ถ้าพูดถึงมหาเศรษฐีเทคโนโลยีจีน ภาพของ Jack Ma อาจจะเป็นภาพจำเดิม ๆ ที่คุ้นตามานานหลายปี แต่ในปี 2026 นี้คนคุมเกมโลกเทคโนโลยีของแดนมังกรเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลย

รายงานล่าสุดจาก Bloomberg ชี้ให้เห็นการผงาดขึ้นของกลุ่มมหาเศรษฐี AI หน้าใหม่ที่เรียกตัวเองว่า Quiet Geeks กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกิดในยุค 70s-80s จบการศึกษาจากสถาบันชั้นสูงอย่างมหาวิทยาลัยชิงหัว และเลือกที่จะเก็บตัวเงียบเพื่อหลบทั้งมรสุมการแบนจากสหรัฐฯ และความเพ่งเล็งจากรัฐบาลในบ้านเกิด แต่ในความเงียบนั้น พวกเขากลับสร้างความมั่งคั่งรวมกันได้ถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตัวเลขนี้เกือบเท่ากับทรัพย์สินของ Bill Gates เลยทีเดียว
Techsauce จะพาไปเจาะลึก 4 กลุ่มบริษัทที่เป็นหัวหอกพาจีนสู้ศึกเทคโนโลยีในปี 2026 นี้

สมรภูมิ Model ที่ฉลาดเท่าโลก ในราคาที่ถูกกว่า
ในขณะที่ OpenAI หรือ Anthropic เน้นทำโมเดลราคาแพงและปิดเป็นความลับ สตาร์ทอัพจีนเลือกเดินเกม ของดีราคาคุ้มค่า เพื่อครองใจนักพัฒนาทั่วโลก เช่น
- DeepSeek นำโดย Liang Wenfeng อัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ผู้เก็บตัว ล่าสุดเพิ่งเตรียมปล่อยโมเดล V4 ที่ลือกันว่าเขียนโค้ดเก่งกว่ามนุษย์ แต่ใช้พลังงานในการประมวลผลต่ำกว่าคู่แข่งมหาศาล
- MiniMax จาก Yan Junjie วัย 36 ปี คือหนึ่งในเศรษฐีใหม่ที่ Bloomberg จับตามอง เขาพา MiniMax ก้าวข้ามคำสบประมาทเรื่องของเก๊ จนกลายเป็นบริษัทระดับหลายพันล้านเหรียญที่มีจุดเด่นเรื่องการเข้าใจทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ (Multi-modal) แบบไร้รอยต่อ
- Zhipu AI เพิ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยโมเดล GLM-5 ที่ประกาศชัดว่าฝึกด้วยชิปในประเทศ 100% ไม่ต้องพึ่งพาชิปจากสหรัฐฯ แม้แต่ตัวเดียว
- Moonshot AI ผู้พัฒนาแชทบอท Kimi ที่ทำลายกำแพงเรื่องการอ่านข้อมูล (Long-context window) สามารถสรุปหนังสือหรือเอกสารจำนวนมหาศาลได้ในอึดใจเดียวอย่างแม่นยำ
กองทัพชิปที่เกิดจากแรงกดดัน
เมื่อซื้อชิป Nvidia ไม่ได้ จีนจึงสร้างทางเลือกของตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาล อาทิ
- Moore Threads ก่อตั้งโดย Zhang Jianzhong (อดีตมือขวา Nvidia) ที่ปัจจุบันกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด โดยใช้ประสบการณ์จากสหรัฐฯ มาสร้างชิป GPU จีนจนมูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- Cambricon นำโดย Chen Tianshi นักวิจัยที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ จนทรัพย์สินพุ่งขึ้นกว่า 800% จากนโยบายจีนทำ จีนใช้ ที่รัฐบาลผลักดันอย่างหนัก
- MetaX นำโดย Chen Weiliang (อดีตผู้บริหาร AMD) ที่รวบรวมทีมวิศวกรหัวกะทิมาสร้างชิปสำหรับ Data Center โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
- SMIC คือผู้ผลิตชิป (Foundry) รายใหญ่ที่สุดของจีน แม้จะยังตามหลัง TSMC ในเรื่องความละเอียด แต่ในปี 2026 SMIC ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเร่งการผลิตชิปในระดับ 5 นาโนเมตร ได้สำเร็จ แม้จะไม่มีเครื่องจักร EUV รุ่นท็อปจากเนเธอร์แลนด์ก็ตาม
ยักษ์ใหญ่ดั้งเดิม ผู้คุม Ecosystem ระดับโลก
เจ้าตลาดเดิมที่ปรับตัวได้ทันท่วงทีและใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองเพื่อครอง Ecosystem
- ByteDance ไม่ได้มีดีแค่ TikTok แต่กำลังส่ง Seedance และ Jimeng เข้าท้าชน Sora ในการสร้างวิดีโอ AI นอกจากนี้แอป Doubao ยังกลายเป็นแอป AI ที่มีผู้ใช้งานสูงสุดในจีน ด้วยฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ที่มหาศาลทำให้ AI ของเขารู้ใจคนที่สุด
- Alibaba (Qwen) นำโดยทีมของ Justin Lin ที่เลือกเดินเกม Open Source ปล่อยโมเดล Qwen ให้คนทั่วโลกดาวน์โหลดฟรีไปแล้วกว่าพันล้านครั้ง เพื่อสร้างให้มาตรฐานของจีนกลายเป็นมาตรฐานโลกแข่งกับ Llama ของ Meta
ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของจีนอาจไม่ใช่การชนะสหรัฐฯ ในเกมที่อเมริกาเป็นคนตั้งกติกา แต่เป็นการสร้างกระดานใหม่ที่จีนเป็นคนคุมเกมเอง
การเดิมพันด้วยเงินแสนล้านดอลลาร์และความพยายามพึ่งพาตัวเอง 100% คือคำตอบชัดเจนว่า พวกเขาต้องการเป็นคนกำหนดทิศทางลมในอนาคต และในปี 2026 นี้... ลมพายุลูกใหม่กำลังเริ่มพัดออกจากแดนมังกรอย่างเป็นทางการแล้ว
อ้างอิง: edition.cnn, bloomberg