นี่คือสิ่งที่ผู้นำเลือกทำ ในวันที่โลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ และหมุนเร็วกว่าที่เคย…

สิ่งที่ Lawrence Wong นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เลือกทำใน Budget 2026 ไม่ใช่การสั่งให้ทุกคนประหยัดหรือประคองตัว แต่คือการวางเดิมพันครั้งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนสิงคโปร์ให้กลายเป็นเกาะที่ AI วิ่งอยู่ในสายเลือด และนี่คือ 6 หมัดเด็ดที่ผู้นำที่เท่าทันโลกเลือกเดินเพื่อคนในชาติ
Budget 2026 ของสิงคโปร์จึงไม่ใช่แค่งบประมาณประจำปี หากแต่เป็นแถลงการณ์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศเล็กที่รู้ตัวดีว่าโลกใบเดิมกำลังจบลง
รัฐบาลประเมินตรงไปตรงมาว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ความร่วมมือแบบพหุภาคีอ่อนแรงลง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น และความแน่นอนทางเศรษฐกิจลดลง ประเทศต่าง ๆ หันมาใช้มาตรการฝ่ายเดียวมากขึ้น ห่วงโซ่อุปทานปรับตัวแบบเลือกข้างมากขึ้น และระบบกติกาสากลไม่มั่นคงเหมือนเดิม ความไม่แน่นอนไม่ได้เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสภาพแวดล้อมถาวรของเศรษฐกิจโลก
สำหรับประเทศที่พึ่งพาการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นจากโลกภายนอกอย่างลึกซึ้ง นี่คือโจทย์ความอยู่รอด Budget 2026 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางตำแหน่งตัวเองใหม่ในโลกที่แข่งขันสูงและแตกเป็นเสี่ยงมากขึ้น
แม้เศรษฐกิจปีที่ผ่านมาเติบโตได้ดีกว่าคาด แต่รัฐบาลยอมรับว่าการเติบโตในอนาคตจะยากขึ้น ปี 2026 ถูกประเมินว่าจะขยายตัวในช่วง 2–4% ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง เป้าหมายระยะยาวจึงไม่ใช่แค่รักษาอัตราการขยายตัว แต่ต้องทำให้การเติบโตนั้นแปรเปลี่ยนเป็นงานที่ดีและรายได้ที่เพิ่มขึ้นสำหรับประชาชน
Budget 2026 จึงผสานมาตรการระยะสั้นและระยะยาวเข้าด้วยกัน
ในระดับโครงสร้าง สิงคโปร์ยังเร่งสร้างเครือข่ายการค้าใหม่ในโลกที่แตกเป็นเสี่ยง ทั้งการบังคับใช้ข้อตกลงการค้าดิจิทัลกับสหภาพยุโรป การผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ Johor–Singapore SEZ และความร่วมมือด้านสินค้าจำเป็นยามวิกฤตกับประเทศพันธมิตร เพื่อลดความเสี่ยงเชิงระบบและกระจายฐานการเติบโต
ในอีกด้านหนึ่ง สิงคโปร์ยังเร่งพัฒนาระบบทุน โดยอัดงบเพิ่มเติมให้กับ Startup SG Equity เพื่อสนับสนุนบริษัทระยะเติบโต และเสริมตลาดทุนให้แข็งแรงขึ้น เป้าหมายคือทำให้ประเทศเป็นศูนย์กลาง Growth Capital ที่บริษัทสามารถระดมทุนและเติบโตได้โดยไม่ต้องย้ายฐาน
จุดเน้นสำคัญที่สุดของงบปีนี้คือการวาง AI ไว้กลางยุทธศาสตร์ประเทศ รัฐบาลประกาศจัดตั้ง National AI Council เพื่อกำหนดทิศทางระดับชาติ พร้อมเปิดตัว National AI Missions ในภาคการผลิตขั้นสูง โลจิสติกส์ การเงิน และสาธารณสุข
แนวคิดของสิงคโปร์ชัดเจนว่า ไม่จำเป็นต้องสร้างโมเดล AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ต้องเป็นประเทศที่สามารถนำ AI ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้ การแข่งขันจึงอยู่ที่ ‘การประยุกต์ใช้จริง’ มากกว่าการโชว์ศักยภาพเชิงเทคนิค
รัฐบาลยังเปิดโปรแกรม Champions of AI สนับสนุนบริษัทที่ต้องการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย AI อย่างครบวงจร และขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ค่าใช้จ่ายด้าน AI เข้าข่ายสนับสนุนนวัตกรรม เพื่อเร่งให้การนำ AI ไปใช้เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจ
สิงคโปร์เตรียมยึดหัวห่วงโซ่มูลค่าในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อากาศยาน ชีววิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีควอนตัม โดยภายใต้แผน RI 2030 รัฐบาลจะลงทุนรวม 37,000 ล้านดอลลาร์ในงานวิจัยและนวัตกรรม โดยเน้นการลงทุนแบบมีเป้าหมายและเลือกพื้นที่ที่สิงคโปร์มีความได้เปรียบ แทนที่จะพยายามแข่งขันด้านขนาดเม็ดเงินกับประเทศมหาอำนาจ สิงคโปร์มองว่าตนเองสู้ด้วยขนาดงบประมาณไม่ได้ แต่สู้ด้วยตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่มูลค่าโลกได้
งบประมาณปีนี้ปรับขึ้นเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำของ Employment Pass และ S Pass สำหรับผู้สมัครใหม่ในปี 2027 เพื่อรักษาคุณภาพแรงงานต่างชาติและให้สอดคล้องกับระดับค่าจ้างในประเทศ พร้อมกันนั้น มีการปรับ Local Qualifying Salary และขยายการสนับสนุนผ่าน Progressive Wage Credit Scheme เพื่อช่วยบริษัทรับมือกับต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น และยกระดับรายได้แรงงานท้องถิ่น
ที่สำคัญ รัฐบาลเตรียมควบรวม SkillsFuture Singapore และ Workforce Singapore เพื่อสร้างระบบสนับสนุนการเรียนรู้และการจับคู่งานแบบครบวงจร เชื่อมการวางแผนอาชีพ การพัฒนาทักษะ และการเปลี่ยนผ่านงานให้ลื่นไหลมากขึ้น
ข้อความที่รัฐบาลส่งออกมาค่อนข้างชัดเจน สิงคโปร์ยังต้องพึ่งพาทักษะจากต่างประเทศ แต่โครงสร้างแรงงานต้องยืนอยู่บนฐานคนสิงคโปร์ที่แข็งแรง
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รัฐบาลยังคงมาตรการช่วยค่าครองชีพ ทั้งเงินสดช่วยเหลือเฉพาะกิจ มาตรการลดค่าสาธารณูปโภค และการแจก CDC vouchers ให้ทุกครัวเรือน เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน
สำหรับสังคมที่กำลังก้าวสู่ความเป็นผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว Budget 2026 ยังเสริมความมั่นคงหลังเกษียณ ผ่านการเติมงบ 400 ล้านดอลลาร์ในกองทุนดูแลระยะยาว และมาตรการ CPF top-up แบบเจาะจงสำหรับแรงงานอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีเงินออมต่ำกว่าเกณฑ์ พร้อมเตรียมปรับโครงสร้างเงินสมทบเพื่อรองรับการทำงานยาวนานขึ้น
นอกจากนี้ ยังเพิ่มเครดิตช่วยเลี้ยงดูบุตรและขยายเกณฑ์รายได้สำหรับเงินอุดหนุนด้านการดูแลเด็ก เป้าหมายคือเพิ่มความมั่นใจให้คู่สมรสที่ต้องการสร้างครอบครัว และลดภาระในช่วงต้นของชีวิตครอบครัว
Budget 2026 ยืนยันคงระดับงบกลาโหมประมาณ 3% ของ GDP พร้อมเตรียมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งโดรน สงครามไซเบอร์ และการบ่อนทำลายทางข้อมูล
ด้านสภาพภูมิอากาศ สิงคโปร์ยังเดินหน้า Carbon Tax ตามแผน พร้อมส่งสัญญาณว่าจะรักษาสมดุลระหว่างความยั่งยืนกับความสามารถในการแข่งขัน หากทิศทางโลกอ่อนแรงลง รัฐบาลพร้อมประเมินจังหวะก้าวของตนเองอย่างรอบคอบ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนฐานะการคลังที่ยังแข็งแรง ปีงบประมาณล่าสุดสิงคโปร์ยังคาดว่าจะเกินดุล และมีพื้นที่ทางการคลังเพียงพอสำหรับการลงทุนเชิงรุก ในขณะที่หลายประเทศต้องรับมือกับข้อจำกัดด้านหนี้สาธารณะ
Budget 2026 จึงไม่ใช่เพียงการจัดสรรทรัพยากร แต่คือการจัดตำแหน่งประเทศใหม่ในระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยน สิงคโปร์จะไม่ปล่อยให้โลกที่ไม่แน่นอนกำหนดชะตาของตนเอง ประเทศเลือกจะยกระดับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ใช้ AI เป็นตัวเร่ง ลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง เสริมความแข็งแรงของแรงงาน ดูแลครอบครัว และรักษาความมั่นคงไปพร้อมกัน
สำหรับประเทศเล็กที่พึ่งพาโลกภายนอกอย่างลึกซึ้ง ความเฉื่อยชาคือความเสี่ยงสูงสุด และนี่คือคำประกาศชัดว่า เมื่อโลกเร่งความเร็ว สิงคโปร์ต้องเร่งให้เร็วกว่า
ที่มา: Singapore Budget 2026 statement by Prime Minister Lawrence Wong
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด