Dell ชี้ AI PC และ Workstation คือเฟสต่อไปของ Enterprise AI ช่วยพนักงาน ประหยัดเวลา 2.17 ชั่วโมง/วัน ผลิตภาพเพิ่ม 30% จากงานวิจัยของ IDC

การใช้งาน AI ระดับองค์กรในเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคทดลองไปสู่ยุคลงมือใช้จริง โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 500 คน ซึ่งเริ่มกระจายงาน AI ออกจากศูนย์กลางอย่างคลาวด์ มาวางไว้ใกล้ตัวผู้ใช้มากขึ้นผ่านอุปกรณ์ปลายทาง ขณะเดียวกัน งาน AI ที่ซับซ้อนก็ต้องการเครื่องที่มีสมรรถนะสูงกว่าเดิม ทำให้ภาพของการคอมพิวต์ระดับองค์กรกระจายตัวออกเป็นหลายระดับมากกว่าที่เคย

Dell Technologies (NYSE: DELL) เปิดข้อมูลล่าสุดจากรายงาน IDC InfoBrief 2 ฉบับที่ Dell และ Intel ร่วมสนับสนุน เพื่ออธิบายทิศทางการใช้ AI ในองค์กรทั่วเอเชียแปซิฟิก พบว่า 48% ขององค์กรที่มีพนักงานเกิน 500 คนได้เริ่มใช้งาน AI PC แล้ว และ 95% มองว่า Workstation จะมีบทบาทสำคัญหรือจำเป็นมากต่อการทำโครงการ AI ในอีก 2 ปีข้างหน้า สะท้อนว่า AI PC กับ Workstation ไม่ใช่แค่สินค้าคนละหมวด แต่เป็นแพลตฟอร์มเสริมกันในห่วงโซ่การคำนวณ AI ขององค์กร

AI PC: นำความฉลาดมาอยู่ใกล้งานประจำวัน

AI PC กำลังกลายเป็นองค์ประกอบหลักของการทำงานยุคใหม่ เพราะสามารถรันงาน AI บนเครื่องได้โดยตรง ทำให้ประสบการณ์ใช้งานเร็วและตอบสนองได้ไวขึ้น ไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อคลาวด์ตลอดเวลา ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) และความปลอดภัย พร้อมให้ทีมไอทีควบคุมการกระจายและบริหารจัดการเครื่องทั้งฝูงได้ง่ายขึ้น

งานวิจัยของ IDC ที่ Dell และ Intel สนับสนุน ชี้ว่า 89% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกมองว่าความสามารถด้าน AI เป็นปัจจัยสำคัญมากในการตัดสินใจซื้อ PC ครั้งต่อไป โดยเฉพาะในออสเตรเลียและเกาหลีใต้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ขณะที่อินเดียยกสมรรถนะ AI ขั้นสูงขึ้นเป็นเกณฑ์หลักในการประเมินเครื่อง ส่วนในจีน ความเร่งด่วนนี้ยิ่งชัดเจนเพราะองค์กรเริ่มตระหนักว่าถ้าเลื่อนการนำ AI PC มาใช้ออกไป อาจกระทบทั้งความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) และคุณภาพการตัดสินใจในองค์กร

ด้านผลลัพธ์เชิงประสิทธิภาพ องค์กรที่มี AI PC มากกว่า 50% ของเครื่องทั้งหมด รายงานว่าประหยัดเวลาพนักงานได้เฉลี่ย 2.17 ชั่วโมงต่อวัน หรือเพิ่มผลิตภาพขึ้น 30% เมื่อเทียบกับการใช้ AI บน PC แบบดั้งเดิม กรณีใช้งานใหม่ที่เกิดขึ้นก็หลากหลาย ตั้งแต่การทำงานร่วมแบบเรียลไทม์ การสร้างรายงาน การค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติ (Natural Language Search) ไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ แปลเป็นประโยชน์จริงอย่างเช่น ทีมขายทำข้อเสนอได้เร็วขึ้น ทีมการเงินและปฏิบัติการวิเคราะห์ได้ไวขึ้น ทีม HR ร่างเอกสารได้คล่องขึ้น ทีมวิศวกรตรวจเอกสารได้เร็วขึ้น และฝ่ายบริการลูกค้าตอบสนองได้ดีขึ้น

เมื่อองค์กรเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับงาน AI แบบ Agentic ที่ทำงานได้อัตโนมัติมากขึ้นในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริด AI PC จึงกลายเป็นช่องทางหลักในการขยาย AI อย่างมีการกำกับดูแล โดย 4 ใน 5 องค์กรเอเชียแปซิฟิกคาดว่า AI PC จะช่วยผลักดันการใช้ Agentic AI และในสัดส่วนใกล้เคียงกันมองว่าจะช่วยเพิ่มการควบคุมและความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชันกลุ่มนี้ ขณะที่ 84% เชื่อว่าจะเพิ่มผลิตภาพของพนักงาน 78% ชี้ประโยชน์ด้านความปลอดภัย และ 77% ชี้ความคุ้มค่าของการรัน AI บนเครื่อง

ความเชื่อมั่นนี้แปลงเป็นการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม 65% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกพร้อมจ่ายเพิ่มอย่างน้อย 10% เพื่อซื้อ AI PC สะท้อนว่าอุปกรณ์ประเภทนี้กำลังถูกมองในฐานะโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Enterprise AI ไม่ใช่แค่ PC เวอร์ชันใหม่

Workstation: เสาหลักของงาน AI ขั้นสูงและงานเฉพาะทาง

ขณะที่ AI PC ทำหน้าที่กระจายความฉลาดให้พนักงานทั่วองค์กร Workstation ยังคงเป็นกระดูกสันหลังด้านสมรรถนะสำหรับงานหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่หลายองค์กรย้ายการพัฒนา AI กลับเข้ามาภายในสำนักงานหรือศูนย์ข้อมูลของตัวเอง ทั้งนักพัฒนา วิศวกร นักออกแบบ และทีมข้อมูล ต้องพึ่ง Workstation ในงานพัฒนาโมเดล AI การจำลอง (Simulation) การเรนเดอร์ การเตรียมข้อมูล และงานที่ต้องการความเสถียร ความหน่วงต่ำ และพลังประมวลผลต่อเนื่อง

งานวิจัย IDC ชี้ว่า 95% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกมองว่า Workstation จะมีบทบาทสำคัญหรือจำเป็นต่อโครงการ AI ในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ 50% เลือก Workstation เป็นอุปกรณ์หลักสำหรับงานพัฒนา AI และ 97% เห็นตรงกันว่าเป็นเครื่องสมรรถนะสูงที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร โดยเปิดทางให้ทีมงานได้ทดลองเทคโนโลยีใหม่อย่างโมเดล Machine Learning

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย 92% ขององค์กรที่สำรวจรายงานว่าผู้ใช้ Workstation มีผลิตภาพสูงขึ้น และ 52% คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วน Workstation ในฝูงเครื่องภายใน 5 ปีข้างหน้า งานที่ใช้ Workstation มากที่สุดในภูมิภาคนี้ ได้แก่ การเตรียมข้อมูล (66%) การปรับแต่งโมเดล (Model Fine-Tuning) 62% และการเทรนโมเดลพื้นฐาน (Foundational Model Training) 55% ยืนยันบทบาทของเครื่องสมรรถนะสูงในงาน AI ขั้นสูงและงานวิชาชีพ

ด้านความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของข้อมูล ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่องค์กรเลือกใช้ เช่นบริษัทประกันแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เลือกใช้แพลตฟอร์ม Workstation เพราะมีระบบป้องกันระดับองค์กรครบชุด ทั้งชิปความปลอดภัย (Trusted Platform Module หรือ TPM) หน่วยความจำแก้ไขข้อผิดพลาด (Error-Correcting Code หรือ ECC Memory) ระบบตรวจจับการเปิดตัวเครื่อง (Chassis Intrusion Detection) และไดรฟ์ที่เข้ารหัสในตัว (Self-Encrypting Drives) ช่วยให้จัดเก็บ ประมวลผล และดูแลข้อมูลลูกค้าที่อ่อนไหวได้อย่างปลอดภัย

AI กลายเป็นกรณีใช้งานเชิงเทคนิคอันดับหนึ่งของ Workstation ครอบคลุมทั้งวงจรชีวิตของโมเดล ตั้งแต่การเตรียมข้อมูล (62%) การเทรนโมเดล (60%) การปรับแต่ง (59%) การนำโมเดลขึ้นใช้งาน (44%) ไปจนถึงการอนุมาน (Inference) 29% การเปลี่ยนแปลงนี้ยังย้ายโจทย์จาก "ราคาเครื่องตอนซื้อ" ไปสู่ "ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน" (Total Cost of Ownership) ที่รวมเรื่องอายุเครื่อง ความสามารถในการขยาย ความเสถียรของประสิทธิภาพ และการลดความเสี่ยง เมื่อโครงการ AI ขยับเข้าใกล้การใช้งานจริงในสายการผลิตมากขึ้น Workstation จึงถูกมองเป็นแพลตฟอร์มระยะยาวที่เติบโตไปกับภาระงานในอนาคต ไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับช่วงทดลอง

AI Compute Continuum คือภาพรวมของ Enterprise AI เฟสถัดไป

เมื่อรวม AI PC กับ Workstation เข้าด้วยกัน เกิดเป็นสิ่งที่ Dell เรียกว่า AI Compute Continuum หรือห่วงโซ่การคำนวณ AI ที่รองรับได้ตั้งแต่งานประจำวันของพนักงาน ไปจนถึงการพัฒนา AI ขั้นสูงและงานวิชาชีพที่ต้องการสมรรถนะสูงในองค์กร

