5 เคล็ดลับความสำเร็จของ Google ในการสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม

5 เคล็ดลับความสำเร็จของ Google ในการสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม และทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการมี ‘ความฉลาดทางอารมณ์’

googleเคล็ดลับความสำเร็จของ Google คือ การทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งนี่เป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถมองเห็นสิ่งที่ผิดพลาดรวดเร็วยิ่งขึ้น และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถึงกระนั้น อย่างไรก็ตาม ในขณะที่บางทีมกำลังไปได้ดี แต่ก็ยังมีทีมอื่นๆ ที่ทำงานล้มเหลว

หากบริษัทสามารถหา “สูตรสำเร็จของการเป็นดรีมทีม” จากทีมที่ประสบความเร็จ ก็จะเป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อย

Google จึงได้ทำโครงการที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาคำตอบนี้ และโปรเจคนี้ก็มีชื่อว่า Project Aristotle

สิ่งที่ Google ค้นพบ

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ในการสร้างทีมที่ดีที่สุดคุณต้องมีคนที่มีความรู้และความสามารถมากที่สุด แต่หลักฐานแสดงให้เห็นว่า มันไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป

เคยเจอไหม กรณีที่ได้มีการนำผู้เล่นระดับ A Player เข้ามาไว้ด้วยกัน แต่พวกเขากลับทำงานร่วมกันไม่ได้ดีเท่าที่ควร หากเป็นเช่นนี้ จะทำอย่างไร?

นักวิจัยของ Project Aristotle ได้ทำการสำรวจดูข้อมูลจำนวนมาก และทำการสัมภาษณ์หลายร้อยครั้ง พวกเขาศึกษาทีมกว่า 180 ทีม อย่างใกล้ชิด รวมถึงทีมที่มีชื่อเสียงในด้านประสิทธิภาพทั้งสูงและต่ำ

ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่า ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดมีคุณสมบัติ 5 ประการ:

  1. การมีความปลอดภัยทางสภาวะจิตใจ
  2. การมีความน่าเชื่อถือ
  3. การมีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน
  4. การที่ได้ทำงานที่มีความหมาย
  5. การได้ทำงานที่สร้างอิมแพค

ซึ่งทั้งหมดนี้ เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่อง ‘ความฉลาดทางอารมณ์’ (Emotional intelligence) หรือความสามารถในการการระบุ เข้าใจ และจัดการอารมณ์ได้

เราลองมาแจกแจงรายละเอียดของแต่ละข้อกันว่า คุณจะสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรได้อย่างไรบ้าง

1. การสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ

เป้าหมาย: การสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนในทีมรู้สึกกล้าเสี่ยง หรือกล้าที่จะแสดงความอ่อนแอต่อคนในทีม

วิธีการปฏิบัติ: เมื่อมีการทำผิดพลาด หัวหน้าทีมควรแสดงการยอมรับผิด และบอกกล่าวคนในทีมว่า มีบทเรียนอะไรจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น แล้วคนในทีมก็จะทำตาม

อาจจะทำได้โดยการจัดสรรเวลาระหว่างวัน เช่น ในตอนทานข้าวกลางวัน หรือช่วงพักทานกาแห ลองคุยเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับงาน (ทำในรูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ได้)

ทำการยกย่องชื่นชมผู้อื่นอย่างใจกว้าง อีกทั้งยอมรับและเคารพความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา 

2. การสร้างความน่าเชื่อถือ

เป้าหมาย: คนในทีมทำงานสำเร็จทันตามกำหนดเวลา และตามมาตรฐานที่ Google ได้วางไว้

วิธีการปฏิบัติ:  คนที่เป็นผู้นำทีมต้องทำตัวเป็นตัวอย่างให้คนในทีม ให้เห็นความสำคัยของการทำงานใทันตามเดดไลน์

ผู้นำต้องแสดงความชัดเจนว่า หากคนในทีมไม่สามารถทำงานทันเดดไลน์ได้ พวกเขาต้องสื่อสารและขอความช่วยเหลือ อาจจะให้รางวัลหรือคำชมเมื่อพวกเขาได้ทำตามคำแนะนำ และยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

เพื่อเป็นการทำให้งานออกมาคุณภาพดีและทันตามกำนดเวลา หัวหน้าทีมต้องทำการนัดหมายเพื่อพูดคุย อัพเดท ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากมีปัญหาเกิดขึ้น คุณจะได้รู้ว่ามีจุดไหนที่ต้องแก้ หรืออาจจะต้องจัดสรรเวลาในการคุยให้มากขึ้น สิ่งที่ได้ผลกับแต่ละคนอาจจะไม่ได้ผลกับอีกคน ดังนั้น หัวหน้าทีมต้องรู้จักปรับตัวเข้าหาลูกน้อง และในขณะเดียวกัน ก็ต้องรักษามาตรฐานการทำงานของทุกคนให้อยู่ในระดับเดียวกันด้วย

3. การมีโครงสร้างการทำงานและหน้าที่ที่ชัดเจน

เป้าหมาย: คนในทีมมีหน้าที่ แผนการทำงาน และเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน

วิธีการปฏิบัติ: หัวหน้าทีมจะต้องสื่อสารวัฒนธรรมองค์กรให้ชัดเจน เช่น ช่วงเวลาที่ต้องการติดต่อคนในทีม? คนในทีมต้องตอบอีเมลหรือข้อความเร็วแค่ไหน? การกำหนดและย้ำเตือนคนในทีมถึงสิ่งที่คุณคาดหวังนี้ จะช่วยสร้างบาลานซ์ระหว่างการที่ต้องทำงานร่วมกัน และช่วงเวลาที่แต่ละคนต้องการโฟกัสกับการทำงานแต่ละประเภท และในด้านอื่นๆ

ทำการสื่อสารเรื่องขอบเขตให้ชัดเจน ทั้งหัวหน้าทีมและสมาชิกในทีมต้องเข้าใจในเรื่องขอบเขตของงาน การมอบหมายงาน รวมถึงต้องลงแรงและเวลามากแค่ไหน เพื่อที่งานจะออกมาสำเร็จ

สื่อสารเป้าหมายในแต่ละงานอย่างชัดเจน ตลอดจนกลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาว

4. การสร้างงานที่มีความหมาย

เป้าหมาย: งานที่ทำนั้นมีความหมายต่อทีมงานแต่ละคน

วิธีการปฏิบัติ: หัวหน้าทีมควรสื่อสารในเรื่องเรื่องจุดแข็งและจุดอ่อนของคนในทีม อีกทั้งในทีมควรมีการสื่อสารอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับประเภทของงานและงานที่ได้รับมอบหมาย มีประเภทไหนบ้างที่พวกเขาชอบทำและไม่ชอบทำ ซึ่งนี่จะเป็นการเปิดโอกาสให้หัวหน้าทีมได้แจกแจงงานที่จะมีความหมายต่อแต่ทีมงานแต่ละคนได้อย่างตรงจุด และทุกคนก็จะทำการเข้าร่วมหรือช่วยงานที่ยากหรือไม่ต้องการ (แต่จำเป็น) เมื่อจำเป็นต้องทำ

ใจกว้างกับคำชม ทำให้จริงใจและเฉพาะเจาะจง

ให้ข้อเสนอแนะที่ชาญฉลาดทางอารมณ์ เนื่องจากแต่ละคนนั้นมีความอ่อนไหวไม่เท่ากัน ดังนั้นหัวหน้าทีมต้องรู้จักปรับตัวเข้าหาแต่ละคน สำหรับบางคน อาจจะสามารถวิจารณ์หรือเสนอแนะสิ่งที่พวกเขาต้องปรับปรุงได้ตรงประเด็น แต่สำหรับบางคน อาจจะต้องลองปรับคำพูดให้นุ่มนวลลง

