
ในงาน Techsauce Next Entrepreneur's Summit คุณชลธิชา แสงพันธุ์ AI & Data Evangelist ขึ้นเวทีพร้อมคำถามที่ทุกคนในห้องน่าจะรู้สึกร่วมกันอยู่แล้ว นั่นคือ "ทำไมช่วงนี้โลกธุรกิจถึงหมุนเร็วขนาดนี้?"
คำตอบที่คุณชลธิชาให้ไม่ได้ซับซ้อน แต่ทรงพลัง นั่นคือมาจาก 3 ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ได้แก่ ผู้บริโภค สื่อ และเทคโนโลยี ความเคลื่อนไหวที่ทับซ้อนกันอยู่ทั้งสามด้านนี้เองที่ทำให้รู้สึกว่าแผ่นดินใต้เท้ากำลังสั่น และเส้นทางที่เคยวิ่งอยู่เริ่มไม่คุ้นเคยอีกต่อไป
หนึ่งในประเด็นที่คุณชลธิชาเน้นย้ำมากที่สุดตลอดการบรรยายคือการเปลี่ยนบทบาทของ "สื่อ" ที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ลึกซึ้ง จากเดิมที่สื่อทำหน้าที่เพียงสร้างการมองเห็นและโปรโมทสินค้า วันนี้สื่อกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจซื้อแบบเต็มรูปแบบ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือปรากฏการณ์ของเจนนี่บน TikTok ที่สร้างรายได้หลายพันล้านบาทผ่านการไลฟ์สด เพราะทุกแพลตฟอร์มในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางสื่อสารอีกต่อไป แต่กลายเป็น แพลตฟอร์มพาณิชย์ ที่สมบูรณ์แบบ ขับเคลื่อนโดยทั้งผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลและผู้บริโภคทั่วไปที่สามารถไลฟ์ขายสินค้าได้ด้วยตัวเอง
สิ่งที่คุณชลธิชาฝากให้จดจำไปจากเวทีนี้คือ "อย่ามองแพลตฟอร์มเป็นแค่สื่อ" แต่ให้มองว่าแพลตฟอร์มคือเครื่องมือสร้าง ระบบนิเวศแห่งความไว้วางใจ (Ecosystem of Trust) ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าการแข่งขันด้านราคาในระยะยาวอย่างเทียบกันไม่ได้
คุณชลธิชาอธิบายให้เห็นภาพว่าเหตุที่แบรนด์ต้องใช้ AI ในการสื่อสารกับลูกค้าที่เป็นมนุษย์ เป็นเพราะ AI มีความสามารถพิเศษในการคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคได้ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวเสียอีก นั่นคือเหตุผลที่บางครั้งโฆษณาเก้าอี้เพื่อสุขภาพโผล่ขึ้นในฟีดพอดีกับที่กำลังปวดหลัง หรือโฆษณาคลินิกผิวหน้าปรากฏขึ้นในช่วงที่กำลังกังวลเรื่องสิว เพราะแพลตฟอร์มต่างๆ ต้องการนำเสนอสิ่งที่ใช่ สำหรับผู้ใช้แต่ละคน
อย่างไรก็ตาม คุณชลธิชาย้ำว่าแบรนด์ที่จะเติบโตในยุค AI-First Era ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่ "เข้าใจผู้บริโภค" เหมือนในอดีต แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่รู้จัก "บริหารความสัมพันธ์ระหว่าง AI และมนุษย์" ได้อย่างชาญฉลาด รู้ว่าส่วนใดควรใช้ AI ช่วย และส่วนใดยังต้องรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้
คุณชลธิชาตั้งคำถามชวนคิดว่า แม้คอนเทนต์ที่สร้างโดย AI จะมีมากมายเพียงใดในตอนนี้ แต่ยังไม่มีใครยกมือยืนยันได้ว่าเคยซื้อสินค้าจากคอนเทนต์ที่เป็น AI 100% เพราะคนยังชอบ "ซื้อกับคน" อยู่ดี สูตรที่คุณชลธิชาแนะนำจึงเป็น Brand + Human × AI ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างระบบนิเวศแห่งความไว้วางใจที่ยั่งยืน
หนึ่งในข้อความที่ทรงพลังที่สุดจากเวทีนี้คือ "AI เกิดมาเพื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมโดยเฉพาะ" คุณชลธิชาชี้ให้เห็นว่าความรู้ราคาแพงที่เคยเข้าถึงได้เฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์งบกำไรขาดทุนโดยที่ปรึกษาทางการเงิน หรือการออกแบบเมนูอาหารโดยนักโภชนาการ วันนี้ทั้งหมดนั้นสามารถเข้าถึงได้บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ในราคาเพียงหลักพันบาท
