
ถ้าพูดถึงแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลายคนมักนึกถึงชิ้นส่วนแข็ง ๆ ที่รีไซเคิลยากและกลายเป็นขยะจำนวนมาก แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ที่สกอตแลนด์ได้เสนอแนวคิดใหม่ คือการทำ ‘แผงวงจรที่ย่อยสลายได้’ ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยวัสดุที่ใช้มีตั้งแต่กระดาษ ไบโอพลาสติก ไปจนถึงช็อกโกแลตและสามารถกำจัดทิ้งได้ด้วยการฝังกลบหรือทำปุ๋ยในดินทั่วไป
แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ข้อมูลจาก UNEP หรือโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ในปี 2024 โลกมีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 62 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่จัดการได้ยากและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
สิ่งสำคัญของงานวิจัยนี้คือการเปลี่ยนวัสดุทำแผงวงจรจากทองแดงที่ใช้กันทั่วไป มาเป็น ‘สังกะสี’ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าและใช้วิธีพิมพ์แผงวงจรลงบนวัสดุที่ย่อยสลายได้ กระบวนการนี้ใช้ได้กับวัสดุแทบทุกชนิด ตั้งแต่กระดาษและไบโอพลาสติกที่เหมาะกับการใช้งานจริง ไปจนถึงช็อกโกแลตที่ใช้สาธิตแนวคิด
แผงวงจรแบบใหม่นี้ไม่ได้เป็นแค่ไอเดียทดลอง แต่ผ่านการทดสอบใช้งานจริงแล้วและให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับแผงวงจรทั่วไป
หนึ่งในทีมวิจัย ระบุว่าจุดเด่นของวิธีนี้คือความยืดหยุ่นในการเลือกวัสดุ ซึ่งช่วยให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย แม้ช็อกโกแลตจะไม่เหมาะกับการใช้งานจริง แต่ก็ช่วยให้เห็นภาพว่ากระบวนการนี้ใช้ได้กับวัสดุเกือบทุกประเภท
ทีมวิจัยมองว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปต่อยอดกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบอื่นได้ เช่น อุปกรณ์ที่ดัดงอหรือขึ้นรูปได้ รวมถึงอุปกรณ์ไบโอเซนเซอร์ (Biosensor) เทคโนโลยีการตรวจวัดที่ใช้ส่วนประกอบทางชีวภาพที่ออกแบบมาให้ใช้แล้วทิ้ง โดยไม่สร้างภาระให้โลก
ด้าน Dr Jonathon Harwell ผู้นำทีมวิจัยระบุว่านี่คือก้าวสำคัญของการเปลี่ยนวิธีคิด จากเดิมที่ผลิตอุปกรณ์มาแบบ ‘ใช้เสร็จ-แล้วทิ้ง’ ให้กลายเป็น ‘ใช้เสร็จ-แล้วหมุนเวียน’ คือต้องออกแบบให้มั่นใจตั้งแต่ต้นว่า เมื่อเลิกใช้งานแล้ว มันต้องไม่กลายเป็นขยะถาวร แต่ต้องย่อยสลายคืนสู่ธรรมชาติได้ หรือนำกลับมาทำประโยชน์ใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยลดกองภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เราทิ้งกันอยู่ทุกวันได้มหาศาล
อ่านต่อได้ที่: independent
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด