blued แอปพลิเคชั่นสังคมออนไลน์สำหรับชาวเกย์ หรือเรียกสั้นว่าๆ แอปเกย์ ที่กำเนิดขึ้นในประเทศจีนนี้ อาจจะไม่คุ้นหูคุ้นตาสำหรับบางคน แต่รู้หรือไม่ว่า มีผู้ใช้แอปเหล่านี้อยู่จำนวนมาก แม้แต่ในไทยเองก็มีผู้ใช้แอปนี้อยู่เกือบ 2 แสนคน ทั้งยังมีสาขาใน UK และกำลังขยายไปในหลายประเทศ อย่างเช่น อเมริกาและบราซิล อะไรที่ทำให้คุณ Geng Le CEO ชาวจีน ผันตัวจากอาชีพตำรวจ หันมาทำเว็บไซต์และสร้างแอปจนมีคนใช้งานมากมายในหลายประเทศรวมถึงไทย เจาะเบื้องหลังที่มาที่ไปของอีเว้นท์และกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทย  กับบทสัมภาษณ์อันเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นเพื่อสร้างแอปที่ไม่ใช่เพียงใช้หาคู่เหมือนแอปอื่นๆ แต่ยังตั้งใจปูทางสู่สังคมที่ดีสำหรับชาวเกย์ จาก CEO ของ blued คุณ Geng Le (เกิ่ง เล่อ) และ คุณหนุ่ม มารุต ประเสริฐศรี ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย

BlueD-Geng-le

จุดเริ่มต้นของแอป blued เป็นอย่างไร มีแรงบันดาลใจจากอะไรบ้าง

Geng Le - จุดเริ่มต้นก็คือ ตอนผมเรียนจบโรงเรียนตำรวจออกมา แล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น ไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตถึงรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ ซึ่งสมัยนั้นในเมืองจีน เป็นเกย์เท่ากับเป็นโรคจิต ไม่เป็นที่ยอมรับเลย  ผมเลยอยากจะพัฒนาสังคมให้มีความเข้าใจมากขึ้นว่า เกย์ไม่ใช่โรคจิต แต่เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ ตอนนั้นจึงตัดสินใจสร้างเว็บเกี่ยวกับเกย์ออกมาชื่อ Danlan.org ทำในปี 2000 ตั้งแต่ยังเป็นตำรวจและไม่กล้าบอกใครว่าทำเว็บ  พอถึงปีประมาณปี 2007 เว็บถูกปิดเนื่องจากนโยบายคำสั่งจากรัฐบาล  

แต่โชคดีในปี 2008 มีจัดโอลิมปิกที่ปักกิ่ง สื่อทางการของจีนจึงต้องการสื่อสารว่าเมืองจีนเป็นประเทศที่เปิดกว้าง Open แล้วก็ยอมรับเว็บของเรา  นั่นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของเราตั้งแต่นั้นมา เลยลาออกจากการเป็นตำรวจ แล้วก็พาทีมงานที่ทำเว็บจากบ้านเกิดมายังปักกิ่ง พอมาถึงปักกิ่งก็ทราบว่าเพื่อนๆ หลายคนเป็นเกย์ ติดเชื้อ HIV  เราเลยเกิดความคิดว่าจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือพัฒนาคนกลุ่มนี้ พอถึงปี 2012 เราได้เข้าพบกับนายกรัฐบาลจีนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งตอนนั้นเราคิดมันต้องไม่ใช่แค่เว็บแล้ว ต้องเป็นมือถือ เลยทำแอปมือถือขึ้นมา เป็นแอปจับคู่เดทด้วย ส่วนในเว็บช่วงหลังจะไม่มีจับคู่แล้ว จะเน้นข่าว เน้นให้ความรู้คนในกลุ่ม ทั้งเรื่อง LGBT และโรค HIV

