ผู้นำที่เป็นที่ต้องการ และ 5 แนวทางที่ธุรกิจต้องรับมือ ใน 3 ปีข้างหน้า โดย Accenture | Techsauce /* */ /* */

ผู้นำที่เป็นที่ต้องการ และ 5 แนวทางที่ธุรกิจต้องรับมือ ใน 3 ปีข้างหน้า โดย Accenture

Digital Transformation ที่หลายองค์กรพยายามขับเคลื่อนในเวลาหลายปี ก็เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่เดือน ด้วยการระบาดของ COVID-19  โดยในวิกฤติโรคระบาดที่เกิดขึ้น องค์กรที่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแรงจะปรับตัวได้ดีกว่า เร็วกว่า และสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปได้ อีกทั้งบางองค์กรยังสามารถใช้เทคโนโลยีที่มี ปรับตัว สร้างโอกาสและสามารถสร้างรายได้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ในขณะที่อาจมีอีกหลายองค์กรที่ขาดความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะในทางดิจิทัล

ซึ่งรายงาน Technology Vision 2021 ของ Accenture ในหัวข้อ Leader Wanted : Masters of Change at a Moment of Truth (ผู้นำที่เป็นที่ต้องการคือ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง) ได้เผยถึงเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิต ทั้งเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนไปตลอดกาล พร้อมกับเป็นตัวช่วยสำคัญให้ธุรกิจดำเนินไปต่อ  และการขับเคลื่อน ต้องเริ่มต้นจากผู้นำในองค์กรที่มีวิสัยทัศน์

ยุคขององค์กรที่เป็นผู้ตามอย่างรวดเร็วจบลงแล้ว นี่คือยุคของผู้นำเทคโนโลยี ที่ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา


โดย Accenture ได้ทำการสำรวจผู้บริหารด้านไอทีและด้านธุรกิจจาก 31 ประเทศทั่วโลก 14 อุตสาหกรรม รวมประเทศไทย พบว่าผู้บริหารต้องมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อนำพาองค์กรไปสู่การเป็นดิจิทัล  โดย 92% ระบุว่า องค์กรกำลังเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ภายในปีนี้ และ 91% ของผู้บริหารเห็นตรงกันว่า องค์กรต้องเป็นผู้กำหนดด้วยตนเองว่า ตลาดในอนาคตจะเป็นอย่างไร

การที่องค์กรจะกำหนดทิศทางแห่งอนาคตได้นั้น จะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ 

  1. ผู้นำเทคโนโลยี ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผู้นำเทคโนโลยี จะสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจได้รวดเร็วกว่าคู่แข่งถึง 5 เท่า และการเข้ามาของ COVID-19 จะช่วยเร่งให้เทคโนโลยีขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วกว่าเดิมเป็น 1-2 ปี จากที่ต้องใช้เวลา 3-5 ปี

  2. ผู้นำจะไม่รอให้เกิด New Normal โดยผู้นำจะพัฒนาสิ่งใหม่ขึ้นมา ตามความเป็นจริงใหม่ โดยใช้แนวคิดและรูปแบบที่แตกต่าง

  3. ผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบในฐานะพลเมืองโลก ผู้นำจะสร้างสรรค์และออกแบบเทคโนโลยี โดยใส่ใจต่อความยั่งยืนของโลกและทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้รับผิดชอบในฐานะพลเมืองโลก

ในรายงานยังเปิดเผยด้วยว่า 67% ของผู้บริหารไทย กับ 63% ของทั่วโลก ต้องการเร่ง Transformation องค์กรสู่องค์กรที่เป็นดิจิทัล

95% ของผู้บริหารไทย กับ 99% ของทั่วโลก พบว่าองค์กรมีความเครียดในการปรับตัวเรียงตามลำดับดังนี้ 1. โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมโครงสร้างทางเทคโนโลยี 2. กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการบริหารงาน 3. แรงงาน 4. กระบวนการทำงาน

83% ของผู้บริหารไทย กับ 92% ของทั่วโลก ต้องการสร้างนวัตกรรมให้ได้ภายในปีนี้

82% ของผู้บริหารไทย กับ 91% ของทั่วโลก ต้องการเป็นตัวกำหนดตลาดในอนาคต

จากการสำรวจความคิดเห็นพบว่า เทคโนโลยีไม่ได้เป็นตัวช่วยให้ประสบความสำเร็จอีกต่อไป แต่เทคโนโลยีถูกมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ทำให้ความสำเร็จต่างๆ เกิดขึ้นได้

5 แนวทางที่ธุรกิจต้องรับมือ ใน 3 ปีข้างหน้า

Accenture Technology Vision ระบุถึง  5 แนวทางหลักที่องค์กรต่าง ๆ จะต้องรับมือในช่วง 3 ปีข้างหน้า

1. Stack strategically: การกำหนดโครงสร้างทางเทคโนโลยีอย่างมีกลยุทธ์เพื่อการสร้างโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของเทคโนโลยีแห่งอนาคต

จากผลสำรวจ 78% ของผู้บริหารไทย กับ 83% ของทั่วโลก พบว่าองค์กรต้องการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจและทางเทคโนโลยีควบคู่กันไปได้ 

67% ของผู้บริหารไทย กับ 77% ของทั่วโลก เชื่อว่าโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของ IT จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

85% ของผู้บริหารไทย กับ 89% ของทั่วโลก เชื่อว่าความสามารถในการสร้างคุณค่าทางธุรกิจมีปัจจัยมาจากการมีโครงสร้างสถาปัตกรรมของ IT ที่ดี

ยกตัวอย่าง ITV สถานีโทรทัศน์ในสหราชอาณาจักร ได้ทำ Digital transformation โดยย้ายระบบงาน ระบบ IT ขึ้นไปอยู่บน Cloud รวมทั้งมีการปรับถึงระดับโครงสร้างทำให้บริการของเขามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีการสร้างแพลตฟอร์มใหม่อย่าง britbox โดยการทำ Cloud micro service เข้ามาเป็นพื้นฐานสร้าง platform ตัวนี้ โดย britbox สามารถสร้างเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 9 เดือน และเป็นระบบ Streaming ที่เข้าไปอยู่ในบ้านของลูกค้า และได้รับความนิยมที่สูงมาก

2. Mirrored world : โลกดิจิทัลคู่ขนานอันชาญฉลาด

โลกดิจิทัลคู่ขนานอันชาญฉลาด คือ การสร้างโลกจำลองที่มีข้อมูลมากมายเสมือนโลกจริง รวมไปถึงการพัฒนาโมเดลต่าง ๆ และ AI เพื่อสร้างทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งเทรนด์นี้จะนำมาสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่สู่ตลาด

33% ของผู้บริหารไทย และ 24% ของผู้บริหารทั่วโลกยอมรับว่าองค์กรของเขาได้ลองใช้โลกเสมือนจริงและ AI ในปีที่ผ่านมา

77% ของผู้บริหารไทย และ 65% ของผู้บริหารทั่วโลก เชื่อว่าการลงทุนในโลกคู่ขนานเสมือนจริง หรือ AI จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยในอีก 3 ปีข้างหน้า

90% ของผู้บริหารไทย และ 87% ของผู้บริหารทั่วโลก เชื่อว่าจะโลกดิจิทัลคู่ขนานและมีความสำคัญในการร่วมมือกันของพาร์ทเนอร์อื่น ๆ ในระบบ ecosystem 