กฏก็คือ ต้องถือว่าการให้ฟีดแบคที่ critical เป็นฟีดแบคที่สร้างสรรค์ ลองเปิดโอกาสให้อีกคนได้เสนอหรือแชร์สิ่งที่จะช่วยให้เขาหรือคุณได้เติบโต แชร์ประสบการณ์ที่คุณเคยทำแม้จะเคยผิดพลาด แต่คุณได้บทเรียนอะไรจากครั้งนั้นหรือผ่านมันมาได้อย่างไร เพื่อที่พวกเขาจะได้เห็นว่าเราทุกคนมีจุดบอดและต้องการความช่วยเหลือเพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงเหมือนกัน

5. การสร้างอิมแพค

เป้าหมาย: คนในทีมคิดว่างานที่ตัวเองทำมีความสำคัญ และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

วิธีการปฏิบัติ: ทุกแผนกในบริษัทนั้นมีความแตกต่างกันไป ลองมองหาโอกาสที่จะได้แสดงผลงานที่จะสร้างความเปลี่ยนแลงออกมา

ยอดขายส่งผลต่อกำไรของบริษัทอย่างไรบ้าง? งานของฝ่ายการตลาดจะช่วยทำให้ทีมฝ่ายขายสามารถทำงานง่ายขึ้นได้อย่างไร? พนักงานมีปฏิกริยาต่อการเข้ามามีส่วนร่วมที่มากขึ้นของฝ่าย HR อย่างไร? 

ไม่ว่าจะอยู่แผนกไหน คำแนะนำก็คือ อย่าแชร์แค่ตัวเลข แต่แสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์จริง ทั้งจากตัวพนักงานเองหรือจากลูกค้า เพื่อที่พนักงานจะได้เห็นความสำคัญของงานที่ทำอย่างแท้จริง

หากคำแนะนำทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะมากไป ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนดไป เพราะไม่ใช่ทุกบริษัท ที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีเท่าๆ กัน

อาจจะเริ่มต้นด้วยการเลือกมาสักหนึ่งหรือสองข้อ แล้วเริ่ม take action แล้วลองดูผลลัพธ์หลังจากสองอาทิตย์ให้หลัง หรืออีกหนึ่งเดือนว่าเป็นอย่างไร แล้วเมื่อคุณพอใจกับผลลัพธ์แล้ว ก็ลองเพิ่มสิ่งใหม่ๆ เข้าไป ทำช้าๆ แต่ว่าได้ผลแน่นอนดีกว่า แล้วคุณจะเริ่มเห็นว่า การมีคนที่ยอดเยี่ยมนั้นเป็นหนึ่งในสูตรสมการความสำเร็จ แต่ความสำเร็จที่แท้จริงนั้น คือการที่คนที่ยอดเยี่ยมทุกคน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

อ้างอิง Inc.

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทุก 100 บาทที่ธุรกิจไทยหาได้ เกือบ 15 บาทหมดไปกับค่าขนส่ง ต้นทุนโลจิสติกส์ไทยสูงติดอันดับภูมิภาค และเทคโนโลยี Telematics + AI คือก้าวต่อไปในการบริหารฟลีต

ค้นพบวิธีที่เทคโนโลยี AI และ Telematics จาก Geotab ช่วยยกระดับการบริหารฟลีทขนส่งในไทย ลดต้นทุนการเดินทาง เสริมความปลอดภัย และขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน...

Responsive image

พลังงานนิวเคลียร์ รันเวย์ใหม่ของเศรษฐกิจไทยในยุค AI

SCBX ชวนมองพลังงานนิวเคลียร์และ SMR ในฐานะรันเวย์ของเศรษฐกิจไทยยุค AI ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดและเสถียรสำหรับ Data Center...

Responsive image

จากสายเคเบิลใต้ทะเลถึง Net Zero: เจาะลึกโครงสร้างพื้นฐาน AI ไทยทีละชั้นกับ Alex Loh CEO แห่ง SYMPHONY

Alex Loh CEO SYMPHONY ไล่ทีละชั้นของโครงสร้างพื้นฐาน AI ไทย ตั้งแต่สายเคเบิลใต้ทะเล ความพร้อมของไทย ความปลอดภัยของข้อมูล ไปจนถึง Net Zero พร้อมชี้สามเรื่องที่ต้องวางแผน คือไฟฟ้า ที...