BLUED-aids-2016-2

ในตอนแรกฐานผู้ใช้ของ blued มาจากไหน ย้ายมาจากฐานเว็บไซต์ Danlan หรือเปล่า

Geng Le - ไม่ใช่ครับ ไม่ได้มาจากฐานเว็บ เพราะตอนแรกเราไม่ได้บอกให้ใครรู้เลยว่า blued มาจาก Danlan.org เราอยากพัฒนา blued ให้ดีจนคนคิดว่าเป็นแอปจากเมืองนอก เพราะที่จีนยังมีภาพลักษณ์ว่าต่างชาติเก่งเทคโนโลยีกว่าเรามาก เราก็ทำ พัฒนาเรื่อยๆ จนได้ยอดดาวน์โหลดเยอะ อีกทั้งตัวแอปก็มีจุดเด่นที่ต่างจากเว็บไซต์คือ ส่วนใหญ่แล้วเว็บหาคู่ เราจะเห็นได้แต่รูปภาพ แต่ว่าในแอปสามารถรู้ได้ว่าอยู่ห่างกี่กิโลเมตร จึงทราบว่าเป็นคนในละแวกพื้นที่เดียวกัน ซึ่งมีผลต่อการเดทติ้งได้สะดวกกว่า

มีวิธีการอย่างไรจึงทำให้แอปเป็นที่สนใจของนักลงทุน และรายได้มาจากไหนบ้าง

Geng Le - ความจริงเงินทุนก้อนแรกเข้ามาหาเราเอง ตั้งแต่แอปออกมา อัตราการโตก็เพิ่มขึ้นตลอดจนติดอันดับใน App store โอกาสเลยเข้ามาหาเราเรื่อยๆ  เราก็พยายามพัฒนาโปรดักต์ให้มีศักยภาพ ให้เขาเห็นว่าเรามีกำลังบริโภคหรือมีตลาดในกลุ่ม LGBT มากแค่ไหน เพราะสัดส่วนกลุ่ม LGBT ก็ประมาณ 5% ของประชากรก็ประมาณ 700 ล้านคน  

ส่วนรายได้ blued แบ่งเป็น 2 เวอร์ชั่น คือ Inter กับ Domestic คือ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า ในส่วน Domestic มีรายได้จากโฆษณา กับ Live ครับ แล้วสิ้นปีนี้เราจะมีเกม มีช้อปปิ้งออนไลน์ กับซื้อ VIP ในแอป แล้วปีหน้าก็น่าจะมี Travel ครับ

ส่วนเวอร์ชั่น Inter หลักๆ คือ เอเชีย ยุโรป กับอเมริกา  เป้าหมายใน 2 ปีที่ผ่านมาเรายังไม่คิดว่าจะต้องหากำไรจากผู้ใช้ แต่ต้องการสร้างฐานผู้ใช้ในแอปเราก่อน

เป้าหมายในการขยายไปประเทศต่างๆ คืออะไร มีวิธีเจาะตลาดต่างประเทศอย่างไรบ้าง

Geng Le - เราอยากจะเป็น Global Company เพราะมันมีอิทธิพลได้มากกว่า จึงต้องออกมาตั้งนอกเมืองจีน หลักการแรกคือ เราไม่ได้จับทุกประเทศ แต่จับประเทศที่สำคัญ อย่างไทย บราซิล อเมริกาและ UK  สองคือเราก็จะพยายาม Localize ให้เข้ากับแต่ละประเทศ ไม่ใช่มีแต่ภาษาอังกฤษ แต่เรามีทั้งหมด 11 ภาษา สามก็คือเราจะหาทีมงาน Support ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นครับ วิธีการเจาะตลาดก็จะมีเรื่อง Partner ในแต่ละประเทศ ซึ่งรูปแบบก็ไม่เหมือนกัน  อย่างที่ยุโรป เราจะไปหาบริษัทมาเป็นผู้ก่อตั้ง จ้างเขาเป็น CEO ให้เขาไปช่วยทำตลาดในยุโรป แต่ว่าบราซิล เราจะไปร่วมทุนกับบริษัทอื่นอีกทีหนึ่ง แล้วก็สร้างบริษัทขึ้นมาใหม่ แล้วเราก็มีแผนจะเข้าตลาดหุ้นอเมริกาภายใน 3 ปีครับ

BLUED-aids-2016-1

แล้ว blued มีวิธีสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ในไทย คนมักใช้แอปจับคู่เป็นเพียงทางผ่าน แล้วก็ย้ายไปสื่อสารในช่องทางอื่นๆ เช่น Line

Geng Le - เราไม่สามารถไปห้าม User ของเราได้ แต่เราสร้างความหลากหลายในแอปของเราได้ blued ไม่ใช่แอปหาคู่อย่างเดียว แต่เป็นแอป Social media ของคนเฉพาะกลุ่ม เรามี Timeline ที่สามารถโพสต์ได้เหมือน Facebook หรือฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาคือ Live ซึ่งเรายังพัฒนาต่อได้อีก สุดท้ายคือ การสร้างความพอใจให้คนที่อยากรู้จักคนในกลุ่มให้มากๆ เพราะแอปเราเปิดกว้างเลย  เราเป็นเกย์ community ที่ครบวงจร คนไทยก็สามารถเดทกับคนชาติอื่นได้

อย่างในไทย เราก็ได้จ้างคุณหนุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่ม LGBT อยู่แล้ว เคยทำงานกับนิตยสารชาย - ชายชื่อ Attitude เป็นผู้เชี่ยวชาญ ในกลุ่ม LGBT  แล้วในเมืองจีนก็ยังมีทีมงาน Support ที่พูดภาษาไทยได้อยู่อีก 2 คน

มาที่คุณหนุ่มกันบ้าง อยากทราบที่มาที่ไปที่ได้มาร่วมงานกับ blued

หนุ่ม - สองสามปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็น blued เขาทำ Marketing ในไทยด้วยการเป็นสปอนเซอร์งานเกย์ต่างๆ ยิ่งเพราะไทยก็ถือว่าเป็นสวรรค์ของชาวเกย์ใน Southeast Asia และเขายังมาสนับสนุนงานเทศกาลหนัง BGLFF Bangkok Gay and Lesbian Film Festival ของ Attitude ปีที่ผ่านมา พอปีนี้ได้มาคุยเรื่องแผน Marketing ของเขาอย่างจริงจังและเขาหาคนมานานแล้ว จริงๆ ถ้าเป็นแอปเกย์ธรรมดา หนุ่มคงไม่ได้มาทำงานด้วย  แต่เขาบอกว่าอยากให้มาเป็นแอปที่เป็น Community ของชาวเกย์ที่สร้างฐานสังคมเกย์ให้มั่นคงแล้วก็มีความอบอุ่นและยั่งยืน เราเลยมองว่ามันเป็นไปได้ มันน่าสนใจ และไม่ต้องกดดันเรื่องคู่แข่งเพราะเราทำก่อนและมีจุดยืนที่ชัดเจน ซึ่งตรงสายเลยเพราะเราทำมีเดียเกย์มาก่อน

แล้วโปรเจกต์ที่ไทยเป็นอย่างไรบ้าง เห็นว่ามีอีเว้นท์และกิจกรรมหลายอย่าง

หนุ่ม - ตอนนั้นคุยกันว่าจะทำอะไร แล้วเราก็เริ่มที่อีเว้นท์ Pool party ช่วงต้น ก.ค. เพื่อตอบแทนสมาชิกที่ใช้แอปของเรา เพราะเราไม่ขายบัตร แต่สุ่มจากสมาชิกแอปซึ่งสามารถพาเพื่อนมาได้  คอนเซปต์ก็คือ อยากให้เป็นเหมือนไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนชิวๆ ริมสระ แล้วทุกคนได้รู้จักกัน ไม่ใช่ปาร์ตี้เน้นเมาเพียงอย่างเดียว งานนั้น feedback ก็ดีมากครับ มีคนมาร่วมงานเกือบ 200 คน มีคนติด hashtag #bluedparty เยอะมาก เพราะเรากระตุ้นเยอะ เราอยากให้มีคนเห็นมากๆ จะได้รู้สึกอยากมาร่วมงานด้วย แล้วก็มีแผนจะจัดปาร์ตี้ทุกเดือน  

BlUED-pool-part-1

อีกอันเป็นอีเว้นท์ Movie Preview ของหนังเรื่อง Front Cover เป็นหนังฮ่องกงเกี่ยวกับเกย์ มาฉายเป็นรอบของ blued ที่ House RCA ซึ่งเป็นอีเว้นท์เชิงสังคม เพราะเราตั้งใจให้สังคมเกย์มันมีภาพลักษณ์อื่นๆ ในสังคมด้วย  นอกจากนี้ เราอยากทำเรื่อง HIV เอดส์ ที่ทางคุณ Geng Le โฟกัสมาตั้งแต่ต้น เพราะว่าสถานการณ์โรคเอดส์ HIV ในเมืองไทยก็ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่ เราอยากให้มันเป็นแอปที่กระตุ้นให้คนรู้จักการป้องกันตัว เราเลยโฟกัสเรื่องการใส่ถุงยางอนามัย แม้กระทั่งยาเป๊ป (ยาต้านไวรัส HIV) ที่แบบใช้ป้องกันโรคเอดส์ก็ตามครับ อื่นๆ ก็จะเป็นอีเว้นท์เชิงศิลปะ วัฒนธรรม ละครเวที Exhibition Art แม้กระทั่งกีฬาเราก็สนใจที่จะทำ

ตั้งเป้าหมายในไทยไว้อย่างไรบ้างคะ

หนุ่ม - ตอนนี้ในไทยมีผู้ใช้ประมาณ 180,000 คน เป็นสถิติก่อนเปิดตัว Live นิดนึงครับ มันเป็นฟีเจอร์หนึ่งที่พอมีเพิ่มเข้ามาก็ทำให้กราฟพุ่งสูงมาก  เป้าหมายจริงๆ มองว่า มันก็มี goal target อยู่แล้ว เรามองว่ายอดผู้ใช้จะแตะ 3 แสนภายในปีนี้  แต่ว่านอกเหนือจากการหา User ใหม่ๆ และทำให้คนเข้ามาเล่นสม่ำเสมอแล้ว ทาง CEO ยังให้โจทย์มาว่า ทำยังไงให้คนยังเล่นอยู่ทั้งที่มีแฟนแล้ว คือเราไม่อยากให้มองว่าเป็นเพียงแอปหาคู่ เพราะพอเขามีแฟนแล้ว แฟนเขาจะหึงว่าทำไมเธอยังเล่นแอปหาคู่นี้อยู่ เขาก็จะเลิกเล่น  จุดนี้เราจึงต้องทำให้คนคิดว่า blued เป็นสังคมออนไลน์ เหมือน Facebook หรือ IG แค่เป็นของชาวเกย์เท่านั้นเอง ถ้าเราเป็นเน็ตไอดอล โพสต์รูปครึ่งหนึ่งก็จะเห็นได้จากเกย์ 27 ล้านคนทั่วโลกเลย  เพราะงั้น Target มันต่างกันแล้ว ต่อให้โพสต์รูปจูบปากกับแฟนก็ไม่มีใครมาคอมเม้นท์เหยียดหรือด่า

BLUED-pool-party-2

กลายเป็นจุดเด่นของเราที่สามารถลงรูปได้เยอะกว่าแอปอื่นๆ ลงเป็น Timeline ยาวได้หมดเลย มันเลยจับต้องได้มากกว่า หนุ่มตั้งสันนิษฐานกับเพื่อนว่า แอปอื่นลงรูปได้รูปเดียว คนจะโฟกัสว่า นี่คือการหา sex มันต้องการความเร็ว เพราะมีแค่รูปลักษณ์ อายุ น้ำหนักส่วนสูง ต้องการอะไร จบ  แต่พอมาเป็น blued ซึ่งลงได้ทั้งรูป Timeline ข้อความ และสเตตัส ได้รู้ว่าคนนี้เป็นคนยังไง มันรู้สึกมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น Friendly ขึ้น เหมือนสร้างสังคมได้จริง  เป็นแอปที่เรามีโอกาสหาเพื่อนใหม่ได้จริง หรือได้ติดตามเน็ตไอดอลที่เราชื่นชอบ  นอกจากนี้ พอมีหน้า Timeline เราก็สามารถ Comment กด Like ได้ หรือถ้าเรา Search เจอคนในละแวกนี้ ว่าเขาออนไลน์อยู่ เรากด follow เขา ต่อให้เขากลับเมืองจีนไปแล้ว เราก็ยังตาม follow เขาได้อยู่  มันเป็นแอปที่หา Location ใกล้เคียงได้ เราจะรู้ว่าคนไหนเป็นผู้ใช้ใหม่ เพราะเราไม่เคยเห็นเขาแถวนี้มาก่อน

BlueD-app-screen

แอปที่เห็น Location หรือมีฟีเจอร์ LIVE แบบนี้ มองประเด็นเรื่องความปลอดภัยและความเหมาะสมอย่างไรบ้างคะ

หนุ่ม - มันเป็นสิ่งหนึ่งที่แอปบอก Location หลายๆ อันพยายามเตือนอยู่ตลอดว่า การนัดเจอกันต้องคำนึงถึงความปลอดภัยส่วนตัวของตัวเอง เพราะแม้กระทั่ง Facebook หรืออย่างอื่น ที่เขาใช้หาคู่กัน ก็จะมีการเตือนว่าก็อย่านัดเจอที่บ้าน ไม่ควรแบบพาคนแปลกหน้าเข้าบ้าน เพราะเขาจะรู้ว่าบ้านเราอยู่ไหน ควรนัดเจอข้างนอกที่ร้านกาแฟ ร้านอาหารต่างๆ  เพราะถึงแอปจะบอก Location ก็จริง แต่ไม่ได้บอกขนาดว่า อยู่ชั้นไหน บ้านเลขที่เท่าไหร่ ตรงไหนของหมู่บ้าน  มันจะขึ้นว่า Bangkok แล้วก็จะเห็นว่าในระยะร้อยเมตรมีใครบ้าง เหมือนพวก Tinder อะครับ

ส่วน Live มีการสกรีนตลอดเวลา พูดตรงๆ มันก็มีคนที่แบบ Live ไปในเรื่อง sex ทั้งที่มีคำเตือน แต่เขาคงไม่ได้อ่าน ซึ่งเรามีทีมงานที่คอยดูอยู่ 24 ชม. เราก็จะบล็อคชั่วคราวแล้วขึ้นเตือนว่าละเมิดกฏ ให้ส่งข้อความเพื่อขอปลดบล็อคด้วยตัวเองมาที่เรา เราก็จะปลดบล็อคให้หนึ่งครั้ง  ถ้ามีอีกครั้งก็จะแบนฟีเจอร์ Live ของ User นั้นไป  แล้วเรายังมีกฏห้ามโพสขายของ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามกินเหล้า ห้ามทำร้ายตัวเอง ห้ามทำร้ายผู้อื่นออกสื่อ ห้ามพูดคำหยาบ ห้ามพูดดูหมิ่นผู้อื่น ห้ามเอาชื่อท่านผู้นำมาพูดเล่น คือกฏละเอียดยิบมากเพื่อป้องกันทุกสิ่งอย่าง ใช้กับทั่วโลก ซึ่งพอมีการเตือนก็ดีขึ้น เขารู้เขาก็ไม่ทำ ต้องค่อยๆ ให้ความรู้ไป  ยิ่ง CEO เขามีเป้าหมายว่าจะเข้าตลาดหุ้น ภาพลักษณ์ของแอปมันจึงต้องดีมากๆ ถึงจะสร้างความน่าเชื่อถือ

กดดันไหมเวลาทำ PR ในไทย มันมีแรงเสียดทานในบรรดาสื่อไหม

หนุ่ม - พี่เชื่อว่า CEO เขาเข้าใจว่าในแต่ละประเทศมันมีวัฒนธรรม ความเปราะบาง หรือวิธีคิดของคนแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน  ยิ่งเป็นเรื่อง LGBT มันยิ่งอ่อนไหว อย่างคนในแถบ Southeast Asia อย่างเราจะมองว่า ฟิลิปปินส์ก็มีเกย์เยอะนี่ เป็นคริสต์ด้วย  แต่ความจริงเขาเป็นคาทอลิคที่เคร่งมาก  มันก็เหมือนประเทศไทยที่มีความเคร่งในแบบหนึ่งเหมือนกัน เรื่องนี้ต้องโฟกัสจริงๆ จึงจะรู้

แต่กับในไทย ส่วนตัวพี่ชินนะ เพราะพี่อยู่ในแวดวงสื่อ ของ LGBT มานานก่อนเป็น 10 ปี ทั้ง Attitude และ Tom Actz บริษัทเลสเบี้ยนครับ  ดังนั้นพี่ค่อนข้างเข้าใจสังคม การเล่นข่าวหรือการมองของสื่อและสังคมค่อนข้างมาก ไม่ได้มองว่าเป็นแรงเสียดทาน ไม่ได้คาดหวังหรือกดดันเท่าไหร่

BLUED-Marut-Prasertsri-Noom

มีอะไรอยากฝากทิ้งท้ายให้กับทุกคนไหม

หนุ่ม - สำหรับเฉพาะชาวเกย์ก่อนนะ อยากให้ลองใช้ดู  แอปเรามีฟีเจอร์เยอะ แต่ไม่ได้ใช้งานยากอย่างที่หลายๆ คนคิด มันมีความน่าสนใจและเป็นมากกว่าแค่แอปหาคู่จริงๆ  มันคือแอปหาเพื่อน สร้างสังคม และมีกิจกรรมให้ทำตลอดเวลาจริงๆ  ไม่อยากให้ติดภาพว่าเป็นแอปหา sex ติดภาพว่าเกย์บ้า sex  ทั้งที่ความจริงแอปเรามันมีอะไรมากกว่านั้น แล้วเราจะทำให้คุณเห็น...  


นี่คือบทสัมภาษณ์ที่ทำให้เราได้สัมผัสกับแนวคิดจากคนกลุ่มหนึ่งในสังคม ที่คิดจะสร้าง Community ที่ดีของเพศวิถีเพศหนึ่ง จนเกิดเป็นไอเดียธุรกิจซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปอย่างกว้างขวางไปยังหลายประเทศ ได้เห็นทั้งความตั้งใจของผู้ก่อตั้งชาวจีนและความมุ่งมั่นของผู้ร่วมงานชาวไทย blued ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของ Startup ที่เจาะกลุ่ม Niche (แต่ก็เป็นตลาดที่ใหญ่) มาพร้อมกับบทเรียนที่น่าสนใจมากมาย และวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

RELATED ARTICLE

Responsive image

BLUED แอพพลิเคชั่นสังคมเกย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัว “LIVE” Feature ใหม่ ครั้งแรกที่แอพฯ เกย์สามารถไลฟ์ได้

BLUED แอพพลิเคชั่นสังคมออนไลน์สำหรับชาวเกย์ ที่มีผู้ใช้งานสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก นำโดย มร. เกิ่น เล่อ (ตรงกลาง) ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มร. ค่วง ย่าหลง (ที่ 1 จา...

Responsive image

หรือ Startup และ SE จะเป็นเพียงแค่สินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับคนรากหญ้า?

'Startup' เป็นคำที่เราได้ยินกันอย่างหนาหูในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับเหล่าบริษัทที่ก่อตั้งใหม่โดยมีการใช้เทคโนโลยีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าหรือบริการที่มีความสามารถในการเติบโตสูง เป็นลั...

Responsive image

Hubba ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Google For Entrepreneurs มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์ม Startup แบบครบวงจร

เป็นข่าวดีของวงการ Startup ไทย ที่จะมีเครื่องมือและได้รับโอกาสที่เพิ่มมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ หลัง Hubba ผู้บุกเบิก Co-Working Space ในไทย ประกาศร่วมเป็นพันธมิตรกับ Google for Ent...