ตัวอย่าง บริษัท Unilever สร้างโลกจำลองเสมือนจริงรวมทั้งการพัฒนา AI เพื่อควบคุมโรงงาน โดยโลกจำลองเสมือนจริงได้รับข้อมูลจากเครื่องจักรที่เชื่อมโยงกัน หรือที่เรียกกันว่า connected device หรือ connected machine เครื่องจักรเหล่านี้จะเก็บข้อมูลของสถานะและเงื่อนไขต่าง ๆ ของโรงงาน เช่น ความชื้น อุณหภูมิ ความเร็วของเครื่องจักร เป็นต้น เมื่อส่งข้อมูลไปยังโลกเสมือนจริงแล้ว AI จะตรวจสอบ เพื่อหาการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด พบว่าโรงงานที่ใช้ AI ตรวจสอบ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าล้านเหรียญ เพิ่มผลผลิตได้ถึง 3% และทำงานต่อเนื่องไม่มีสะดุด

3. I, Technologist ทุกคนในทุกบทบาทจะเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกันและมีประสิทธิภาพ

องค์กรต้องการรากฐานด้านเทคโนโลยี ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถใช้ได้กับพนักงานทุกระดับตั้งแต่ผู้ปฎิบัติงานถึงผู้บริหาร ไม่ว่าบุคลากรนั้นจะมีพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีหรือไม่ก็ตาม

88% ของผู้บริหารไทย และ 86% ของผู้บริหารทั่วโลก ต้องฝึกฝนบุคลากรทุกระดับให้ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าบุคคลากรนั้น ๆ จะไม่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีก็ตาม

87% ของผู้บริหารไทย และ 90% ของผู้บริหารทั่วโลก นอกจากการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีในการทำงานแล้ว องค์กรยังต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลและกำหนดการเข้าถึงข้อมูล

ตัวอย่างเช่น บริษัท G&J Pepsi นำเอา solution ของ microsoft ที่ชื่อว่า Power App มาใช้งาน ให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูล แอปพลิเคชัน หรือ AI เข้าด้วยกันผ่าน UI ที่เป็นไอคอนที่ง่ายต่อการใช้งาน ทำให้พนักงานสามารถสร้างเครื่องมือที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการขึ้นมาใช้เอง และทำได้อย่างรวดเร็ว แม้พนักงานจะไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีมาก่อน ผลที่ได้ คือ บริษัทมีระบบใหม่ ๆ ที่ใช้งานได้จริง ตั้งแต่ระบบคลังถึงระบบการกระจายสินค้า

4. Anywhere, Everywhere การทำงานที่ใดก็ได้ 

บุคลากรสามารถกำหนดสภาพแวดล้อมในการทำงานได้เองทั้งด้านเวลาและสถานที่ 

85% ของผู้บริหารไทย และ 82% ของผู้บริหารทั่วโลก ยอมรับว่าสถานการณ์โควิดทำให้มีการเปลี่ยนพฤติกรรมครั้งใหญ่และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

57% ของผู้บริหารไทย และ 47% ของผู้บริหารทั่วโลก มีการลงทุนในเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทำ

80% ของผู้บริหารไทย และ 81% ของผู้บริหารทั่วโลก เชื่อว่าองค์กรจะปรับเปลี่ยนมุมมองการทำงาน โดยให้พนักงานกำหนดสภาวะแวดล้อมในการทำงานได้เอง

ตัวอย่างเช่น Fujitsu มีโปรแกรม work life shift ที่ให้พนักงานกำหนดสภาพแวดล้อมในการทำงานได้ ทั้งเลือกสถานที่ทำงานและชั่วโมงการทำงาน ยังมีแผนขยายออฟฟิศในรูปแบบดาวกระจาย โดยจะสร้างออฟฟิศในที่ต่าง ๆ กัน ซึ่งเป็นออฟฟิศขนาดเล็ก หรือ co-working space ให้พนักงานมีทางเลือกว่าจะทำงานที่บ้านหรือเข้าออฟฟิศ

5. From me to we ระบบที่หลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมเดียวกัน

การเชื่อมโยงกันของระบบต่าง ๆ จากองค์กรต่าง ๆ ในระบบ ecosystem สามารถฝ่าวิกฤต COVID-19 ไปได้ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคปรับเปลี่ยนเป็นการใช้งานออนไลน์มากขึ้น 

75% ของผู้บริหารไทย และ 93% ของผู้บริหารทั่วโลก ยอมรับว่าได้รับผลกระทบเรื่อง supply chain 

93% ของผู้บริหารไทย และ 90% ของผู้บริหารทั่วโลก เชื่อว่าองค์กรต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเร่งด่วน โดยมี cloud เป็นแกนกลางสำคัญในการปรับตัวครั้งนี้

ตัวอย่าง Ping An เป็นบริษัทประกันจากประเทศจีน ให้ความสำคัญกับ Digital Transformation เป็นอย่างมาก ตั้ง Cloud Platform มา 5 กลุ่มธุรกิจ ตามแต่ละรูปแบบของธุรกิจ ประกอบไปด้วย กลุ่ม Automotive กลุ่ม Personal Finance กลุ่ม Health กลุ่ม Property และกลุ่ม Smart City โดยแต่ละกลุ่มสามารถข้าม Cloud ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้ ผลที่ได้ คือ มีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนและมีลูกค้าฐานใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น อีกทั้งแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นยังขยายไปสู่ Ecosystem ที่กว้างขึ้นทั้งธนาคารกว่า 600 แห่ง บริษัทประกันกว่า 80 บริษัท และสถาบันทางการเงินอีกกว่า 3,000 มีเงินไหลเวียนกว่า 5 พันล้านเหรียญในแค่ช่วงครึ่งปีแรกของ 2019 

คุณนิธินันท์ สมบูรณ์วิทย์ Managing Director ของ Accenture Thailand ได้เผยถึง การปรับตัวของธุรกิจในไทยว่า องค์กรที่มีความพร้อมด้านดิจิทัลจะปรับตัวได้เร็วกว่า ส่วนองค์กรที่ไม่มีพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้ บริษัทที่ยังไม่พร้อมเรื่องดิจิทัล ต้องหันมาลงทุนด้านดิจิทัลมากขึ้น

โดยคำแนะนำในการปรับตัวนั้น ให้มองพื้นฐานขององค์กรว่า มีพื้นฐานดิจิทัลมากน้อยแค่ไหน และตีความกับสภาพธุรกิจ / เศรษฐกิจว่าจะไปทางไหนอย่างไรได้บ้าง พร้อมตีโจทย์ให้แตกก่อนตัดสินใจ วางเป้าหมายชัดเจน กำหนดแนวทาง Vision - Mission และต้องวัดผลได้ 

ทั้งนี้สามารถอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ Accenture

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จัก "9 Deep-tech Startups" โมเดล Spin-off สู่โลกธุรกิจของ สวทช.

สวทช. Accelerator องค์ความรู้ด้านเทคฯ และวิทยาศาสตร์ของภาครัฐ นำผลงานวิจัยจากห้องแล็บที่ทรงคุณประโยชน์มาต่อยอดให้เข้าถึงคนหมู่มากได้ ด้วยโมเดลธุรกิจให้ทันต่อความต้องการของตลาด โดยเ...

Responsive image

บำรุงราษฎร์ รุดหน้านวัตกรรมการแพทย์ นำ Radiology AI ช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติของปอด และมะเร็งเต้านม แม่นยำ รวดเร็ว รักษาทันท่วงที

ล่าสุดโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ นำ Radiology AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติของปอด และมะเร็งเต้านม ด้วย AI และ Deep Learning ในการบูรณาการเพื่อเพิ่มความรวดเ...

Responsive image

เอลซัลวาดอร์เสี่ยงกับอะไรมากกว่ากัน ระหว่างการตัดสินใจของผู้นำ กับความผันผวนของ Bitcoin

เอลซัลวาดอร์ ประเทศแรกที่ประกาศให้สกุลเงินดิจิทัลถูกกฎหมายประสบปัญหาเป็นอย่างมากจากการที่รัฐบาลได้ทยอยซื้อเหรียญ Bitcoin จนมีมูลค่าความเสียหายอย่างน้อย 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1...