6 เทคนิคการปั้นแชทบอท AI คุยกับคนยังไงไม่ให้คนเบื่อ

'แชทบอท AI กำลังเป็นเครื่องมือใหม่ที่หลายแบรนด์มักจะใช้เพื่อคอยจัดการตอบคำถามเกี่ยยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ หรือข้อร้องเรียนจากลูกค้า แต่รายงานจาก Harvard Business Review เปิดเผยผลสำรวจว่า ลูกค้าที่ได้พูดคุยกับแชทบอทรู้สึกไม่ประทับใจจากการโต้ตอบกับ AI โดย 77% พบว่าแชทบอทน่าหงุดหงิด และ 88% ยังคงต้องการพูดคุยกับคนจริงๆ มากกว่า 

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้นำฝ่ายบริการของฝ่ายบริการลูกค้ากว่า 85% กำลังมองหาทางเอา AI มาใช้กับลูกค้า กลายเป็นว่าฝั่งลูกค้าก็อยากคุยกับคน แต่ฝั่งบริษัทกลับอยากให้ AI มาคุยแทน

ทางออกตอนนี้ที่บริษัทส่วนใหญ่พยายามแก้ไขคือ การพัฒนาโมเล AI ที่ดีขึ้นใส่เข้าไปในแชทบอท โดยมองว่าถ้าโมเดลพวกนี้ฟังดูเหมือนมนุษย์มากพอ ก็น่าจะหมดปัญหา แต่ถึงแชทบอทจะมีความสมจริงเกือบสมบูรณ์แบบแค่ไหน (เคยมีการทดสอบล่าสุดพบว่า ลูกค้ากว่า 73% เข้าใจผิดว่า ChatGPT 4.5 คือคน) รายงานบอกว่าลูกค้าก็ยังคงไม่ชอบอยู่ดี

HBR บอกว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเทคโนโลยี แต่เป็นผลมาจากเรื่อง ‘จิตวิทยา’ โดยในการศึกษาพบว่าเวลาที่เราให้ลูกค้าคุยเรื่องเดียวกันกับทั้งคนจริงๆ และแชทบอท ปรากฎว่าลูกค้าจะรู้สึกพอใจน้อยลง 8.5% เมื่อคุยกับแชทบอท

แต่พอมีการชี้ให้เห็นข้อดีของแชทบอท (เช่น ตอบได้ทันที หรือติดต่อได้ 24 ชั่วโมง) แล้วแชทบอทก็ทำได้จริงตามนั้น ลูกค้ากลับพอใจแชทบอทมากกว่าคุยกับพนักงานที่เป็นคนถึง 37% เลยทีเดียว 

จากการค้นพบครั้งนี้ทำให้ HBR ได้ไปศึกษาค้นคว้างานวิจัยใหม่ๆ เกี่ยวกับแชทบอท และการใช้ AI คุยกับคน พร้อมทำเป็นคู่มือเพื่อสร้างแชทบอท AI ที่มีคุณภาพเพื่อให้ลูกค้าแฮปปี้ คนมองแบรนด์ในแง่ดี และช่วยเพิ่มยอดขายได้ด้วย

ทำแชทบอท AI ตอบลูกค้าอย่างไรให้ลูกค้าแฮปปี้

1.ติดป้ายกำกับแชทบอทว่า ‘แชทบอทตัวนี้กำลังเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง’

HBR บอกว่า คนไม่ได้อยากคุยกับแชทบอทเฉยๆ แต่อยากคุยกับแชทบอท AI ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ โดยงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะทำตามคำแนะนำของแชทบอทมากขึ้น 17% เมื่อถูกติดป้ายกำกับว่า แชทบอทตัวนี้กำลังเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

2.ต้องโชว์ให้เห็นว่าแชทบอทแม่นยำจริง

ลูกค้าเชื่อในสิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรม ดังนั้นการโชว์หลักฐานว่าแชทบอท AI ของเรานั้นทำงานได้จริง หรือการยกตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงๆ จะช่วยให้คนเชื่อใจ และคาดหวังความแม่นยำจากแชทบอทมากขึ้นถึง 22% 

โดย HBR บอกว่าเราอาจโชว์ตัวอย่าง หรือคำอธิบายแชทบอทเป็นตัวเลข เช่น วันนี้แชทบอทช่วยตอบคำถามไปแล้ว 4,500 ครั้ง แม่นยำถึง 94% เป็นต้น หรือ 98% ของลูกค้าบอกว่าคำแนะนำนี้มีประโยชน์

3.ชมลูกค้าบ้าง แต่ต้องระวัง

คำชมเล็กๆ น้อยๆ ช่วยให้คำแนะนำของแชทบอทน่าฟัง และคนคล้อยตามง่ายขึ้น โดยการได้ยินประโยคอย่างเช่น ‘ใช่เลย กระเป๋าใบนี้เหมาะกับสไตล์การแต่งตัวของคุณมาก’ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกดี และมีโอกาสซื้อของตามคำแนะนำมากขึ้นถึง 12.5% 

แต่ถ้าจะให้แชทบอทชมก็ต้องระวัง เพราะถ้าคำชมดูเหมือนคนพูดมากเกินไป ผลลัพธ์อาจจะกลายเป็นตรงข้าม เพราะคำพูดที่เป็นกันเองหรือส่วนตัวเกินไป อาจจะทำให้ลูกค้าเริ่มสงสัยว่ากำลังโดนปั่นหัวอยู่หรือเปล่า ดังนั้นคำชมควรจะอิงกับข้อเท็จจริง พูดแบบตรงไปตรงมา และใช้โทนเสียงที่เป็นกลางๆ แบบที่ลูกค้าคิดว่า AI ควรจะเป็น

4.ทำตัวให้เหมือนคนในบางสถานการณ์

รู้ไหมว่าเวลาคุยกับแชทบอท ลูกค้าบางคนมีแนวโน้มที่จะทำอะไรไม่ค่อยซื่อสัตย์มากขึ้น เช่น การโกหกเพื่อจะขอเงินคืน มากกว่าตอนคุยกับพนักงานที่เป็นคนจริงๆ ถึง 35% ซึ่งที่เป็นแบบนี้ก็เพราะการคุยกับเครื่องจักร จะสร้างความรู้สึกไม่ส่วนตัวเท่าไหร่ ทำให้ความรู้สึกผิดลดน้อยลงตามไปด้วย

โดย HBR แนะนำวิธีแก้ไขในสถานการณ์แบบนี้คือ ให้เราตั้งโปรแกรมให้แชทบอท AI ทำตัวให้เหมือนคนมากขึ้นหน่อย ใช้คำพูดที่เป็นมิตร แสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือมีคำอุทานธรรมชาติบ้าง เช่น ‘โอ้ แย่จังเลยนะคะ' หรือ 'อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ' การที่แชทบอทพูดแบบนี้จะช่วยสร้างความรู้สึกผูกพันทางอารมณ์ ทำให้ลูกค้ารู้สึกผิดชอบชั่วดีมากขึ้น และลดพฤติกรรมโกงลงได้เกือบ 20%

5.ถ้าลูกค้ากำลังหัวร้อน หรือรีบมาก ให้พูดตรงประเด็นไปเลย

เวลาที่ลูกค้ากำลังอารมณ์เสีย หรือรีบร้อนสุดๆ สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความรวดเร็ว และความชัดเจน ไม่ใช่การมานั่งฟังคำพูดแสดงความเห็นอกเห็นใจ มีงานวิจัยบอกว่า ลูกค้าที่กำลังโกรธจะรู้สึกพอใจน้อยลงถึง 23% ถ้าต้องคุยกับแชทบอทที่พยายามทำตัวเหมือนคน เทียบกับแชทบอทที่พูดจาตรงไปตรงมาเหมือนเครื่องจักรมากกว่า

โดยในช่วงเวลาที่ตึงเครียดมากๆ เช่น ตอนต้องรีบจองตั๋วเครื่องบินใหม่เพราะเที่ยวบินเดิมถูกยกเลิก การที่แชทบอทมาตอบแบบคนไม่ช่วยอะไรเลย แถมยังไปเพิ่มความคาดหวังให้ลูกค้า พอทำไม่ได้จริงก็ยิ่งทำให้ลูกค้าหงุดหงิดกว่าเดิม 

ดังนั้น ถ้าจับได้ว่าลูกค้ากำลังโกรธหรือรีบ ให้ตั้งโปรแกรมให้แชทบอทตอบแบบเร็วๆ ชัดๆ ตรงๆ สถานการณ์แบบนี้แชทบอทไม่ควรทำตัวเหมือนคนจะดีที่สุด

6.เวลาจะแจ้งข่าวดี ให้พูดจาแบบคนน่ารัก

เมื่อไหร่ก็ตามที่แชทบอทกำลังจะบอกข่าวดีกับลูกค้า เช่น อนุมัติเงินกู้ให้แล้วนะ ได้เงินคืนแล้ว หรือได้อัปเกรดบางอย่างฟรี ลองตั้งให้แชทบอทพูดจาแบบอบอุ่น และเป็นกันเองเหมือนคนคุยกัน เพราะมีแนวโน้มที่จะทำให้ลูกค้าให้คะแนนบริษัทสูงขึ้นถึง 8%

HBR บอกว่า คนเราส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะตัวเองเก่งหรือมีคุณสมบัติที่ดี ส่วนเรื่องแย่ๆ เรามักจะโทษอย่างอื่นไป การให้แชทบอทที่ดูเหมือนคนมาแจ้งข่าวดี จะยิ่งช่วยเสริมความรู้สึกดีๆ นี้ให้มากขึ้น อย่างคำว่า “สวัสดีค่ะ ดิฉันเอวา มีข่าวดีมาแจ้งค่ะ! คุณลูกค้าได้รับอนุมัติวงเงินจากทางเราแล้วนะคะ” นั้นฟังดูน่าชื่นใจกว่าเมื่อเทียบกับคำพูดเรียบๆ ว่า “คุนได้รับการอนุมัติแล้ว” 

อ้างอิง : Harvard Business Review

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AWS ประเทศไทย ประกาศทิศทางปี 2569 ดัน ‘Frontier Agent’ สู่ยุคพนักงาน AI เต็มรูปแบบ

AWS ประเทศไทยประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าเร่ง Thailand Region ควบคู่กับการผลักดัน Frontier Agent เทคโนโลยี Agentic AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง พร้อมเปิดตัว Amazon Nova 2, Bed...

Responsive image

สรุปวิสัยทัศน์ Demis Hassabis อนาคต AI และหุ่นยนต์ DeepMind ปี 2026

เจาะลึกวิสัยทัศน์ Demis Hassabis เมื่อ AI กำลังจะมีร่างทำไม Robotics ถึงเป็นพรมแดนถัดไปที่จะเปลี่ยนโลก และหุ่นยนต์ยุคใหม่จะ "เข้าใจโลก" เหมือนมนุษย์ได้อย่างไรในอีก 3 ปีข้างหน้า...

Responsive image

ปิดฉากยุคเลขบัตร 16 หลัก! Visa ผนึกกำลัง Omise ร่วมกันผลักดันนวัตกรรม ‘Tokenisation’ เทคโนโลยีเบื้องหลังที่ลดการฉ้อโกงได้ถึง 58%

Visa และ Omise เปิดตัว Network Token ในไทย เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่แปลงเลขบัตร 16 หลักเป็น Token ช่วยลดการทุจริตออนไลน์ได้ถึง 58% และเพิ่มโอกาสอนุมัติธุรกรรม พลิกโฉม E-Payment ส...