
Techsauce เคยพาไปสำรวจว่า FoodTech กำลังออกแบบส่วนผสมและรูปแบบอาหารใหม่อย่างไร แต่อีกโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมอาหารคือ ทำอย่างไรให้อาหารสดอยู่ได้นานขึ้น ลดการสูญเสียก่อนกลายเป็น Waste และนำของเหลือที่เกิดขึ้นแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
ประเด็นนี้นี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจอาหารไทย เพราะการสูญเสียเกิดขึ้นได้หลายจุด ตั้งแต่สินค้าที่เสื่อมคุณภาพก่อนจำหน่าย ผลพลอยได้จากโรงงาน ไปจนถึงขยะอินทรีย์ที่ต้องขนส่งหรือกำจัด เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาททั้งใน การยืดอายุอาหารเพื่อลด Waste ตั้งแต่ต้นทาง และการเปลี่ยนของเหลือหรือของเสียที่เกิดขึ้นแล้วให้กลับมามีประโยชน์อีกครั้ง

Credit : Civilsdaily
อย่างไรก็ดี โจทย์ดังกล่าวมีขนาดใหญ่เกินกว่าธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งจะแก้ไขได้ รายงาน FoodWaste Index 2024 ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ประเมินว่า ในปี 2022 โลกสร้างขยะอาหารจากระดับค้าปลีก บริการอาหาร และครัวเรือนรวม 1.05 พันล้านตัน คิดเป็น 19% ของอาหารที่มีให้ผู้บริโภค โดย 60% ของปริมาณดังกล่าวมาจากครัวเรือน

Credit : c2ccertified
ขณะเดียวกัน แรงกดดันก็กำลังเปลี่ยนจากเป้าหมายสมัครใจไปสู่กติกาที่วัดผลได้ สหภาพยุโรปแก้ไข Waste Framework Directive ในปี 2025 และกำหนดเป้าหมายผูกพันให้ประเทศสมาชิกลดขยะอาหารภายในปี 2030 ลง 10% ในภาคแปรรูปและการผลิต และ 30% ต่อคนในภาคค้าปลีก ร้านอาหาร บริการอาหาร และครัวเรือน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2021-2023
เมื่อการสูญเสียอาหารมีต้นทุนทั้งด้านวัตถุดิบ พลังงาน การขนส่ง และการกำจัด คำถามสำหรับธุรกิจจึงไม่ได้มีเพียงว่าจะจัดการ Waste ที่ปลายทางอย่างไร แต่รวมถึงจะป้องกันไม่ให้ Waste เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น และจะนำผลพลอยได้หรือของเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไปต่อยอดอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด
ในบทความนี้ เราจึงอยากชวนไปรู้จัก Agrifreeze, Terra Bioindustries และ KINAVA สามทีม Accelerator ใน SPACE-F Batch 7 ที่กำลังจัดการกับโจทย์เดียวกันจากคนละช่วงของห่วงโซ่ ตั้งแต่ การป้องกันการสูญเสียมูลค่าของอาหาร การสร้างวัตถุดิบใหม่จากผลพลอยได้ ไปจนถึงการกู้คืนพลังงานจากของเสียอินทรีย์
Food Waste ในระบบอาหารไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเมื่ออาหารถูกทิ้ง แต่เริ่มได้ตั้งแต่สินค้าที่เสื่อมคุณภาพก่อนขาย ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต ไปจนถึงของเสียอินทรีย์ที่ไม่สามารถนำกลับมาบริโภคได้อีก
เทคโนโลยีจึงเข้ามาจัดการกับปัญหาในแต่ละช่วงแตกต่างกัน ตั้งแต่ ยืดอายุและคงคุณภาพอาหารเพื่อลดการสูญเสียตั้งแต่ต้นทาง นำผลพลอยได้กลับมาเป็นวัตถุดิบใหม่ ไปจนถึงเปลี่ยนของเสียที่ไม่เหมาะกับการบริโภคให้เป็นพลังงานหรือวัสดุที่ยังใช้ประโยชน์ได้
สามแนวทางนี้เราจะเห็นได้จาก Agrifreeze, Terra Bioindustries และ KINAVA ซึ่งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อจัดการกับการสูญเสียและของเหลือในคนละจุดของห่วงโซ่อาหาร
Agrifreeze สตาร์ตอัปจากสิงคโปร์ พัฒนาเทคโนโลยีแช่แข็งด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ electromagnetic field (EMF) เพื่อควบคุมโมเลกุลน้ำระหว่างการแข็งตัว และช่วยให้เกิดผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กลง ลดความเสียหายต่อโครงสร้างอาหาร
หนึ่งในกรณีใช้งานของ Agrifreeze คือความร่วมมือกับ Spike Durian ในสิงคโปร์ เพื่อนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับทุเรียน Musang King โดยมีเป้าหมายรักษาเนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติหลังละลาย พร้อมขยายช่วงเวลาจำหน่ายจากสินค้าตามฤดูกาลไปสู่การขายได้ตลอดปี
กรณีนี้สะท้อนว่า การลด Food Waste ไม่ได้หมายถึงการจัดการอาหารที่ถูกทิ้งแล้วเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเพิ่มระยะเวลาที่สินค้าอาหารยังคงคุณภาพและขายได้ หากผู้ประกอบการสามารถยืดช่วงเวลานี้ออกไป ก็มีโอกาสลดการสูญเสียจากสินค้าที่เสื่อมคุณภาพก่อนถึงผู้บริโภค
แต่แม้เทคโนโลยีจะช่วยลดการสูญเสียก่อนอาหารกลายเป็น Waste ได้ กระบวนการผลิตอาหารก็ยังมีผลพลอยได้บางประเภทที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โจทย์ถัดไปจึงเป็นว่า วัตถุดิบเหล่านี้จะถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์และสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ได้อย่างไร
หลังการต้มเบียร์ โรงงานจะเหลือ brewers' spent grain หรือกากธัญพืชที่ผ่านการสกัดน้ำตาลแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวบาร์เลย์และยังมีโปรตีนและใยอาหารหลงเหลืออยู่
แทนที่จะมองวัตถุดิบเหล่านี้เป็นของเหลือที่ต้องจัดการเพียงอย่างเดียว จึงเกิดแนวคิด upcycling ซึ่งเป็นการพยายามนำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต กลับมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น และสามารถนำกลับเข้าสู่ระบบอาหารได้อีกครั้ง

Terra Bioindustries จากแคนาดา จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มแยกส่วนประกอบของกากเบียร์ออกเป็นวัตถุดิบหลายชนิด ได้แก่ TERRA Protina โปรตีนเข้มข้น TERRA Fibra ใยอาหาร TERRA Choc ส่วนผสมที่ช่วยทดแทนโกโก้บางส่วน และ TERRA Malt น้ำเชื่อมมอลต์อเนกประสงค์
โมเดลของ Terra จึงสะท้อนอีกขั้นของการลด Waste ในระบบอาหาร คือเมื่อผลพลอยได้เกิดขึ้นแล้ว หากยังคงคุณภาพในระดับที่นำกลับมาใช้เป็นอาหารได้ ก็มีโอกาสถูกเปลี่ยนจากต้นทุนหรือของเหลือ ให้กลับมาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม ของเสียบางประเภทอาจไม่เหมาะกับการนำกลับมาเป็นอาหารอีกต่อไป โดยเฉพาะวัตถุดิบที่มีความชื้นสูง เสื่อมคุณภาพ หรือปะปนกับของเสียประเภทอื่น โจทย์ของเทคโนโลยีจึงขยับจากการนำกลับมาเป็นอาหาร ไปสู่การกู้คืนพลังงานหรือวัสดุที่ยังมีมูลค่า

ของเสียบางชนิดไม่เหมาะจะนำกลับมาเป็นอาหาร โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่มีความชื้นสูง เช่น เศษอาหาร มูลสัตว์ และกากตะกอนน้ำเสีย ซึ่งทำให้การขนส่ง การจัดเก็บ และการนำไปผ่านกระบวนการบางชนิดมีต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้น
KINAVA จากเกาหลีใต้จึงพัฒนา hybrid hydrothermal carbonization หรือ HTC เพื่อแปลงของเสียเหล่านี้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพและวัสดุคาร์บอน
HTC เป็นกระบวนการให้ความร้อนแก่ชีวมวลที่มีน้ำภายใต้แรงดัน ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ของแข็งที่อุดมด้วยคาร์บอนซึ่งเรียกว่า hydrochar จุดเด่นคือสามารถรับมือกับวัตถุดิบเปียกได้โดยไม่ต้องอบแห้งทั้งหมดก่อนเหมือนบางกระบวนการความร้อน จึงมีโอกาสลดการใช้พลังงานในขั้นเตรียมวัตถุดิบ
KINAVA วางเป้าหมายของระบบไว้ที่การลดกลิ่นและการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับการอบแห้งแบบเดิม พร้อมเดินหน้าโครงการสาธิตร่วมกับ Korea East-West Power เพื่อเปลี่ยนกากตะกอนน้ำเสียและเศษไม้เป็นเชื้อเพลิงแข็ง
ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นอีกเส้นทางหนึ่งของการจัดการของเสีย เมื่อวัตถุดิบไม่เหมาะกับการนำกลับมาเป็นอาหารอีกแล้ว เทคโนโลยียังสามารถเข้ามากู้คืนคุณค่าในรูปของพลังงานหรือวัสดุคาร์บอนแทนการนำไปกำจัดโดยตรง
ทั้งสามโมเดลสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีสำหรับลด Waste ในระบบอาหารไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว
Agrifreeze ใช้เทคโนโลยียืดความสดเพื่อช่วยลดการสูญเสียก่อนอาหารกลายเป็น Waste ขณะที่ Terra Bioindustries นำผลพลอยได้จากการผลิตกลับมาเป็นวัตถุดิบอาหาร และ KINAVA นำของเสียอินทรีย์ที่ไม่เหมาะกับการบริโภคไปต่อยอดเป็นเชื้อเพลิงและวัสดุคาร์บอน
หากมองทั้งสามแนวทางต่อกัน จะเห็นลำดับของการจัดการทรัพยากรตั้งแต่การป้องกัน Waste ก่อนเกิด การใช้ผลพลอยได้ให้คุ้มค่าที่สุด ไปจนถึงการกู้คืนประโยชน์จากของเสียที่ไม่สามารถกลับเข้าสู่ระบบอาหารได้อีก
สำหรับธุรกิจไทย จุดเริ่มต้นจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่การเลือกเทคโนโลยีปลายทางทันที แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า Waste หรือการสูญเสียเกิดขึ้นตรงไหนในกระบวนการ ปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบเป็นอย่างไร ต้นทุนในการขนส่งและจัดการอยู่ที่เท่าไร และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมีตลาดรองรับหรือไม่
เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ธุรกิจจะสามารถเลือกได้ชัดขึ้นว่า วัตถุดิบส่วนใดควรถูกเก็บรักษาให้อยู่ได้นานขึ้น ส่วนใดควรถูกนำกลับมาใช้เป็นส่วนผสม และส่วนใดเหมาะกับการเปลี่ยนเป็นพลังงานหรือวัสดุประเภทอื่น
ผู้ประกอบการ นักลงทุน และคนในอุตสาหกรรมอาหารสามารถติดตามพัฒนาการของทั้ง Agrifreeze, Terra Bioindustries และ KINAVA พร้อมสำรวจเทคโนโลยีและโอกาสร่วมธุรกิจกับสตาร์ตอัปใน SPACE-F Batch 7 ได้ที่ Accelerator Demo Day วันที่ 26 สิงหาคม 2026 เวลา 13.00–17.00 น. ภายในโซน FoodTech Summit by SPACE-F งาน Techsauce Global Summit ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ฮอลล์ 3–4 ชั้น G
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานหรือพบปะกับสตาร์ตอัปเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://luma.com/vs73dgv9
โดยติดตามข้อมูลล่าสุดได้ผ่านเว็บไซต์ SPACE-F และเฟซบุ๊ก SPACE-F
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด