ส่องโมเดลปั้นสตาร์ทอัพ Tsinghua x-lab ที่ทำงานมา 13 ปีโดยไม่แสวงหากำไร ไม่ขอแบ่งหุ้น แต่ปั้นโตจนเป็นยูนิคอร์น

โลกของ Accelerator มีเจ้าหนึ่งที่ชื่อว่า Tsinghua x-lab พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมภายใต้คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการของมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua SEM) ที่เปิดตัวมาด้วยหลักการที่ดูแปลกจาก Accelerator ทั่วโลก 

ไม่มีหุ้น ไม่มี royalty ไม่มีส่วนแบ่งรายได้ ไม่มีแม้แต่เงื่อนไขว่าสตาร์ทอัพเหล่านั้นต้องกลับมา

ปี 2013 ทีมนักศึกษากลุ่มแรก ๆ เดินเข้ามาที่ Tsinghua SEM พร้อมไอเดียที่ยังไม่ครบ แผนธุรกิจยังเต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า แต่ความกระหายที่จะเปลี่ยนโลกชัดมาก

Dr. Xiuqing Hao นักเศรษฐศาสตร์ด้าน Technological Economics รู้ดีกว่าใครว่าถ้าหนึ่งในทีมเหล่านั้นกลายเป็น Unicorn หุ้น 5% ที่ขอตอนนั้นอาจมีมูลค่าเกินจินตนาการ แต่ x-lab ไม่เคยขอ

13 ปีต่อมา สตาร์ทอัพที่ผ่านมือ x-lab ระดมทุนรวมกันได้มากกว่า 1.8 หมื่นล้านหยวน โดยที่ x-lab ไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทใดเลย Dr. Hao คือคนที่ขับเคลื่อนโมเดลดังกล่าว

พูดอีกมุมคือ การไม่เอาอะไรเลยสามารถสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนได้

Techsauce ชวนทุกคนไปรู้จักเรื่องราวของ x-lab และ Dr.Xiuqing Hao หนึ่งใน Speaker ที่จะมาร่วมงาน Techsauce Global Summit 2026 ในครั้งนี้

x-lab คืออะไร

Tsinghua x-lab คือพื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ที่ทำงานแบบไม่แสวงกำไร เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2013 เพื่อเป็นพื้นที่ให้นักศึกษา ศิษย์เก่า และอาจารย์ของชิงหัวเข้ามาทดลองไอเดีย ก่อนจะพัฒนาเป็นธุรกิจจริง โดยมีรัฐบาลกรุงปักกิ่งรับรองให้เป็น 'Maker Space' แห่งแรกในระดับมหาวิทยาลัย

ชื่อ x-lab สะท้อนถึงแนวคิดของผู้ก่อตั้งเอาไว้อย่างชัดเจน

  • ตัว 'x' หมายถึงการสำรวจสิ่งที่ยังไม่รู้และการทำงานข้ามสาขาวิชา 
  • 'lab' หมายถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงผ่านพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตรใน Jianhua Building ของ Tsinghua SEM ซึ่งเปิดฟรีสำหรับทุกทีม ไม่มีค่าเช่า ไม่มีเงื่อนไข แค่เอาไอเดียมา

ใน 12 ปีที่ผ่านมา มีโครงการที่เข้าร่วมมากกว่า 2,600 ทีม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสะสมกว่า 88,000 คน และสตาร์ทอัพจากระบบนิเวศนี้ระดมทุนรวมกันได้มากกว่า 1.8 หมื่นล้านหยวน ตัวเลขเหล่านั้นทั้งหมด x-lab ไม่ได้ถือหุ้นแม้แต่รายเดียว

ทำไมการไม่ถือหุ้น จึงเป็นกลยุทธ์ที่ได้ใจสตาร์ทอัพ

ลองนึกภาพทีมสตาร์ทอัพ ที่กำลังจะนัดประชุมกับองค์กรที่ช่วยบ่มเพาะ ถ้าองค์กรนั้นถือหุ้นในบริษัทอยู่สัก 7% ทุกคำพูดในห้องนั้นมีผลต่อธุรกิจของสตาร์ทอัพหมด

Y Combinator ซึ่งเป็นเครือข่าย Accelerator ชื่อดังจากซิลิคอนแวลลีย์ที่บ่มเพาะ Airbnb, Stripe และ Dropbox ใช้ดีลมาตรฐานที่ลงทุน 500,000 ดอลลาร์ต่อบริษัทแลกกับหุ้น 7% Techstars ลงทุน 220,000 ดอลลาร์แลกกับหุ้น 5% นั่นคือโมเดลที่ตลาดมองว่าสมเหตุสมผล

แต่สิ่งที่ Tsinghua x-lab ทำคือเลือกทางเดินตรงกันข้าม

เมื่อ x-lab ไม่ถือหุ้น ทีมสามารถคุยกันได้โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องผลตอบแทนมาแทรก พูดตรงไปตรงมาเรื่องปัญหาที่แท้จริงโดยไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะถูกนำไปใช้ต่อรองมูลค่าบริษัท (valuation) หรือตั้งเงื่อนไขในรอบระดมทุนถัดไป 

x-lab เรียกหลักการนี้ว่า 'Public Welfare principle' หรือแนวคิดสาธารณประโยชน์ เป้าหมายคือช่วยให้ทีมผ่านพ้น 'Death Valley' หรือช่วงวิกฤตก่อนที่ธุรกิจจะตั้งตัวได้ ไม่ใช่สร้างพอร์ตโฟลิโอเพื่อผลตอบแทนของนักลงทุน

ยิ่งไปกว่านั้น โมเดลนี้ยังทำให้ x-lab เข้าถึงกลุ่ม talent ได้เร็วกว่า Accelerator ทั่วไปที่มักดึงได้เฉพาะทีมที่ตั้งใจระดมทุนอยู่แล้ว เพราะทีมที่ยังไม่แน่ใจว่าอยากทำธุรกิจต่อไปดีไหม สามารถมาทดลองไอเดียใน x-lab ได้ในช่วงที่ไอเดียยังไม่กลายเป็นบริษัท 

ทีมที่เติบโตจาก x-lab บางทีมกลายเป็นสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่ง บางทีมไม่ไปต่อ แต่สิ่งที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้คือ ประสบการณ์และการทดลองทำที่หาได้ยาก

แต่แนวคิดการไม่ถือหุ้นจะเป็นได้แค่จุดยืนเท่านั้น หาก x-lab ไม่มีบางอย่างที่สตาร์ทอัพต้องการจริง ๆ สิ่งนั้นคือเครือข่าย และ Dr. Hao คือคนที่ทำให้เครือข่ายนั้นกลายเป็นทรัพยากร

คนให้โดยไม่หวังอะไร คือคนที่รู้ลึกกว่าใคร

ก่อนที่ Dr. Hao จะเข้ามารับตำแหน่ง Director เพื่อนำทัพ x-lab เธอได้สั่งสมประสบการณ์กว่า 10 ปีในฐานะ Executive Director ของ Finance MBA ที่ Tsinghua SEM ซึ่งทำให้เธอมีเครือข่าย และคอนเนคชันที่แข็งแกร่งกับสถาบันการเงินชั้นนำและรัฐวิสาหกิจ

เธอรู้ว่าใครมีเงิน ใครมีอำนาจตัดสินใจ และใครจะรับโทรศัพท์เมื่อมีทีมสตาร์ทอัพโทรมา

สิ่งที่ Dr. Hao ส่งต่อให้สตาร์ทอัพจึงไม่ใช่เงินลงทุน แต่เป็นเครือข่ายที่ใช้งานได้จริง สตาร์ทอัพได้รับคำปรึกษาจากศิษย์เก่าชิงหัวกว่า 100 คน เชื่อมต่อกับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อขอเงินอุดหนุนโครงการ และทดสอบผลิตภัณฑ์กับองค์กรขนาดใหญ่กว่า 200 แห่ง ทั้ง BMW, Nestlé, BASF และ Midea

Dr. Hao จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์เทคโนโลยีจากชิงหัว ปริญญาโทด้าน Development Studies จาก London School of Economics และ MBA ผ่านโครงการความร่วมมือ Tsinghua-MIT ใบปริญญาของเธอ ก็คือโครงข่ายความสัมพันธ์ที่ข้ามทวีป ซึ่งเธอนำมาเปิดให้ สตาร์ทอัพใช้โดยตรง

Dr. Hao ยังผลักดัน x-lab ให้ขยายออกไปในระดับนานาชาติ โดยสร้างพันธมิตรกับ 24 มหาวิทยาลัยและองค์กรชั้นนำทั่วโลก รวมถึง MIT, National University of Singapore และ Technical University of Munich (TUM) 

โครงการ TIE² (TUM Tsinghua International Innovation Entrepreneurship Exchange) ที่เปิดตัวปี 2016 เป็นหนึ่งในผลของพันธมิตรนั้น โดยส่งสตาร์ทอัพ จาก x-lab ไปทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพในมิวนิกโดยตรง

ในปี 2016 สามปีหลังจาก x-lab เปิดตัว มีรายงานว่า ทีมจาก x-lab ได้รับเงินลงทุนแล้ว 107 กลุ่ม ระดมทุนรวม 700 ล้านหยวน ตัวเลขนั้นขยายตัวมากกว่า 25 เท่าใน 10 ปีถัดมา

ตลอดช่วงเวลานั้น x-lab บ่มเพาะทีมกว่า 2,600 กลุ่ม จนกลายเป็นสตาร์ทอัพจริงมากกว่า 900 บริษัท ในจำนวนนี้มี 260 บริษัทได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนภายนอก คิดเป็นอัตราความสำเร็จ 29% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่อยู่ราว 10-20%

มีเรื่องหนึ่งของสตาร์ทอัพที่น่าสนใจชื่อว่า Bluepha ในเดือนพฤศจิกายน 2014 นักศึกษาปริญญาเอกสองคนจากชิงหัวและปักกิ่งเดินเข้ามาใน x-lab พร้อมไอเดียเรื่องพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้จาก synthetic biology 

ห้าเดือนต่อมา ทีมนี้ชนะ Tsinghua President's Cup หลังจากนั้นไม่นานก็จดทะเบียนเป็นบริษัท และในปี 2021 ปิด Series B ด้วยเงิน 200 ล้านหยวน ซึ่งเป็นรอบ Series B ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม synthetic biology ของจีนในขณะนั้น ตัดภาพมาวันนี้ Bluepha มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว

เส้นทางจากนักศึกษาด็อกเตอร์ที่มีแค่ไอเดีย ไปจนถึงวันที่ก้าวขึ้นเป็น Unicorn ในเวลา 7 ปี ไม่มีตอนไหนที่ x-lab ถือหุ้นเลย 

และนี่คือเรื่องราวของ Dr. Xiuqing Hao และ x-lab ที่เตรียมมาร่วมพูดคุยในงาน Techsauce Global Summit 2026 วันที่ 26-28 สิงหาคม 2026 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ Techsauce Global Summit 2026

ซื้อบัตรได้ที่ : https://bit.ly/4wLqLMq 

อ้างอิง : x-lab, people.cn, tsinghua, tum.de, gsbn

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

งานวิจัย Harvard ชี้ชัด อยู่ในห้องรก สมองทำงานได้น้อยกว่า เหตุผลที่รู้สึกหมดแรง แม้งานไม่หนัก

โต๊ะทำงานรกส่งผลต่อสมองมากกว่าที่คุณคิด! งานวิจัยชี้ความวุ่นวายบนโต๊ะทำงานกำลังดึงพลังงานสมองและลดประสิทธิภาพการทำงานของคุณโดยไม่รู้ตัว ปรับกลยุทธ์จัดโต๊ะวันนี้เพื่อคืนพื้นที่ทางคว...

Responsive image

ถอดบนเรียนโครงการ AFAST Smart Retiree เกษียณไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของอาชีพใหม่ ‘พี่ที่ปรึกษา’

ถอดบทเรียน Session 'สกิลพี่ไม่มี Expire' โครงการ AFAST Smart Retiree โดย SCB Academy, KX และมนุษย์ต่างวัย ที่ปั้นคนวัยเกษียณเป็นที่ปรึกษาให้ SME ไทยแล้วกว่า 38 บริษัท รักษามูลค่าเศ...

Responsive image

รู้จัก ‘สมองป๊อปคอร์น’ ภาวะที่โฟกัสอะไรจริงไม่ได้ ผลมาจากการชอบดูอะไรเร็ว ๆ อาการเสพติดโซเชียลจนสติหลุด

สมองป๊อปคอร์น คือภาวะที่สมองเสพติดสิ่งกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา จนทำให้รู้สึกว่าโลกในชีวิตจริงมันน่าเบื่อและดึงความสนใจเราไม่ได้ หลายคนจึงเริ่มโฟกัสกับอะไรนานๆ ได้ยากขึ้น เพราะสมองคุ้นชิ...