Rock Zero สตาร์ทอัพจาก MIT ปั้นวิธีสกัดลิเทียมต้นทุนต่ำสุดในโลก ด้วยน้ำยากัดกระจก ได้ทั้งลิเทียม อะลูมินา ซิลิกา

ครีมกัดกระจกที่วางขายตามร้านอุปกรณ์ช่างทั่วไป กลายเป็นจุดตั้งต้นของวิธีสกัดลิเทียมแบบใหม่ที่ทีมนักวิจัยจาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) บอกว่าอาจเป็นวิธีหาลิเทียมที่ต้นทุนต่ำที่สุดในโลก ลิเทียมคือโลหะหัวใจของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ขับเคลื่อนทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน ความต้องการที่พุ่งขึ้นไม่หยุดทำให้ทั่วโลกต้องเร่งหาแหล่งใหม่ และคาดกันว่ากำลังการผลิตลิเทียมจะต้องเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวภายในปี 2040 เพื่อตามให้ทัน

งานวิจัยชิ้นนี้เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 และมีสตาร์ทอัพชื่อ Rock Zero รับไม้ต่อไปปั้นให้ใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์ จุดขายหลักคือกระบวนการนี้ทำงานที่อุณหภูมิต่ำ ไม่ต้องเผาหินด้วยความร้อนระดับพันองศาเหมือนวิธีเดิม จึงประหยัดพลังงาน ปล่อยคาร์บอนน้อยลง และที่ทีมงานเคลมคือต้นทุนถูกกว่าการสกัดจากหินแข็งแบบปัจจุบันราวครึ่งหนึ่ง จนสูสีกับการสกัดจากน้ำเกลือใต้ดินที่ถือว่าถูกที่สุดในตอนนี้

"ในระดับการผลิตจริง เราเชื่อว่านี่จะเป็นวิธีหาลิเทียมที่ต้นทุนต่ำที่สุดในโลก" Yet-Ming Chiang หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัย ศาสตราจารย์จาก MIT และผู้ประกอบการสายเทคโนโลยีภูมิอากาศที่อยู่เบื้องหลังบริษัทอย่าง Form Energy และ Addis Energy กล่าว

ทำไมวิธีสกัดลิเทียมแบบเดิมถึงเป็นปัญหา

ทุกวันนี้วิธีหาลิเทียมที่คุ้มที่สุดคือการดูดขึ้นมาจากน้ำเกลือใต้ดิน ซึ่งเป็นน้ำเค็มที่ค่อย ๆ ละลายโลหะออกมาจากหินสะสมมานานนับพันปี แต่วิธีนี้ทำได้แค่บางพื้นที่บนโลก แถมยังต้องใช้ที่ดินผืนมหึมาขุดบ่อระเหยน้ำขนาดยักษ์

อีกทางที่นิยมกว่าคือการขุดจากหินแข็ง ซึ่งต้องระเบิดสายแร่ก้อนใหญ่ออกมา เอาไปเผาที่ความร้อนสูง แล้วแยกแร่ด้วยสารเคมีอันตราย กระบวนการทั้งหมดกินพลังงานมหาศาลและทิ้งของเสียไว้เพียบ คำถามที่ทีม MIT พยายามตอบจึงเป็นว่า จะดึงลิเทียมออกจากหินโดยไม่ต้องเผาและไม่ต้องพึ่งสารเคมีอันตรายได้ไหม

จากครีมกัดกระจกในห้องน้ำ สู่ห้องแล็บที่ Cambridge

จุดเริ่มต้นของงานวิจัยนี้ไม่ได้มาจากเหมืองลิเทียม แต่มาจากอีกบริษัทที่ Chiang ก่อตั้งชื่อ Sublime Systems ซึ่งทำปูนซีเมนต์ด้วยกระบวนการไฟฟ้าเคมี ทีมงานกำลังมองหาแหล่งซิลิกาที่มีความว่องไวต่อปฏิกิริยาสูงเพื่อทำซีเมนต์ให้แข็งแรงขึ้น

วิธีหนึ่งที่จะได้วัสดุว่องไวคือเอาวัสดุที่เฉื่อยมาละลายแล้วปล่อยให้กลับมาแข็งตัวในรูปที่ว่องไวกว่าเดิม ปัญหาคือการละลายแร่ซิลิเกตทำได้ยาก วิธีที่รู้จักกันดีที่สุดต้องใช้กรดไฮโดรฟลูออริก (Hydrofluoric Acid) ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายระดับร้ายแรง ส่วนสารที่มีฟลูออรีนตัวอื่นบางตัวก็ดันสร้างกรดไฮโดรฟลูออริกออกมาเป็นผลพลอยได้ระหว่างทำปฏิกิริยาอยู่ดี

จุดพลิกมาจากความทรงจำเก่า ๆ ของ Chiang ตอนรีโนเวตห้องอาบน้ำที่เมือง Framingham รัฐ Massachusetts เมื่อราว 25 ปีก่อน "ตอนเริ่มโปรเจกต์นี้ ผมนึกถึงครีมกัดกระจกตัวนั้นขึ้นมา แล้วคิดว่าในนั้นมันมีอะไรอยู่นะ" เขาเล่า 

ครีมกัดกระจกที่หาซื้อได้ตามร้านงานฝีมือหรือร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปนั้นใช้แอมโมเนียมฟลูออไรด์ (Ammonium Fluoride) ซึ่งเป็นกรดอ่อน และทีม MIT ก็พบว่าในเงื่อนไขที่เหมาะสม มันละลายแร่ซิลิเกตได้จริงโดยไม่สร้างกรดไฮโดรฟลูออริกออกมาระหว่างทาง

เคมีแบบนี้ใช้ได้กับแร่ซิลิเกตทุกชนิดซึ่งมีอยู่มากมายบนโลก แต่สปอดูมีน (Spodumene) แร่ที่มักถูกขุดมาทำลิเทียม กลายเป็นเป้าหมายแรกที่น่าลอง โดย Chiang เล่าว่าคำแนะนำจาก Doug Wicks ที่ปรึกษาของบริษัทและอดีตเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน Advanced Research Projects Agency-Energy (ARPA-E) เป็นตัวชี้ทางให้ทีมหันมาจับสปอดูมีน

กระบวนการทำงานอย่างไร และเด็ดตรงไหน

ขั้นตอนสำคัญของการแปรรูปสปอดูมีนแบบเดิมคือการเอาไปเผาในเตาเผาที่อุณหภูมิสูงราว 1,000 องศาเซลเซียส เพื่อให้แร่เปลี่ยนเฟส พองตัวออก แล้วลิเทียมข้างในจะถูกดึงออกมาได้ง่ายขึ้น การข้ามขั้นตอนเผาที่ความร้อนระดับนี้ไปได้จึงช่วยประหยัดทั้งค่าพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน Camden Hunt ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Rock Zero ชี้ว่านี่คือหัวใจของความได้เปรียบ

Hunt เสริมว่าการเลิกพึ่งเตาเผายังปลดล็อกให้ใช้แร่บางชนิดที่เดิมเผาไม่ได้ เพราะแร่ที่มีธาตุเหล็กปนสูงเกินไปจะไม่ยอมเปลี่ยนเฟสตามที่ควร แต่กลับหลอมละลายแล้วแข็งเป็นวัสดุคล้ายแก้วแทน

ตัวกระบวนการใหม่นี้อาศัยแค่ถังพลาสติกที่มีใบกวนธรรมดา ทำงานที่อุณหภูมิไม่เกินราว 95 องศาเซลเซียส แอมโมเนียมฟลูออไรด์จะค่อย ๆ ละลายแร่ซิลิเกต ซึ่งในการทดลองช่วงแรกดึงลิเทียมเกือบทั้งหมดออกจากสปอดูมีนได้ภายในไม่กี่วัน และทีมงานก็ลดเวลานี้ลงเหลือต่ำกว่า 12 ชั่วโมงแล้ว ตามที่ Benjamin Mowbray ผู้เขียนหลักของงานวิจัยและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ผู้ร่วมก่อตั้ง Rock Zero ระบุ จุดที่แตกต่างจากเคมีทั่วไปคือกระบวนการนี้กลับด้านวิธีคิด ด้วยการละลายซิลิกาก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่ง Mowbray บอกว่า "การละลายซิลิกาคือส่วนที่ยากที่สุดในการทำเหมือง"

ที่น่าสนใจคือผลผลิตที่ได้ไม่ได้มีแค่ลิเทียม หลังผ่านขั้นตอนทำความสะอาดเพิ่มอีกนิด ทีมงานจะได้ลิเทียมคาร์บอเนตที่เอาไปทำแบตเตอรี่ได้ อะลูมินาที่ส่งเข้าโรงถลุงทำอะลูมิเนียมได้ และซิลิกาเกรดผสมซีเมนต์ที่เติมลงในคอนกรีตได้ ส่วนกรดที่ใช้ก็วนกลับมาใช้ซ้ำในระบบเดิมแบบปิด แทบไม่เหลือของเสียทิ้ง Chiang เรียกแนวคิดนี้ว่า 'การขุดแร่แบบใช้ทุกส่วนจนหมดไม่เหลือทิ้ง' เปรียบเหมือนการกินสัตว์ที่ใช้ทุกชิ้นส่วนตั้งแต่หัวจรดหาง ที่ผ่านมาทีมงานทดสอบกระบวนการนี้กับสปอดูมีนจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกมาแล้วถึง 17 แหล่ง

