เก็บมาฝากจาก ‘DCT Startup Connect Episode 2’ ภาคต่อของงานสนับสนุนสตาร์ทอัพไทย นำโดย สภาดิจิทัลฯ | Techsauce

เก็บมาฝากจาก ‘DCT Startup Connect Episode 2’ ภาคต่อของงานสนับสนุนสตาร์ทอัพไทย นำโดย สภาดิจิทัลฯ

กิจกรรมล่าสุดที่เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย คือ DCT Startup Connect ซึ่งจัดขึ้นในปี 2565 เป็นปีแรก จากความร่วมมือของ สภาดิจิทัสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT: Digital Council of Thailand) กับพันธมิตรในระบบนิเวศ ทั้งภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานต่างๆ โดยมีสตาร์ทอัพไทยเข้าร่วมงานมากกว่า 100 ราย  ไม่ว่าจะเป็น AgTech, HealthTech, RetailTech, MarTech, FinTech, InsurTech, Digital Content & Animation มาในปี 2566 นี้ สภาดิจิทัลฯ ร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศจัดงานภาคต่อ DCT Startup Connect Episode 2 ซึ่งมีสตาร์ทอัพไทยเข้าร่วมงานมากกว่า 200 ราย และมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม VC CVC ฯลฯ มา Connect กันเต็มพื้นที่

ประเด็นน่ารู้จาก DCT Startup Connect Episode 2 

มากกว่าการ Connect ที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก งาน DCT Startup Connect Episode 2 ยังเน้นการให้ความรู้ คำแนะนำ ยังมี DCT Startup Connect ที่ปีนี้มุ่งสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ Edtech, Tourism Tech, Smart Industry and Energy, Smart Quality of life & Social Enterprise และ Digital Content และกิจกรรม Startup Clinic by DCT & Depa ซึ่งมีทีมที่ปรึกษาจาก DCT และ Depa มาร่วมให้คำแนะนำแก่สตาร์ทอัพเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ ทีมเทคซอสเก็บประเด็นมาฝากผู้อ่านจาก 2 หัวข้อที่จะทำให้เห็นแนวทางการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยและแนวทางการสนับสนุนสตาร์ทอัพของต่างประเทศชัดเจนขึ้น ดังนี้ 

 DCT Startup Connect Episode 2หัวข้อที่ 1 : การผลักดัน Startup ไทยสู่ Scaleup

โดย คุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด, รองประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการพันธกิจด้าน Startup มาเกริ่นถึงความสามารถด้านการแข่งขันในเรื่องสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีของประทศไทย ที่มีสัดส่วนการลงทุน โดยประเทศไทยมีสัดส่วนการลงทุนด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยเพียง 6% เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนทั้งภูมิภาค

  • Nikkei Asia เปิดข้อมูลการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยว่า หลังจากไทยออกมาตรการยกเว้น Capital Gains Tax มาแล้ว 1 ปี มีเงินลงทุนรวมกว่า 530 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าช่วงเวลา เดียวกันในปี 2019 (ก่อนโควิด-19 ระบาด) ที่มีเงินลงทุนรวม 223 ล้านดอลลาร์

  • ผู้ที่จะทำธุรกิจสตาร์ทอัพต้องมีมายด์เซ็ตของการเป็น 'คนที่แตกต่าง' ถ้าชอบที่จะทำอะไรเหมือนคนอื่น จะไม่มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น และต้องมีความมั่นใจก่อนว่า คนไทยจะไม่เป็นแค่ 'ผู้ใช้เทคโนโลยี' แต่จะเป็น 'ผู้ผลิตเทคโนโลยี' โดยเริ่มจากการมองหาตลาดในระดับภูมิภาคและระดับโลก

  • เนื่องจากไม่มีใครสามารถออกแบบกฎหมายให้ก้าวนำเทคโนโลยีได้ การออกนโยบายและกฎหมายจึงต้องสามารถไล่ทันความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่หากประเทศไหนแก้กฎหมายได้เร็วก็จะทำให้สตาร์ทอัพได้ไปต่อเร็วขึ้น เช่น การพัฒนา AI ถ้าเราคุม AI ทั้งหมดก็จะทำอะไรไม่ได้ จึงควรโฟกัสที่บางเรื่อง เช่น ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่อ่อนไหว

 DCT Startup Connect

  • ภาพรวม ณ ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐของไทย อาทิ DEPA, BOI, สสว. ออกมาตรการส่งเสริมสตาร์ทอัพและอุตสาหกรรมดิจิทัลรวม 9 มาตรการ ได้แก่

    1. ยกเว้นภาษี Capital Gains Tax สำหรับการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพไทย

    2. ลดหย่อนภาษี 150% หรือสนับสนุน (เฉพาะสตาร์ทอัพ) 50% ของค่าจ้างงานทักษะอาชีพด้านดิจิทัล

    3. Convertible Debt, ESOP และ Crowdfunding สำหรับ SMEs และสตาร์ทอัพ

    4. ลดหย่อนภาษี 200% เมื่อธุรกิจซื้อซอฟต์แวร์ที่ผลิตในประเทศ

    5. SME ได้แต้มต่อ ในการประมูลโครงการของภาครัฐ

    6. ภาษีเงินได้ 17% สำหรับชาวต่างชาติทักษะสูง เมื่อทำงานในไทย

    7. ลดหย่อนภาษี 250% หรือสนับสนุน 50% ของค่าอบรมบุคลากรในทักษะด้านดิจิทัล

    8. ตลาดหลักทรัพย์ Live Exchange สำหรับ SMEs และสตาร์ทอัพ

    9. บัญชีนวัตกรรมไทย ให้เงื่อนไขพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