ประโยชน์หลักของ AI ต่อธุรกิจมีอยู่ 3 ด้านด้วยกัน ด้านแรกคือการประหยัดเวลาทำงานอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบงานกราฟิก การวิเคราะห์ข้อมูลบนแผงควบคุม หรือการประสานงานหลายแผนก ล้วนลดระยะเวลาจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือแค่ไม่กี่นาที ด้านที่สองคือการลดต้นทุนทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่าย และด้านที่สามคือการยกระดับคุณภาพการตัดสินใจ เพราะเมื่อมีทรัพยากรเหลืออยู่มากขึ้น ก็สามารถนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเลือกทิศทางธุรกิจได้แม่นยำขึ้น

คุณชลธิชาแนะนำเครื่องมือ AI ที่เหมาะสมสำหรับงานแต่ละประเภท ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของธุรกิจ สำหรับการวิจัยตลาดและวิเคราะห์คู่แข่ง Claude คือเครื่องมือที่แนะนำ เพียงใส่ชื่อแบรนด์คู่แข่งเข้าไป ก็สามารถสรุปกลยุทธ์และค้นหา "ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง" ของตลาดออกมาได้ทันที นอกจากนี้ Claude ยังช่วยแปลงลายมือเขียนหรือภาพถ่ายเอกสารให้กลายเป็นข้อความ รวมถึงแปลงข้อความให้เป็น PowerPoint ได้โดยอัตโนมัติ ส่วนงานทำรายงานที่ต้องส่งผู้บริหารหรือการวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ Gemini ทำได้ดีกว่า
สำหรับงานออกแบบและสร้างสรรค์สื่อ Canva ช่วยได้ตั้งแต่การแก้ไขข้อความในไฟล์ JPEG ที่ไม่มีไฟล์ต้นฉบับ ไปจนถึงการแปลงภาพนิ่งให้กลายเป็นคลิปวิดีโอสั้น ขณะที่ Sora เหมาะสำหรับสร้างวิดีโอ และยังมีเครื่องมือสำหรับสร้างโลโก้แบรนด์ รวมถึงแต่งเพลงประจำแบรนด์ที่ทำเสร็จได้ภายใน 10 นาที เพียงแค่ใส่บุคลิกลักษณะของแบรนด์เข้าไป ด้านการสร้างเว็บไซต์นั้น Webflow และเครื่องมือที่แนะนำสามารถทำให้ได้เว็บไซต์สมบูรณ์แบบภายใน 1 วัน ส่วนงานคัดกรองใบสมัครงานจำนวนมากหรือการตรวจสอบสัญญาเบื้องต้น ก็ล้วนมีเครื่องมือ AI รองรับทั้งสิ้น
คุณชลธิชาปิดท้ายด้วยแนวคิดสำคัญที่เรียกว่า การค้นหาแบบไม่คลิก (Zero-Click Search) ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ไม่มีเวลาเสิร์ชบน Google แล้วอ่านผลลัพธ์ทีละลิงก์อีกต่อไป แต่หันมาถามตรงๆ กับ ChatGPT หรือ Gemini และรอคำตอบสังเคราะห์ที่ได้ทันที นั่นหมายความว่าแบรนด์ต้องไม่เพียงแค่ "ติดอันดับการค้นหา" แต่ต้องกลายเป็น "คำตอบที่ AI เลือกแนะนำ"
สิ่งนี้ต้องอาศัยการปรับกลยุทธ์ด้าน SEO (การเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเครื่องมือค้นหา) AEO (การเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับเครื่องมือตอบคำถาม) และ GEO (การเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับ AI สร้างเนื้อหา) ไปพร้อมกัน ซึ่งคุณชลธิชาฝากไว้ว่าสไลด์ทั้งหมดสามารถดาวน์โหลดไปศึกษาต่อได้

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่ยุค AI อย่างมั่นใจ Techsauce มีหลักสูตรและ Bootcamp สำหรับเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับ รวมถึงทีมเทคโนโลยีที่ต้องการสร้างนวัตกรรมขององค์กร โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริงและนำกลับไปใช้ได้ทันที เพราะอย่างที่คุณชลธิชาย้ำไว้ "AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ IT อีกต่อไปแล้ว แต่คือเรื่องของกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ทุกคนในองค์กรควรเข้าใจ"
ที่มา: สรุปเนื้อหาจาก Session AI-First Era: อนาคตธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI จกงาน Techsauce Next Entrepreneur's Summit 'The Gateway to Isan'
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด