“โลกเปลี่ยนถาวร ยุโรปต้องปรับตัวตาม” สารจากประธาน EU บนเวที WEF 2026 ย้ำยุทธศาสตร์ลดการพึ่งพา เตรียมเร่งเครื่องเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง


บนเวที World Economic Forum 2026 ที่เมือง Davos Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (European Union) ส่งสารถึงประชาคมโลกอย่างชัดเจนว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ถาวร ไม่ใช่ความผันผวนระยะสั้น และการหวังให้ระเบียบเดิมกลับมาไม่ใช่ทางออกของยุโรปอีกต่อไป

โลกได้เปลี่ยนไปอย่างถาวร และเราจำเป็นต้องเปลี่ยนไปอย่างถาวรเช่นกัน

เธอเน้นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่เพียงวิกฤตเฉพาะหน้า หากแต่คือการเปลี่ยนผ่านของระบบโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และความมั่นคง ซึ่งบังคับให้ทุกประเทศต้องทบทวนจุดยืนและระดับการพึ่งพาของตนเองอย่างจริงจัง


บทเรียนจากปี 1971 เมื่อระเบียบโลกพังในชั่วข้ามคืน

Ursula von der Leyen พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังปี 1971 ปีเดียวกับการประชุม Davos ครั้งแรก และเหตุการณ์ "Nixon Shock" เมื่อสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์กับทองคำ ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สองล่มสลายในชั่วข้ามคืน ประเทศต่าง ๆ ไม่มีเวลาตั้งรับ ตลาดการเงินทั่วโลกปั่นป่วน และความไม่แน่นอนปกคลุมทั้งระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม วิกฤตครั้งนั้นไม่ได้จบลงด้วยความล่มสลายเพียงอย่างเดียว หากแต่เปิดทางให้โครงสร้างใหม่ถือกำเนิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบค่าเงินลอยตัว การขยายตัวของการค้าโลก และโลกาภิวัตน์ในรูปแบบใหม่ ซึ่งกลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจโลกตลอดหลายทศวรรษถัดมา

การยกเหตุการณ์นี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อเปรียบเทียบตัวเลขเศรษฐกิจในอดีตกับปัจจุบัน แต่เพื่อชี้ว่า วิกฤตระดับโลกมักเป็นจุดบังคับให้ระบบเดิมไปต่อไม่ได้ และช่วงเวลานั้นเองที่การตัดสินใจของผู้นำจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นผู้กำหนดกติกาใหม่ และใครจะต้องปรับตัวตาม

European Independence อิสรภาพเชิงโครงสร้างของยุโรป

หัวใจของสุนทรพจน์คือแนวคิด “European Independence” ซึ่ง Ursula von der Leyen อธิบายอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นตนเองจากโลก การลดบทบาทของยุโรปบนเวทีระหว่างประเทศ หรือการหันหลังให้โลกาภิวัตน์ หากแต่คือการลดการพึ่งพาที่เปราะบางเกินไปในประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนในระยะยาว

European Independence ไม่ใช่เรื่องของการแยกตัว แต่คือเรื่องของความยืดหยุ่นและความสามารถในการเลือก

เธอชี้ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยุโรปพึ่งพาภายนอกอย่างลึกซึ้งในหลายด้าน ตั้งแต่พลังงาน วัตถุดิบสำคัญ เทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ในบริบทของโลกที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น การพึ่งพาเช่นนี้จึงกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจได้

Ursula von der Leyen ยอมรับว่าแนวคิด European Independence เคยถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวางเมื่อปีที่ผ่านมา แต่การเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงได้สร้างฉันทามติใหม่ว่า การยึดติดกับระบบเดิมโดยหวังว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนก่อน ไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างได้อีกต่อไป หากการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นเรื่องถาวร ยุโรปเองก็จำเป็นต้องปรับโครงสร้างของตนอย่างถาวรเช่นกัน

แนวคิด European Independence จึงไม่ใช่การตัดขาด แต่คือการสร้าง 'ความสามารถในการเลือก' กล่าวคือ ยุโรปยังคงทำงานร่วมกับโลก เปิดรับการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ต้องไม่อยู่ในสถานะที่ขาดทางเลือก เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงในอนาคต

การค้าโลก ยุโรปเลือกเปิด ไม่เลือกถอย

ในประเด็นการค้า Ursula von der Leyen ย้ำว่ายุโรปจะไม่หันไปสู่การปกป้องตัวเองแบบปิดประเทศ แม้โลกจะเผชิญแรงกดดันจากกำแพงภาษีและการแข่งขันเชิงอำนาจ โดยยกตัวอย่างข้อตกลงการค้า EU–Mercosur ซึ่งใช้เวลากว่า 25 ปีในการเจรจา และจะสร้างเขตการค้าเสรีที่ครอบคลุมมากกว่า 20% ของ GDP โลก พร้อมเชื่อมตลาดผู้บริโภคมากกว่า 700 ล้านคน

เธอระบุว่า ข้อตกลงนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่เป็นสารที่ยุโรปส่งไปยังโลกว่า 

ยุโรปเลือกการค้าที่เป็นธรรม แทนกำแพงภาษี และเลือกความเป็นหุ้นส่วน แทนการแยกตัวออกจากกัน

นอกจากนี้ ยุโรปยังเร่งเดินหน้าเจรจากับประเทศคู่ค้าหลายแห่ง ตั้งแต่เม็กซิโก อินโดนีเซีย สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ไปจนถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินเดีย ซึ่งเป็นดีลที่อาจเชื่อมผู้คนกว่า 2 พันล้านคน และอาจกลายเป็นหนึ่งในข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ของยุโรปในศตวรรษนี้

