ในโลกของเทคโนโลยี เรามักตื่นเต้นกับ AI ที่ช่วยเขียนโค้ดหรือวาดรูป แต่บนเวทีระดับโลกอย่าง World Economic Forum หรือ Davos 2026 ในเซสชัน At the Cusp of Healthcare for All ประเด็นที่ถูกพูดถึงกลับทรงพลังกว่านั้น เพราะนี่คือการใช้ AI เพื่อ "ต่อลมหายใจ" ให้กับเพื่อนมนุษย์ในพื้นที่ที่หมอเข้าไม่ถึง
เราได้เห็นการรวมตัวของบุคคลระดับโลก ทั้ง Bill Gates (ประธานร่วมมูลนิธิ Gates), Paula Ingabire (รัฐมนตรี ICT จากรวันดา) และ Peter Sands (ผู้อำนวยการ Global Fund) เพื่อฉายภาพอนาคตใหม่ที่ AI จะไม่ได้เป็นแค่ของเล่นคนรวย แต่คือ ทางรอดของระบบสาธารณสุขโลก

ความน่าสนใจที่สุดของเซสชันนี้คือการประกาศความร่วมมือ Horizon 1000 ซึ่ง Bill Gates เผยว่าเป็นก้าวแรกที่ชัดเจนที่สุดของ OpenAI ในโลกของการกุศล โดยเป้าหมายไม่ใช่การสร้างโมเดลที่ฉลาดที่สุด แต่คือการส่ง AI ไปอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้าในแอฟริกา 1,000 แห่ง
Bill Gates ชี้ให้เห็นว่า ในประเทศยากจน ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่การขาดยา แต่คือการขาดการส่งมอบบริกา และ AI ตัวนี้จะทำหน้าที่เป็น Digital EHR (Electronic Health Record) ที่ฉลาดล้ำ มันจะทำหน้าที่รับฟังและสรุปข้อมูลจากคนไข้ผ่านภาษาท้องถิ่น ลดภาระงานเอกสารที่เดิมกินเวลาไปมหาศาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาไปกับการรักษาจริง ๆ โดยตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้นเป็น 2 เท่า

หนึ่งในประเด็นที่กระแทดโลกตะวันตกได้แรงที่สุด คือวิสัยทัศน์ของ Gates ที่เชื่อว่าระบบสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนาอาจก้าวข้ามประเทศร่ำรวยไปได้ในเร็วๆ นี้
เหตุผลคือในประเทศอย่างสหรัฐฯ หรือยุโรป ระบบสาธารณสุขเต็มไปด้วยกฎระเบียบที่ซับซ้อน และความกังวลเรื่องการตกงานของบุคลากร แต่ในแอฟริกาที่ขาดแคลนแพทย์อย่างหนัก AI เข้ามาทำหน้าที่เป็น Virtual Doctor ที่ผู้คนเข้าถึงได้ผ่านมือถือทันที โดยไม่มีแรงต้านจากระบบเดิม
รัฐบาลในประเทศเหล่านี้จึงเลือกที่จะเปิดรับเทคโนโลยีอย่างเต็มกำลัง ทำให้การทดลองและใช้งานจริงเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่ามาก
Paula Ingabire รัฐมนตรี ICT ของรวันดา พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพง แต่อยู่ที่การวางรากฐานข้อมูล รวันดาเริ่มทำ Digital Transformation มากว่า 15 ปี จนมี National Data Hub ที่แข็งแกร่ง ทำให้ AI ที่นำมาใช้สามารถเรียนรู้จากบริบทจริงของคนในพื้นที่
รวันดายังประกาศใช้กลยุทธ์ 4x4 เพื่อเพิ่มบุคลากรการแพทย์ 4 เท่าใน 4 ปี โดยมองว่า AI จะเป็น Decision Support Tools ที่สำคัญที่สุด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ป่วยวัณโรค หรือมาลาเรีย AI จะช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงและแนวทางการรักษาที่แม่นยำที่สุดให้ทันที ลดความผิดพลาดและประหยัดงบประมาณ
Peter Sands จาก Global Fund เตือนสติว่า "เราไม่ต้องการแค่เครื่องมือที่ดูเท่ แต่เราต้องการทางออกของปัญหา" เขาเปรียบเปรยว่าตอนนี้เหมือนเรามีวิศวกรซอฟต์แวร์จำนวนมากที่ถือค้อน ซึ่งก็คือ AI และกำลังวิ่งหาตะปูมากมาย ซึ่งคือปัญหา แต่หัวใจสำคัญคือการระบุตะปูที่ถูกต้อง
ซึ่งสิ่งที่ Peter Sands กำลังจะบอกค่อ ก่อนจะเอา AI ไปใช้ เราต้องถามคนหน้างานก่อนว่า อะไรคือสิ่งที่แก้แล้วจะช่วยชีวิตคนได้มากที่สุด ?
เพราะบางครั้ง ปัญหาวิศวกรพยายามจะเอา AI ไปแก้ จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่ตะปู หรือไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไข้ในพื้นที่จริง ๆ เช่น เราอาจจะสร้าง AI ที่ตอบคำถามสุขภาพยากๆ ได้ แต่ปัญหาจริง ๆ ของชาวบ้านคือไม่มีไฟฟ้าใช้ในคลินิก
ดังนั้น เราทุกคนต้องอย่าเอาเทคโนโลยีนำหน้าปัญหา
ปี 2025 กลายเป็นปีที่น่าใจหายสำหรับวงการสาธารณสุขโลก เพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ตัวเลขเด็กเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้น จาก 4.6 ล้านคน เป็น 4.8 ล้านคน สาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากโรคระบาดใหม่ แต่มาจากงบประมาณบริจาคทั่วโลกที่ถูกหั่นลดลงมาก
และที่แย่ไปกว่านั้น หลายประเทศในแอฟริกากำลังติดกับดักหนี้อย่างหนัก โดยต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่างบประมาณที่ใช้รักษาสุขภาพคนในชาติ และในวันที่เงินในกระเป๋าน้อยลงแต่จำนวนผู้ป่วยกลับเพิ่มขึ้น ดังนั้น AI จึงเปลี่ยนบทบาทจากเทคโนโลยีล้ำ ๆ มาเป็นเครื่องมือกู้ชีพที่ขาดไม่ได้
หากเราสามารถใช้ AI มาสร้างประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดด เช่น การตรวจโรคได้แม่นยำขึ้นในราคาที่ถูกลง หรือการจัดการระบบสาธารณสุขให้ไร้รอยต่อ เราถึงจะพอมีหวังที่จะพิชิตเป้าหมายใหญ่ อย่างการกวาดล้างมาลาเรีย และโปลิโอให้หมดไปจากโลกภายใน 20 ปีข้างหน้าตามที่ Bill Gates ตั้งเป้าไว้ได้สำเร็จ
สุดท้ายแล้ว AI ในภาคสาธารณสุขโลกวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะช่วยให้มนุษยชาติก้าวข้ามขีดจำกัดด้านทรัพยากร รวันดาได้แสดงให้เห็นแล้วว่า หากรัฐบาลมีความชัดเจนและวางระบบข้อมูลที่ดี เทคโนโลยีจะสามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตคนได้จริง
ดังนั้น สำหรับ AI Healthcare มันจึงไม่ใช่การแข่งขันทางเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นความร่วมมือเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์
ข้อมูลจาก Session : At the Cusp of Healthcare for All จากงาน World Economic Forum 2026
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด