ทำให้เราเห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้มีสูตรลับอะไรซับซ้อนเลย แต่มันเริ่มต้นง่ายๆ จากการลงมือทำอย่างตั้งใจ ใส่ใจในรายละเอียดแม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ กล้ายอมรับว่าตัวเองไม่ได้รู้ทุกเรื่อง และไม่อายที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
อ้างอิง: inc
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด