นักวิจัยค้นพบ ‘AzoBiPy’ โมเลกุลเปลี่ยนโลก Redox Flow Battery เก็บไฟนานข้ามปีได้ โดยแทบไม่สูญเสียพลังงาน

ลองนึกภาพว่าพลังงานจากกังหันลมที่ผลิตได้ในช่วงฤดูร้อน สามารถเก็บไว้ใช้ในเดือนมกราคมเพื่อทำความอบอุ่นให้บ้านในช่วงหน้าหนาวได้ แนวคิดนี้อาจเป็นจริงได้แล้ว หลังจากนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Université de Montréal ร่วมกับ Concordia University พัฒนาโมเลกุลอินทรีย์ชนิดใหม่ที่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้นานหลายเดือนโดยแทบไม่สูญเสียพลังงานเลย

โมเลกุลที่มีชื่อว่า AzoBiPy นี้ได้รับการทดสอบในแบตเตอรี่ Redox Flow ภายในห้องแล็บเป็นเวลา 70 วัน ผลลัพธ์ออกมาน่าทึ่งมาก โมเลกุลแสดงความเสถียรที่โดดเด่น โดยสูญเสียความจุเพียง 0.02% ต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถเก็บพลังงานได้มากกว่าโมเลกุลทั่วไปถึง 2 เท่า และละลายน้ำได้ดีมาก ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่

แบตเตอรี่ Flow คืออะไร ต่างจากแบตเทอรี่ทั่วไปอย่างไร

แบตเตอรี่ Redox Flow ทำงานต่างจากแบตเตอรี่แบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง แบตเตอรี่ทั่วไป เช่น แบตลิเธียมไอออนในรถยนต์ไฟฟ้า จะเก็บประจุไว้ในอิเล็กโทรดภายในตัวแบตเตอรี่ และมักใช้โลหะเป็นส่วนประกอบหลัก

"ข้อแตกต่างของแบตเตอรี่ Redox Flow คือเราใช้สารออกฤทธิ์ที่ทำจากโมเลกุลอินทรีย์ที่มีศักยภาพต่ออายุได้ ซึ่งละลายในสารละลายน้ำและเก็บไว้นอกตัวแบตเตอรี่" ศาสตราจารย์ Dominic Rochefort อธิบาย

ระบบนี้ใช้ถังแยกกัน 2 ถังที่บรรจุสารละลายอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งประกอบด้วยน้ำ กรด และโมเลกุลอินทรีย์ เชื่อมต่อด้วยท่อไปยังเซลล์กลาง ยิ่งถังใหญ่เท่าไหร่ ความจุในการเก็บพลังงานก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ภายในเซลล์จะมีเมมเบรนที่ของเหลวจากทั้งสองถังไหลผ่านโดยไม่ปะปนกัน โมเลกุลจะแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนผ่านวงจรภายนอกเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน-รีดักชัน (Redox) และทำให้แบตเตอรี่ชาร์จและคายประจุได้

แทนที่โลหะวาเนเดียมด้วยโมเลกุลอินทรีย์

แบตเตอรี่ Redox Flow ในเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันมักใช้วาเนเดียม ซึ่งเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติทางเคมีไฟฟ้าที่ดี แต่ไม่ใช่ทรัพยากรที่สามารถทดแทนได้ นักวิจัยจึงมุ่งหาโมเลกุลอินทรีย์มาทดแทน

"โมเลกุลอินทรีย์ที่เราพัฒนาขึ้นประกอบด้วยคาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และออกซิเจน ซึ่งละลายในน้ำและกรด และถูกออกซิไดซ์เพื่อขับเคลื่อนปฏิกิริยาการเก็บพลังงาน" ศาสตราจารย์ Hélène Lebel ผู้เชี่ยวชาญด้านการสังเคราะห์อินทรีย์กล่าว

ทีมวิจัยทดสอบกลุ่มโมเลกุลต่างๆ เพื่อหาชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเก็บพลังงาน ซึ่งนำไปสู่การสร้าง AzoBiPy สมาชิกในตระกูลไพริดิเนียม (Pyridinium) ที่มีวงอะโรมาติกมีประจุบวกซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอน ขณะนี้ทีมกำลังศึกษาโมเลกุลที่สกัดจากไม้หรือเศษอาหาร ซึ่งอาจทำให้สามารถดึงโมเลกุลอินทรีย์ที่ต้องการจากวัสดุหมุนเวียนได้

ความเสถียรที่โดดเด่นคือกุญแจสำคัญ

จุดเด่นหลักของ AzoBiPy คือสามารถแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอน 2 ตัวแทนที่จะเป็นตัวเดียว ซึ่งหมายความว่าแต่ละโมเลกุลสามารถเก็บพลังงานได้มากกว่าโมเลกุลแบบอิเล็กตรอนเดียวถึง 2 เท่า ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของโมเลกุลอินทรีย์เหล่านี้คือความเสถียร วงจรชาร์จ-คายประจุต้องสามารถทำงานได้นานโดยไม่ทำให้โมเลกุลเสื่อมสลาย

ทีมวิจัยทดสอบแบตเตอรี่ Flow ที่ใช้โมเลกุลนี้เป็นเวลา 70 วันติดต่อกัน ผ่านวงจรชาร์จ-คายประจุเต็มจำนวน 192 รอบ เมื่อจบการทดสอบ โมเลกุลยังคงความจุได้เกือบ 99% จากค่าเริ่มต้น ซึ่งนักวิจัยบรรยายว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับโมเลกุลอินทรีย์

ในงานปาร์ตี้วันหยุดของภาควิชาเคมีเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ทีมวิจัยได้สาธิตต้นแบบแบตเตอรี่ Flow ที่สามารถจ่ายไฟให้ไฟประดับต้นคริสต์มาสเป็นเวลา 8 ชั่วโมง โดยใช้สารละลายในถังเพียงประมาณ 2 ช้อนโต๊ะเท่านั้น

การสาธิตนี้ยังเน้นข้อได้เปรียบที่สำคัญอีกประการหนึ่งของระบบ คือใช้น้ำเป็นฐาน จึงไม่ติดไฟ ซึ่งต่างจากแบตลิเธียมไอออนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ "คุณสมบัตินี้สำคัญมากโดยเฉพาะสำหรับระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่แบบติดตั้งถาวร" Dominic Rochefort กล่าว

อนาคตของการกักเก็บพลังงาน

แบตเตอรี่ Flow ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเลกุลเช่น AzoBiPy สามารถใช้กักเก็บไฟฟ้าที่ผลิตจากโซลาร์ฟาร์มหรือฟาร์มกังหันลมได้ การกักเก็บพลังงานแบบระยะยาวจากแหล่งผลิตที่ไม่ต่อเนื่องจะทำให้สามารถนำไปใช้ในภายหลังเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดได้

นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้งานในระดับบ้านเรือน "อาจเป็นไปได้ที่จะพัฒนาระบบขนาดเล็กลงที่มีแบตเตอรี่สีเขียวและปลอดภัยกว่าสำหรับใช้ในบ้าน" Hélène Lebel แนะนำ

ทีมวิจัยกำลังเร่งจดสิทธิบัตรและเตรียมตีพิมพ์บทความวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกลุ่มโมเลกุลที่มีคุณสมบัติคล้าย AzoBiPy อีกทั้งตระกูล โดยคาดว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้งานจริงในวงกว้างภายใน 10-15 ปีข้างหน้า

นี่อาจไม่ใช่แค่แบตเตอรี่ลูกใหม่ แต่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะทำให้พลังงานลมและแสงอาทิตย์กลายเป็นพลังงานหลักที่มั่นคง เสถียร และพร้อมจ่ายไฟให้โลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the American Chemical Society

ที่มา: TechXplore

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นักวิทย์บราซิลพัฒนา ‘หนังปลาห่ออาหาร’ สำเร็จ พบกัน UV ได้ดี ทำให้อาหารไม่เสียคุณภาพไว

เปลี่ยนขยะหนังปลาเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก! นักวิจัยบราซิลโชว์นวัตกรรมฟิล์มชีวภาพจากหนังปลาตัมบาทิงกา ย่อยสลายได้ 100% กัน UV ดีเยี่ยม ทางเลือกใหม่ของ Food Packaging ยุคความยั่งยืน...

Responsive image

รู้จัก ‘Water Positive’ เทรนด์ความยั่งยืนที่ธุรกิจเลี่ยงไม่ได้

เจาะลึกแนวคิด Water Positive และวิกฤตการใช้น้ำของ Data Center ในยุค AI เฟื่องฟู ถอดบทเรียนจาก Microsoft, Google และ AWS กับนวัตกรรมเปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำเย็น เพื่อความยั่งยืนทางดิจิ...

Responsive image

ต้องมีเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือแค่นโยบายที่ถูกต้องก็พอ? ถอดบทเรียนจาก 2 ผู้เชี่ยวชาญแห่ง MIT กับทางรอดของธุรกิจไทยในยุคโลกเดือด

เจาะลึกมุมมองผู้เชี่ยวชาญ MIT ถึงทางรอดธุรกิจไทยในยุคโลกเดือด ทำไมเทคโนโลยีไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ต้องมี 'ภาษีคาร์บอน' และ 'นโยบาย' ที่เข้มข้น พร้อมเผยงานวิจัย Data Center ที่อาจทำลาย...