EU Inc. และการทำให้ยุโรปเป็นตลาดเดียวจริง

Ursula von der Leyen ชี้ว่าความสามารถในการแข่งขันของยุโรปไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปิดตลาดภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะความซับซ้อนของกฎระเบียบที่แตกต่างกันใน 27 ประเทศสมาชิก

เพื่อแก้ปัญหานี้ เธอเสนอแนวคิด EU Inc. หรือกฎหมายที่ 28 ซึ่งมีเป้าหมายสร้างกรอบกติกาทางธุรกิจชุดเดียวทั่วสหภาพยุโรป เพื่อให้ยุโรปเป็น 'ตลาดเดียว' อย่างแท้จริง ช่วยให้บริษัทสามารถจดทะเบียน ดำเนินธุรกิจ และระดมทุนข้ามประเทศได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนด้านกฎระเบียบ และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของสตาร์ตอัปและบริษัทนวัตกรรม

ควบคู่กันนั้น ยุโรปกำลังผลักดัน Savings and Investment Union เพื่อระดมเงินออมจำนวนมหาศาลภายในยุโรป ให้ไหลไปสู่ภาคธุรกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

พลังงานและความมั่นคง คือฐานของอิสรภาพ

ในด้านพลังงาน Ursula von der Leyen ระบุว่ายุโรปจำเป็นต้องเร่งสร้าง Energy Union ที่มีความมั่นคง ราคาเข้าถึงได้ และพึ่งพาการผลิตภายในมากขึ้น เพื่อลดความผันผวนของราคาและความเสี่ยงจากการพึ่งพาภายนอก

ขณะเดียวกัน เธอย้ำว่าเศรษฐกิจและความมั่นคงไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกต่อไป ยุโรปจึงเดินหน้าเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมครั้งใหญ่ถึง 800,000 ล้านยูโรภายในปี 2030 พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความปลอดภัย แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่ของยุโรป

จุดยืนต่อยูเครน อาร์กติก และระเบียบโลก

Ursula von der Leyen ยืนยันว่า “ยุโรปจะยืนเคียงข้างยูเครน" โดยให้การสนับสนุนเงินกู้ 90,000 ล้านยูโรในช่วงปี 2026–2027 เพื่อช่วยเสริมความสามารถในการป้องกันประเทศ และทำให้รัฐยังให้บริการพื้นฐานได้ต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการใช้กำลังละเมิดอธิปไตยไม่อาจถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในระบบโลกได้

ในช่วงท้าย เธอเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอาร์กติก โดยเฉพาะกรณีกรีนแลนด์ พร้อมย้ำหลักการว่าอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนเป็นสิ่งที่ไม่อาจต่อรองได้ และยุโรปยืนหยัดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับกรีนแลนด์และราชอาณาจักรเดนมาร์ก

ขณะเดียวกัน เธอเตือนว่ามาตรการกำแพงภาษีเพิ่มเติมที่ถูกเสนอขึ้นระหว่างพันธมิตรถือเป็นความผิดพลาด และการผลักโลกเข้าสู่วงจรถดถอยจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้าม ยุโรปจึงพร้อมตอบสนองอย่างหนักแน่น เป็นเอกภาพ และได้สัดส่วนต่อมาตรการที่ไม่เป็นธรรม พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ คือทั้งพันธมิตรและมิตรประเทศ ละความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือ ไม่ใช่การเผชิญหน้า

ยุโรปในโลกที่ไม่ย้อนกลับ

คำแถลงของ Ursula von der Leyen ที่ Davos 2026 สะท้อนสารสำคัญเพียงหนึ่งเดียว โลกได้เปลี่ยนไปอย่างถาวร และการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เพียงพออีกต่อไป

ยุโรปจึงเลือกเดินหน้าเร่งสร้างอิสรภาพเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพื่อถอยออกจากโลก แต่เพื่อยืนอยู่ในโลกใบใหม่ได้อย่างมั่นคง แข่งขันได้ และมีอำนาจในการกำหนดอนาคตของตนเองในระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

อ้างอิง: Special Address by Ursula von der Leyen, President of the European Commission, World Economic Forum Annual Meeting 202=6

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปวิสัยทัศน์ Emmanuel Macron บนเวที WEF 2026 เมื่อยุโรปต้อง ‘เลิกโลกสวย’ และเริ่มดัน AI พลังงานิวเคลียร์ สู้ศึกเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน

รุปสุนทรพจน์ Emmanuel Macron เปิดแผนกู้วิกฤตยุโรปด้วย AI, พลังงานนิวเคลียร์ และกลยุทธ์ European Preference ท้าชนสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน พร้อมดันสหภาพตลาดทุน (CMU)...

Responsive image

ถ้า AI เก่งเท่าคนทุกด้าน เราและโลกจะเป็นอย่างไรต่อ ? เปิดมุมมองซีอีโอ Anthropic และซีอีโอ Google DeepMind ในวันที่โลกกำลังเข้าใกล้ AGI ทุกที

นับเป็นการมาเจอกันที่น่าสนใจ เมื่อสองผู้มีอิทธิพลแห่ง AI อย่าง Dario Amodei ซีอีโอจาก Anthropic และ Demis Hassabis ซีอีโอจาก Google DeepMind มานั่งพูดคุยกันในหัวข้อ The Day After A...

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ World Bank วิเคราะห์อนาคตดิจิทัลไทย จะเป็นผู้นำอาเซียนได้ต้อง ‘คิดใหญ่–ทำเป็นระบบ’ เร่งแก้ 3 จุดอ่อนสำคัญ

รองประธาน World Bank ด้านดิจิทัลและ AI เปิดมุมมองต่อการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศไทย ตั้งแต่บทบาทของ AI โครงสร้างข้อมูลภาครัฐ ไปจนถึงความท้าทายด้านการกำกับดูแลและความปลอดภัยทางไซเ...