‘แบตเตอรี่ไม้’ ชาร์จซ้ำได้ไม่เสื่อมสภาพ เปลี่ยนเนื้อไม้เป็นตัวเก็บไฟ ใช้จริงในรถจิ๋ว-รถยกของ

‘แบตเตอรี่ไม้’

ในขณะที่โลกกำลังมุ่งสู่พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ยังเผชิญโจทย์ใหญ่ทั้งเรื่องต้นทุนและความยากในการหาแร่ธาตุ เช่น ลิเธียม โคบอลต์และนิกเกิล ซึ่งทำให้การผลิตแบตเตอรี่ยังไม่ยั่งยืน

นักวิจัยจาก Fraunhofer IKTS ในเยอรมนี พัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนชนิดใหม่ที่ใช้ ‘ลิกนิน’ วัสดุจากธรรมชาติในไม้เป็นส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ ลิกนินเป็นพอลิเมอร์ที่อยู่ในไม้ ทำหน้าที่เหมือน ‘กาว’ ยึดเส้นใยไม้ให้แข็งแรง แต่ในกระบวนการการผลิตกระดาษ ลิกนินมักถูกเผาทิ้งเพื่อนำไปผลิตเชื้อเพลิงหรือพลังงาน ทีมวิจัยจึงเห็นโอกาสนำวัสดุเหลือใช้นี้มาทำให้มีค่าและเป็นวัสดุสำหรับแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยและราคาถูก 

วิธีทำคือ การนำลิกนินมาเผาด้วยความร้อนสูงจนเปลี่ยนสภาพกลายเป็นวัสดุคาร์บอนที่มีโครงสร้างแข็งแรง เพื่อใช้เป็นตัวกักเก็บพลังงานในขั้วลบของแบตเตอรี่  ข้อดีของลิกนินคือหาได้ง่ายและมีอยู่ในหลายพื้นที่ ลิกนินที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้มาจากป่า Thuringian ที่อยู่ใกล้ศูนย์วิจัยและยังมีต้นทุนต่ำกว่าโลหะอย่างลิเธียม โคบอลต์หรือนิกเกิลที่แพงและหายาก

Lukas Medenbach นักวิจัยจาก Fraunhofer IKTS อธิบายว่าเราต้องการตัดการใช้โลหะหายากและราคาแพงออกทุกขั้นตอนในการผลิตแบตเตอรี่ พร้อมทั้งพยายามลดหรือเลิกใช้ฟลูออรีนในส่วนประกอบและสารนำไฟฟ้าภายในแบตเตอรี่ให้ได้มากที่สุด (หรือที่เรียกว่า อิเล็กโทรดและอิเล็กโทรไลต์) โดยหัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการนำ ‘ลิกนิน’ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นชิ้นส่วนกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับแบตเตอรี่โซเดียมไอออน นอกจากนี้การใช้ลิกนินยังช่วย ลดคาร์บอน เพราะไม่ต้องเผาทิ้งและแบตเตอรี่ประเภทนี้ ปลอดภัยกว่าและรีไซเคิลง่ายกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม

สำหรับขั้วบวก นักวิจัยเลือกใช้ Prussian Blue ซึ่งเป็นเม็ดสีน้ำเงินที่ใช้ทำหมึกพิมพ์มาตั้งแต่อดีต โดยจุดเด่นคือมี เหล็ก เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ต่างจากโลหะหนักในแบตเตอรี่ทั่วไป นักวิจัยได้นำเม็ดสีนี้มาปรับโครงสร้างใหม่ให้สามารถกักเก็บโซเดียมไอออนได้ ทำให้ได้แบตเตอรี่ที่ ใช้วัตถุดิบที่หาได้ทั่วไปในท้องถิ่น ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Lukas Medenbach กล่าวว่า “คาร์บอนที่ได้จากเนื้อไม้พิสูจน์แล้วว่าเก็บพลังงานได้ดีและอึดมาก โดยจากการทดลองชาร์จเข้า-ออกกว่า 100 รอบ แบตเตอรี่ก็ยังทำงานได้ดีเหมือนใหม่ ไม่มีการเสื่อมสภาพ ซึ่งทีมนักวิจัยตั้งเป้าจะพัฒนาให้แบตเตอรี่รุ่นนี้ชาร์จซ้ำได้ถึง 200 รอบ ก่อนโครงการวิจัยนี้จะจบ” 

แม้ยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่แบตเตอรี่จากไม้นี้เหมาะมากสำหรับอุปกรณ์เก็บพลังงาน หรือรถขนาดเล็กที่เน้นใช้งานในพื้นที่ เช่น รถไมโครคาร์ (ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม.) และรถยกในคลังสินค้า ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่ไม่ต้องรีบชาร์จไฟด่วน

อ้างอิง: fraunhofer

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Rock Zero สตาร์ทอัพจาก MIT ปั้นวิธีสกัดลิเทียมต้นทุนต่ำสุดในโลก ด้วยน้ำยากัดกระจก ได้ทั้งลิเทียม อะลูมินา ซิลิกา

นักวิจัย MIT และสตาร์ทอัพ Rock Zero เปิดวิธีสกัดลิเทียมจากหินด้วยแอมโมเนียมฟลูออไรด์ ทำงานที่อุณหภูมิต่ำ ไม่ต้องเผาหินพันองศา ต้นทุนถูกลงราวครึ่งหนึ่ง ปล่อยคาร์บอนน้อยลง แถมได้อะลู...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องธรรมชาติ พร้อมเปิดตัว "NEXTOPIA Gaming" เปลี่ยนเกมให้กลายเป็นเงินทุนฟื้นฟูธรรมชาติ

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วนสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก เปิดพื้นที่ NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub แลกเปลี่ยนองค์ความร...

Responsive image

หลัง Net Zero ต้องรู้จัก 'ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)' เรื่องใหญ่ที่ภาคธุรกิจเลี่ยงไม่ได้

หลังจากที่ได้ยินคำว่า Net Zero กับ Carbon Credit บ่อยแล้ว อีกคำที่ภาคธุรกิจต้องโฟกัส คือ 'ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)' เพราะในอนาคตต้องทำรายงาน TNFD และเก็บ Biodiversity C...