นักวิจัยสร้าง ‘ซีเมนต์มีชีวิต’ เก็บไฟฟ้า ฟื้นสภาพได้ เปลี่ยนตึกธรรมดาเป็นแบตเตอรี่

นักวิจัยสร้าง ‘ซีเมนต์มีชีวิต’

ต่อไปผนังอาคารอาจไม่ใช่แค่ที่บังแดดบังฝน แต่อาจกลายเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิต ลองนึกภาพว่าผนังบ้านหรือกำแพงตึกที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน สามารถเก็บไฟฟ้าไว้ใช้เองได้ แนวคิดนี้อาจฟังดูไกลตัว แต่นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Aarhus ในเดนมาร์กทำได้แล้ว ด้วยการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า “ซีเมนต์มีชีวิต”

‘ซีเมนต์มีชีวิต’ คืออะไร ทำงานอย่างไร

มันคือซีเมนต์ยุคใหม่ที่เกิดจากการนำแบคทีเรียชนิดพิเศษที่สามารถปล่อยอิเล็กตรอนได้ ใส่เข้าไปในเนื้อซีเมนต์ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่แข็งตัว พอแบคทีเรียเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว มันจะสร้างเครือข่ายโยงใยขนาดจิ๋ว ทำหน้าที่เปลี่ยนซีเมนต์ธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเหมือน "แบตเตอรี่ชีวภาพ" ที่สามารถเก็บและปล่อยประจุไฟฟ้าได้

Qi Luo หัวหน้าทีมวิจัยนี้อธิบายว่า คือการทำให้ซีเมนต์ไม่ได้มีแค่ความแข็งแรงแต่ยังเก็บพลังงานได้และที่สำคัญคือมันฟื้นตัวเองได้เมื่อเราป้อนอาหารให้

แล้วซีเมนต์นี้ฟื้นสภาพอย่างไร ? ปกติแล้วแบตเตอรี่อย่างลิเธียม พอใช้ไปนานๆ ก็เสื่อมสภาพและต้องทิ้งไป แต่ซีเมนต์นี้ไม่ใช่แบบนั้น ความพิเศษของมันอยู่ตรงที่ต่อให้แบคทีเรียข้างในเริ่มอ่อนแรงหรือตายไป นักวิจัยสามารถ "ปลุกให้กลับมาทำงานใหม่" ได้โดยการเติมสารอาหารที่จำเป็นเข้าไปผ่านท่อขนาดจิ๋วที่ฝังไว้ในเนื้อซีเมนต์ วิธีนี้สามารถดึงประสิทธิภาพการเก็บไฟกลับคืนมาได้ถึง 80%

พูดง่ายๆ คือ ตึกทั้งหลังอาจกลายเป็นแหล่งพลังงานที่ซ่อมแซมตัวเองได้ ไม่ต้องคอยเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้วุ่นวาย

ใช้ได้จริงแค่ไหน?

ทีมวิจัยได้ลองทดสอบซีเมนต์นี้อย่างหนัก ซึ่งผลคือมันทนได้ทั้งอากาศร้อนจัดและเย็นจัด สามารถเก็บและปล่อยไฟได้ปกติและเมื่อนำซีเมนต์ 6 ก้อนมาต่อกันก็มีไฟพอให้หลอด LED ติดได้

หัวหน้าทีมวิจัยในครั้งนี้ยืนยันว่า "เราไม่ได้ตั้งใจให้มันจบแค่ในห้องแล็บ เราอยากเห็นมันถูกใช้ในตึกจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นผนัง เสาหรือสะพาน เพื่อเป็นตัวสำรองไฟให้กับแผงโซลาร์เซลล์" เขายกตัวอย่างว่า ห้องหนึ่งห้องที่สร้างด้วยซีเมนต์นี้อาจเก็บไฟได้ประมาณ 10 kWh ซึ่งพอให้เซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ทำงานได้หนึ่งวันเต็มๆ

‘ซีเมนต์มีชีวิต’ น่าสนใจอย่างไร

ทุกวันนี้เราพึ่งพาพลังงานสะอาดมากขึ้น แต่ปัญหาคือจะเก็บพลังงานพวกนี้ไว้ที่ไหน แบตเตอรี่แบบเดิมๆ ก็ต้องพึ่งแร่หายากอย่างลิเธียม แถมยังเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

ซีเมนต์มีชีวิตนี้เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ เพราะมันใช้วัสดุที่หาง่าย ราคาถูกและใช้แบคทีเรียที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างในสเกลใหญ่ได้ง่ายกว่ามาก

แม้ตอนนี้จะยังเป็นงานวิจัยขั้นแรกๆ แต่ก็ทำให้เราเห็นภาพอนาคตที่ สะพานอาจสามารถผลิตไฟให้เซ็นเซอร์ของตัวเองหรือบ้านเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ในกำแพงได้ ซึ่งอาคารต่าง ๆ จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานที่ฉลาดและยั่งยืนขึ้นด้วย

อ้างอิง: interestingengineering

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไม 'มาทีหลัง' ถึงเป็นจุดแข็งของไทยในเกม Data Center ของภูมิภาค และไทยจะเปลี่ยนโอกาสทองนี้ให้ยั่งยืนได้อย่างไร?

ถอดเวทีเสวนา No Sustainability, No Scale รวมผู้บริหาร กฟผ. East Water Gulf และ บี.กริม ตอบคำถามว่าไทยพร้อมแค่ไหนกับ AI และ Data Center ทั้งความพร้อมไฟฟ้า การบริหารน้ำ การปั้นคน และ...

Responsive image

Net Zero ไม่ใช่โบนัส ไม่ใช่ภาระ แต่คือใบอนุญาตทำธุรกิจในโลกอนาคต รู้จักสะพาน 4 แบบที่นำธุรกิจสู่ Net Zero และบทบาทของ KBank ในฐานะสะพานเชื่อม

ขัตติยา อินทรวิชัย ซีอีโอ KBank เปิดเวที EARTH JUMP 2026 ชี้ว่า Net Zero ไม่ใช่โบนัสหรือภาระ แต่คือใบอนุญาตแข่งขันในโลกอนาคต พร้อมแนะให้เริ่มจากการลด Waste และกางสะพาน 4 แบบพาธุรกิ...

Responsive image

สำรวจป่าบริเวณ WHA ESIE 2 นิคมฯ แรกของไทยที่ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย WHA Group x มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

WHA Group มุ่งสู่ 'นิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของไทยที่พัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม' โดยพาสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจพื้นที่สีเขียวใกล...