หัวข้อที่ 2 : Global Investment Landscape

โดย Peng T. Ong ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน Monk’s Hill Ventures กองทุนร่วมลงทุนระดับโลกจากสิงคโปร์ ซึ่งเน้นการลงทุนให้สตาร์ทอัพในเอเเชียตะวันออกเฉียงใต้

 DCT Startup Connect Episode 2

  • ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา VC และ CVC อาทิ Softbank, DST Global, Global Founders Capital, Monk’s Hill Ventures ให้เงินลงทุนจำนวนมากแก่สตาร์ทอัพทั่วโลก เช่น Ninja Van ผู้ให้บริการด้านการจัดส่งสินค้าจนถึงขั้นสุดท้าย (Last Mile Delivery)

  • สตาร์ทอัพหลายรายรวมถึงสตาร์ทอัพไทยคิดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทว่า จะทำธุรกิจแล้วขายกิจการออกไป  (Exit) แต่สำหรับสิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรไม่มาก การตั้งบริษัทสตาร์ทอัพจึงต้องปักหมุดตั้งแต่แรกเริ่มว่า จะเข้าไปแก้ปัญหาในระดับ ภูมิภาคหรือระดับโลกเท่านั้น และเมื่อไรที่มีผู้ใช้งานเกิน 70 ล้านคน (ใกล้เคียงจำนวนประชากรในไทย) สตาร์ทอัพรายนั้นก็เตรียมเป็นยูนิคอร์นได้เลย

  • ภาครัฐมีส่วนสำคัญมากต่อการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพอย่างมาก ดังที่รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนด้วยการให้เงินลงทุน ออกกฎและนโยบายที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพ ออกมาตรการและดีลพิเศษที่ดึงดูด Tech Talents ปัจจัยเหล่านี้จึงส่งผลให้มีผู้ประกอบการเข้าไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในสิงคโปร์จำนวนมาก

  • การลงทุนในธุรกิจที่เพิ่งเริ่ม (Seed Funding) สำคัญต่อระบบนิเวศสตาร์ทอัพมาก ขณะเดียวกันก็เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงมาก รัฐบาลสิงคโปร์จึงลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นมากถึง 85% ที่เหลือ 15% เป็นเงินลงทุนที่มาจากกองทุนและภาคเอกชน

  • จากประสบการณ์การลงทุนในสตาร์ทอัพ พบความคล้ายคลึงกันของสตาร์ทอัพไทย สตาร์ทอัพสิงคโปร์ และสตาร์ทอัพญี่ปุ่น คือ มีน้อยรายที่จะสามารถแบกรับความเสี่ยงมากๆ ได้

  • Monk’s Hill Ventures ก็ลงทุนในธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นไปจำนวนมาก และให้รัฐบาลสิงคโปร์เข้ามาลงทุนในกลุ่ม Research Foundation จำนวน 16 ธุรกิจเริ่มต้น ซึ่งก็มีสตาร์ทอัพที่ลงทุนเอาไว้เมื่อปี 2015 เติบโตจนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในปัจจุบัน

  • หากดูค่าเฉลี่ยทั่วโลก บริษัทใหญ่ๆ มักเริ่มต้นจากธุรกิจสตาร์ทอัพ และสตาร์ทอัพมีบทบาทสำคัญในการสร้าง Intellectual Property (IP) หรือ ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

  • Peng T. Ong ยังเป็นผู้ก่อตั้งและประธาน Solve Education Foundation ด้วยเป้าหมายที่จะให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทัดเทียม ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบต่อประชากรโลกจำนวนมาก

  • สำหรับแนวทางลดอุปสรรคด้านการเรียนการสอน เช่น เด็กไทยที่ยังขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ Peng T. Ong ให้คำแนะนำว่า ควรให้เด็กต่ำกว่า 18 ปี ฝึกการใช้ภาษาผ่านเกมที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้ (Gamification) โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครูสอน

หลังจากนี้เป็นการบอกเล่าถึงการดำเนินการเพื่อสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ แนวทางลดความเหลื่อมล้ำ การส่งต่อองค์ความรู้ ให้คำแนะนำเรื่องภาษี วงเสวนาแชร์ความรู้และประสบการณ์ รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานตลอดวัน

 DCT Startup Connectหัวข้อที่ 3 : Startup กับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน 

 DCT Startup Connect Episode 2หัวข้อที่ 4 : การใช้ประโยชน์จากมาตรการยกเว้น Capital Gains Tax

ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่สมัครมาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

อ่านเพิ่มเติม : สรุปข้อคิดเห็นจากงาน “DCT Startup Connect Episode 2” เพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัป โดยความร่วมมือกันของพันธมิตรในระบบนิเวศ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สตาร์ทอัพ AI เตรียมลุย iFLYTEX x Techsauce Global Summit 2024 Startup Competition ขยายธุรกิจสู่ APAC Markets

iFLYTEK x Techsauce Global Summit 2024 Startup Competition เปิดรับสมัคร สตาร์ทอัพด้าน AI เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้ธุรกิจของคุณได้แสดงศักยภาพ ผลักดั...

Responsive image

สำรวจศักยภาพ Blockchain ในโลกการเงิน

สรุปประเด็นจากการรับฟังหัวข้อ ‘The Key to the Future of Banking - How Banks Are Using Blockchain to Open Doors for Efficient, Compliant, and Interoperable Financial Services’ ในงาน...

Responsive image

AI เก่งเพราะขโมยข้อมูล ? : เมื่อบิ๊กเทค ‘โกง’ แอบเก็บข้อมูลฝึก AI

การฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ยิ่งมีข้อมูลขนาดใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้ AI เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น และแม่นยำขึ้นมากเท่านั้น แต่บริษัทบิ๊กเทคใช้ข้อมูลเร็วกว่าที่ข้อมูลจะถูกสร้างเสียอีก แ...