สำหรับองค์กรในเอเชียแปซิฟิก AI ในเฟสถัดไปจะไม่ได้ถูกตัดสินด้วยอุปกรณ์ประเภทเดียวหรือสภาพแวดล้อมเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ที่ความสามารถในการจับคู่งานให้เหมาะกับเครื่อง AI PC จะพา AI เข้าไปแทรกในเวิร์กโฟลว์ประจำวัน ขณะที่ Workstation ช่วยให้องค์กรยกระดับกรณีใช้งาน AI ขั้นสูงที่ต้องการความเฉพาะทางและพลังประมวลผลสูงเข้าสู่ระดับการใช้งานจริง เมื่อใช้งานร่วมกัน จะทำให้ผู้บริหารมีฐานที่ใช้ได้จริงในการขยาย AI ให้เร็วขึ้น ควบคุมได้มากขึ้น และสร้างคุณค่าระยะยาวได้ดีขึ้น

มุมมองจากผู้บริหาร

Jacinta Quah รองประธานกลุ่ม Client Solutions ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และ Greater China (APJC) ของ Dell Technologies กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนทั้งสถานที่ที่งานเกิดขึ้นและตำแหน่งที่ความฉลาดต้องไปอยู่ AI PC และ Workstation จึงไม่ใช่แค่หมวดสินค้าในรอบการเปลี่ยนเครื่อง แต่เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานสำหรับยุค Enterprise AI ที่พร้อมรับอนาคต โดย AI PC นำความฉลาดเข้าสู่เวิร์กโฟลว์ประจำวันที่ปลายนิ้วของพนักงานในจุดที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้น ขณะที่ Workstation มอบสมรรถนะและการควบคุมสำหรับงานเฉพาะทางที่ต้องการพลังประมวลผลสูง

Jack Huang ผู้อำนวยการฝ่ายขายภูมิภาค กลุ่ม PC Client Commercial and Channel เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ของ Intel กล่าวว่า AI กำลังสร้างความต้องการใหม่ต่อการประมวลผล ทั้งความฉลาดในเครื่องและการประมวลผลสมรรถนะสูงต้องทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เมื่อภาระงาน AI หลากหลายขึ้น องค์กรจึงต้องการนวัตกรรมซิลิคอนและแพลตฟอร์มที่รองรับทั้งประสบการณ์ประหยัดพลังงานบนเครื่อง และงานระดับ Workstation ที่หนักหน่วงกว่า

Bryan Ma รองประธานฝ่าย Client Devices ของ IDC ระบุว่า ความเร็วในการบีบอัดโมเดล AI ให้รันบนเครื่องได้นั้นเร็วอย่างน่าทึ่ง และในอีก 1 ถึง 2 ปีข้างหน้า โมเดลที่แข็งแกร่งมากจะรันบน PC ได้เหนือกว่าที่ทำได้ในวันนี้มาก ขณะเดียวกัน องค์กรก็ยังต้องพึ่ง Workstation สมรรถนะสูงสำหรับการพัฒนา AI ขั้นสูงและงานเฉพาะทาง ตอกย้ำภาพของสภาพแวดล้อม AI ที่กระจายตัวมากขึ้นในองค์กร

รายงานทั้งสองฉบับที่ใช้อ้างอิงมาจาก IDC InfoBrief ได้แก่ Future-Ready Workforce: The Strategic Case for AI PC Adoption (Doc. #AP242547IB, มกราคม 2026) ซึ่งสำรวจผู้บริหารไอทีและผู้บริหารธุรกิจ 720 รายในองค์กรเอเชียแปซิฟิกที่มีพนักงานเกิน 500 คน และ Powering Future-Ready Computing with Workstations: Built for AI. Built for You (Doc. #AP242550IB, กุมภาพันธ์ 2026) ที่สำรวจผู้บริหาร 960 รายในภูมิภาคเพื่อประเมินการใช้ Workstation และบทบาทในกลยุทธ์ AI ขององค์กร

ที่มา: Dell Technologies, IDC InfoBrief สนับสนุนโดย Dell Technologies และ Intel

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Techsauce Global Summit 2026 เจาะลึกงานประชุมเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Techsauce Global Summit 2026 คือ งานประชุมสุดยอดด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ (Flagship Tech Conference) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ เพื่อเป็...

Responsive image

เมื่อสุดยอดทำเลผสานประสิทธิภาพพื้นที่ เจาะลึกเบื้องหลัง ‘One Bangkok’ ออฟฟิศที่ใช้ Invisible Tech ขับเคลื่อนชีวิตคน จนกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดหลายบริษัท

เจาะลึก One Bangkok ออฟฟิศแห่งอนาคตที่ใช้ Invisible Tech, Floor Plate 3,500 ตร.ม. และ LEED Platinum ดึง Agoda ย้ายพนักงาน 4,000 คน มาปักหมุดกลางพระราม 4...

Responsive image

คนใช้ AI มีอยู่ 3 ประเภท จากงานวิจัยของ MIT

เปิดผลวิจัย MIT Sloan & BCG เผย 3 รูปแบบการทำงานร่วมกับ Generative AI ที่ส่งผลต่อทักษะและผลลัพธ์ของพนักงาน...