ต้นทุน ไทม์ไลน์ และก้าวต่อไป

ตอนนี้ทีมงานกำลังเร่งขยายและปรับจูนกระบวนการให้ดีขึ้น ถังในห้องแล็บที่เมือง Cambridge รัฐ Massachusetts รองรับสปอดูมีนเข้มข้นได้ครั้งละ 3 กิโลกรัม และพวกเขาประเมินต้นทุนเมื่อขยายสเกลเต็มที่แล้วว่า ถ้ารีไซเคิลแอมโมเนียมฟลูออไรด์กลับมาใช้ได้ในระดับสูง จะสกัดลิเทียมได้ในราคาต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน แถมยังเล็งแหล่งกรดราคาถูกในภาคอุตสาหกรรมไว้เป็นทางเลือกสำรองนอกเหนือจากการรีไซเคิลด้วย

ตัวเลขต้นทุนรวมที่ออกมาต่ำกว่ากระบวนการสกัดลิเทียมจากหินแข็งอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่ และมีโอกาสสู้ราคากับการสกัดจากน้ำเกลือได้ ทีมงานออกแบบโรงงานนำร่องไว้แล้วและกำลังหาพื้นที่ก่อสร้าง โดยตั้งเป้าสร้างเสร็จภายในสิ้นปี 2026 และเริ่มเดินเครื่องในปี 2027 ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมเหมือง ปัจจุบัน Rock Zero กำลังขยายเทคโนโลยีอยู่ที่ The Engine ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีหนักในบอสตัน

เสียงเตือนจากตลาดลิเทียมที่ผันผวน

โจทย์ใหญ่ของผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการสกัดลิเทียมคือความผันผวนของตลาด ราคาลิเทียมเหวี่ยงแรงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จากจุดพีคในปี 2022 ดิ่งลงเหวในช่วงปลายปี 2024 แล้วค่อย ๆ ไต่กลับขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยช่วงต้นปีนี้ราคาลิเทียมคาร์บอเนตเกรดแบตเตอรี่ขยับขึ้นเกือบเท่าตัวจากภาวะอุปทานตึงตัว

ราคาที่ขยับขึ้นอาจเป็นผลดีต่อผู้เล่นใหม่อย่าง Rock Zero แต่ก็มีอีกหลายโปรเจกต์ที่พร้อมเปิดตัวถ้าราคายังขึ้นต่อ ซึ่งอาจฉุดให้ตลาดดิ่งกลับลงมาอีกรอบ Simon Jowitt หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยาการสำรวจแห่ง University of Nevada, Reno มองว่า "ทุกคนกำลังรอดูว่าราคาลิเทียมจะไปทางไหน มันเป็นตลาดที่แออัด และมีผู้เล่นรายใหญ่อยู่หลายเจ้า"

Jowitt เสริมว่าถึงแบตเตอรี่จะดันความต้องการลิเทียมให้สูงขึ้น แต่ตลาดโดยรวมยังถือว่าเล็ก ซึ่งแปลว่ามันจะผันผวนต่อไป เทคโนโลยีสกัดลิเทียมใหม่อย่างของ Rock Zero ต้องไปแข่งกับวิธีของยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่ และยังมีความเสี่ยงจากทางเลือกทางเทคโนโลยีอื่น เช่น แบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่ไม่ต้องใช้ลิเทียมเลย ซึ่งอาจทำให้เกมยากขึ้นไปอีก เขายังมองว่าตัวเลขประเมินด้านต้นทุนบางส่วนของบริษัทอาจมองโลกในแง่ดีเกินไป

ถึงอย่างนั้น ทีม Rock Zero ก็ไม่ได้หวังแค่สเกลเทคโนโลยีนี้เพื่อลิเทียมอย่างเดียว แต่ยังมองไปถึงการใช้กับแร่ชนิดอื่นในอนาคต อย่างที่ Mowbray ทิ้งท้ายไว้ว่า "เปลือกโลกล้วนทำมาจากแร่ซิลิเกต"

โรงงานนำร่องของ Rock Zero ยังอยู่ในขั้นหาพื้นที่ก่อสร้าง โดยตั้งเป้าเดินเครื่องในปี 2027 ส่วนงานวิจัยฉบับเต็มเผยแพร่แล้วในวารสาร Science

ที่มา: MIT Technology Review, MIT News, Science

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องธรรมชาติ พร้อมเปิดตัว "NEXTOPIA Gaming" เปลี่ยนเกมให้กลายเป็นเงินทุนฟื้นฟูธรรมชาติ

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วนสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก เปิดพื้นที่ NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub แลกเปลี่ยนองค์ความร...

Responsive image

หลัง Net Zero ต้องรู้จัก 'ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)' เรื่องใหญ่ที่ภาคธุรกิจเลี่ยงไม่ได้

หลังจากที่ได้ยินคำว่า Net Zero กับ Carbon Credit บ่อยแล้ว อีกคำที่ภาคธุรกิจต้องโฟกัส คือ 'ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)' เพราะในอนาคตต้องทำรายงาน TNFD และเก็บ Biodiversity C...

Responsive image

เยอรมนี หนึ่งในประเทศต้นแบบ ‘โรงไฟฟ้าเสมือน’ ของโลก

เยอรมนีถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกพูดถึงในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยี 'โรงไฟฟ้าเสมือน' หรือ Virtual Power Plant (VPP)...