Grab เป็นยูนิคอร์นตัวยักษ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความหงุดหงิดของคนที่เรียกแท็กซี่แล้วแท็กซี่ไม่ยอมไป ด้วยความที่การสร้าง Startup ให้ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเมื่อ Grab มีการเติบโตอย่างสูงและขยายตัวเป็นยักษ์ใหญ่จึงทำให้ทุกคนให้ความสนใจ เวลาที่ Grab ขยับตัวก็มักจะเป็นข่าว

เป็นเรื่องปกติที่อะไรที่มันใหญ่ๆจะน่าสนใจกว่าสิ่งเล็กๆ และความใหญ่นั้นก็มักจะส่งผลต่อความคิดของเรา เหมือนกับเวลาที่มีคนที่ประสบความสำเร็จมาพูด เราก็มักจะตั้งใจฟังเขานั่นแหละ เมื่อ Grab สามารถแก้ปัญหาเรื่องการเรียกแท็กซี่ได้ก็ตามมาด้วยประเด็นอื่นๆที่ถกกันว่ามันมีวิธีไหนที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้นแท็กซี่อีก อย่างเช่นการทำแท็กซี่ไร้คนขับ

เมื่อความสนใจของคนส่วนใหญ่มุ่งไปที่เรื่องแท็กซี่ ก็ต้องมีปัญหาอีกด้านหนึ่งที่ยังไม่มีใครสนใจ

ผมนึกถึงการ์ตูนเรื่อง Get Backers มีตอนหนึ่งที่ตัวเอกสองคนตัดสินใจว่าจะนั่งแท็กซี่ดีมั้ย ปกติพวกเขามีรถเต่าเก่าๆคนหนึ่งแต่ตอนนี้ซ่อมอยู่ ตัวเอกที่ชื่อบันเลยบอกคู่หูว่าจะนั่งแท็กซี่ แต่กินจิที่เป็นคู่หูบอกว่าแท็กซี่นี่มันแพงมากเลยไม่ใช่เหรอ บันจึงกัดฟันบอกไปว่า แหงล่ะ แต่เรากำลังจะไปรับค่าตอบแทน ไว้เอามาชดเชยค่าแท็กซี่ก็ได้

มันทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่าคนที่ไม่อยากนั่งแท็กซี่ก็มี พวกเขาเดินทางด้วยวิธีอื่นที่ไม่ได้มีความสะดวกสบายมากนัก พวกเขายังไม่ได้รับการแก้ปัญหาและถูกมองข้าม

ถ้าเป็นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อของสตาร์ทอัพที่คุ้นหูมักจะมาจากประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ถ้าไม่ใช่ประเทศพวกนี้กับประเทศเราแล้ว เราก็แทบไม่ได้ยินชื่อสตาร์ทอัพจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่างกัมพูชาเราก็อาจจะลืมไปว่าบ้านเขาก็มีสตาร์ทอัพเหมือนกัน

มีสตาร์ทอัพกัมพูชาตัวหนึ่งที่ผมพึ่งรู้จักคือ BookMeBus พวกเขาเป็นผู้ให้บริการตั๋วเดินทางออนไลน์ ถ้าคุณจะเดินทางไประหว่าง ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม คุณสามารถซื้อตั๋วผ่านแพล็ตฟอร์มของ BookMeBus ได้ ซึ่งมีทั้งตั๋วรถบัส เรือเฟอร์รี่ และแท็กซี่

แล้ว BookMeBus มีไว้เพื่อแก้ปัญหาอะไร แน่นอนว่าไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้กัมพูชาเป็นสังคมไร้กระดาษ (paperless)

Langda Chea ก่อตั้ง BookMeBus เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากของการเดินทางในกัมพูชา วิธีการเดินทางที่นิยมที่สุดในกัมพูชาคือนั่งรถบัส มันปลอดภัยกว่าการนั่งแท็กซี่หรือรถตู้และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าขับรถเอง ดังนั้น Grab อาจจะไม่ใช่ทางเลือกของคนกัมพูชา

Langda Chea

แต่มีชาวกัมพูชาคนหนึ่งเล่าว่าการจองและซื้อตั๋วรถบัสเป็นเรื่องยุ่งยาก อย่างแรกคือตัวสถานีมักจะอยู่ในตัวเมืองหรือเมืองหลวงที่คนแออัดซึ่งมันอยู่ไกลสำหรับคนที่ต้องการขึ้น และสองคือการจองตั๋วต้องโทรจองทางโทรศัพท์และคุณต้องไปรับตั๋วและจ่ายเงินในวันนั้นหรือวันถัดไป คุณไม่สามารถจองตั๋วล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ได้เพราะบริษัทรถบัสเหล่านั้นยังไม่มีระบบ แถมข้อมูลในเว็บไซต์บริษัทเหล่านั้นก็ไม่มีความชัดเจน

แต่การมาของ BookMeBus สามารถจัดการความยุ่งยากเหล่านั้นได้

ระบบของ BookMeBus คือคุณสามารถจองตั๋วผ่านแอพลิเคชั่นได้เลย ระบบก็จะส่ง e-ticket ไปหาคุณทันที การจ่ายเงินก็มีหลายช่องทาง Visa หรือ Master Card ก็เข้าร่วม นอกจากนี้มีการให้ข้อมูลการเดินทางที่ชัดเจน คุณสามารถรู้เส้นทางการเดินรถได้ด้วยการเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ BookMeBus

BookMeBus เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับบริษัทขนส่งผู้โดยสารกว่า 60 แห่ง การมีพาร์ทเนอร์เยอะๆทำให้มั่นใจว่าสามารถรองรับผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากได้ แต่การมีผู้ให้บริการเยอะขนาดนี้ เราจะรู้ได้ยังไงว่าบริการของที่ไหนมีความปลอดภัย

คำตอบคือใช้ระบบให้ดาวเป็นตัวคัดกรอง

BookMeBus มีการให้ดาวแก่ผู้ให้บริการส่งผู้โดยสารเหมือนแบบที่เราเห็นใน Grab หรือ Amazon ถ้าคนขับขับรถน่าหวาดเสียว เราก็อาจจะให้ซัก 1 ดาวแล้วคอมเมนต์แบบตรงไปตรงมา

ชาวกัมพูชาที่บ่นเรื่องการจองตั๋วรถบัสก็หันมาลองใช้ BookMeBus การจองตั๋วทางออนไลน์เป็นทางเลือกใหม่ ถ้า BookMeBus ไม่สามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆก็อาจจะยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมคน

ตอนแรกเขาก็ไม่ค่อยแน่ใจนักกับวิธีนี้ เขาสอบถามความชัวร์ของการจองผ่านช่องทางการแชตใน bookmebus.com ซึ่งทางนั้นก็ยืนยันว่าไม่ต้องห่วงและพร้อมจะช่วยแก้ปัญหาถ้ามีการผิดพลาด แต่เขาก็ปริ้นท์ตั๋วไปด้วยเผื่อมีการผิดพลาดจริงๆ

พอเขาไปถึงสถานีเขาก็บอกพนักงานต้อนรับว่าเขาจองตั๋วรถบัสผ่านทาง BookMeBus พนักงานต้อนรับพยักหน้าแล้วเขียนบนกระดาษแผ่นเล็กๆว่า bookmebus แล้วยื่นให้เขา บอกว่าเอากระดาษแผ่นนี้ให้คนขับแล้วก็ขึ้นรถได้เลย

ถึงการคอนเฟิร์มของพนักงานต้อนรับจะดูไม่ค่อยเป็นทางการ แต่เขาก็บอกว่าเขาสามารถขึ้นรถได้ ทุกอย่างเรียบร้อยดี BookMeBus ทำให้เขาประทับใจประสบการณ์ครั้งใหม่ 

สำหรับคนในวงการสตาร์ทอัพ การเคลื่อนไหวของสตาร์ทอัพหรือบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม แต่บางทีการติดตามสิ่งเล็กๆก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน Gary Hamel นักกลยุทธ์จาก London Business School ก็บอกว่าถ้าอยากเป็นนักสร้างนวัตกรรมก็ต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับสิ่งเล็กๆที่กำลังเปลี่ยนแปลง  

การแก้ปัญหาเรื่องการจองตั๋วของ BookMeBus อาจจะเป็นเพียงสเกลเล็กๆ แต่มันก็กำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชาวกัมพูชา

ถึงแม้ว่าสิ่งเล็กๆจะดูไม่น่าสนใจ แต่การหัดให้ความสนใจกับเรื่องราวของสิ่งเล็กๆเหล่านั้นจะฝึกให้เรามองเห็นปัญหาที่บริษัทยักษ์ใหญ่มองข้าม Malcolm Gladwell เองก็มักจะมองหาสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามจนทำให้เขากลายเป็นนักเขียนหนังสือขายดีหลายเล่ม เขาได้พูดเกี่ยวกับสิ่งเล็กๆเอาไว้ว่า

“ถ้าคุณอยากได้เรื่องราวที่น่าสนใจล่ะก็ อย่าไปเริ่มมองหาจากคนระดับบนๆเด็ดขาด คุณควรเริ่มที่คนระดับกลางๆ เพราะคนกลุ่มนี้คือคนที่ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายทำงานในโลกแห่งความเป็นจริง……….พวกคนระดับบนๆมักระแวดระวังสิ่งที่ตัวเองพูด เพราะพวกเขาต้องปกป้องสถานะและสิทธิพิเศษของตัวเอง แต่ความระแวดระวังเหล่านี้เองที่เป็นศัตรูกับ ‘ความน่าสนใจ’”

===============

ข้อมูลอ้างอิง:
https://bookmebus.com/ 
http://geeksincambodia.com/digital-ticketing-in-cambodia/

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมต้องไปงาน Tech Conference? คุยกับ System Stone เตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปงานใหญ่ในต่างประเทศ

คุยกับ คุณบาส สิทธิกร นวลรอด CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง System Stone หนึ่งใน startup โครงการ True Incube ร่วมแชร์เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับ startup ว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไรเวลาไปร่วมงาน T...

Responsive image

ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีหุ่นยนต์ 'Cobot' ?

เมื่อไม่นานมานี้บริษัท Universal Robots ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหุ่นยนต์โรงงานอุตสาหกรรมจากประเทศเดนมาร์กได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดคือ Cobot รุ่น UR3 หุ่นยนต์แขนกลที่ใช้ในงานบรรจุภัณฑ์แ...

Responsive image

พาฟังประเด็นนวัตกรรมอาหารเพื่อมนุษยชาติ งาน Food Innopolis 2019 พาครัวไทยสู่ครัวโลก

TMA จัดงานประชุมนานาชาติ Food Innopolis International Symposium 2019 ตอกย้ำความสําคัญของนวัตกรรมอาหาร กระบวนการการเกษตรอุตสาหกรรม และกระบวนการการผลิตอาหารที่ยั่งยืน...