เมื่อพูดถึง บรูไน ดารุสซาลาม ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักเป็นประเทศที่ร่ำรวยจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ในโลกยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล บรูไนกำลังเขียนบทใหม่ให้ตัวเองภายใต้ยุทธศาสตร์ Wawasan Brunei 2035 ที่มุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ (Economic Diversification) จนปัจจุบันภาค Non-oil & Gas ขยายตัวขึ้นมาครองสัดส่วนถึง 56.6% ของ GDP

ในฐานะที่ Techsauce ได้รับเกียรติเป็น Official Program Partner ของงาน Brunei Startup Summit 2026 เราได้ลงพื้นที่สำรวจ Ecosystem ที่กำลังตื่นตัว และเล็งเห็นว่าประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าไทย 70 เท่าแห่งนี้ กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มองข้ามไม่ได้
และเรายังได้โอกาสแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้นำระดับนโยบาย อาทิ
เพื่อหารือแนวทางการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพในระดับอาเซียน

ตัวเลขจาก ASEAN Key Figures 2024 ระบุว่าบรูไนมี GDP ต่อหัวสูงถึง 33,508 ดอลลาร์ (อันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์) แม้จะมีประชากรไม่ถึงครึ่งล้านคน แต่กำลังซื้อเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 230%
โดยมีจุดแข็งที่น่าจับตา เช่น บรูไนมีกฎหมายฮาลาลที่เข้มงวดและน่าเชื่อถือที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นใบเบิกทางสำคัญสำหรับอุตสาหกรรม F&B และเภสัชภัณฑ์ในตลาดมุสลิมโลก
รวมถึงประชากร 98% เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และมีอัตราการใช้ e-Commerce สูงถึง 76% เป็น Sandbox ชั้นดีสำหรับโมเดลธุรกิจใหม่ และด้วยตำแหน่งที่ตั้งในเขตเศรษฐกิจ BIMP-EAGA บรูไนคือ Hub ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าข้ามพรมแดนระหว่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ในการเข้าร่วมงานครั้งนี้ ทีม Techsauce ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์กับผู้นำระดับสูง อาทิ H.E. Ambassador Akrapong Chalermnon, Dato Seri Setia Dr Awang Haji Mohd Amin Liew รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย เพื่อหารือแนวทางการสร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพที่ไร้พรมแดน
แม้ปัจจุบันสตาร์ทอัพในบรูไนจะยังมีจำนวนไม่มาก (ราว 179 ราย) และส่วนใหญ่อยู่ในระยะ Early-stage แต่ momentum ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในกลุ่ม F&B และ Retail กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่ง Techsauce มองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการ Co-create และใช้บรูไนเป็นฐานในการทดสอบโซลูชันเพื่อ Scale สู่ตลาดมุสลิมโลก
บนเวที Brunei Startup Summit ทีม Techsauce ได้นำเสนอ Market Insight ว่าไทยไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตลาดที่มีประชากร 70 ล้านคน แต่ต้องวางตัวเป็น Strategic Launchpad สู่ตลาดอาเซียน 650 ล้านคน โดยชูจุดแข็งใน 2 อุตสาหกรรมหลัก
ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศที่ได้เปรียบไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่ที่สุด แต่คือประเทศที่ทุกฝ่ายไว้วางใจให้เชื่อมต่อ
นี่คือหัวใจสำคัญที่ Techsauce ผลักดันให้ไทยก้าวไปสู่การเป็น Trusted & Safe Connector หรือจุดเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือใน Value Chain ของภูมิภาค
ความคืบหน้าของ Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ที่ตั้งเป้าลงนามในปี 2026 จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกมูลค่าการค้าดิจิทัลในอาเซียนสู่ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบและการส่งเสริม Talent Mobility จะทำให้อาเซียนกลายเป็น Single Digital Market ที่แข็งแกร่ง
บรูไนอาจเป็นประเทศที่เล็กในเชิงพื้นที่ แต่ด้วยการสนับสนุนจากเครือข่ายระดับภูมิภาคและความพร้อมด้านกำลังซื้อ บรูไนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคือฟันเฟืองสำคัญที่ขาดไม่ได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่ของอาเซียน
หากเราเชื่อมโยงกันอย่างมีกลยุทธ์อาเซียนจะไม่ถูกลืมบน Global Map แต่จะกลายเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และนี่คือความตั้งใจที่ Techsauce พร้อม partner ในภูมิภาค Southeast Asia ร่วมกันจัดตั้ง Atlas Alliance เพื่อผลักดัน ecosystem นี้ และสานต่อความตั้งใจของ Techsauce ที่ขับเคลื่อน Digital and Tech Ecosystem ของภูมิภาคมาตลอดกว่า 10 ปีเต็ม
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด