สัมภาษณ์พิเศษ: เจ้าพ่อ Growth Hacking Jon Youngfook

2694318 ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อน Jon Youngfook (Founder, Beatrix) ที่ใครหลายคนรู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อ Growth Hacking และเคยมาแชร์ประสบการณ์ของเขาในงาน Start it Up เมื่อปีก่อนที่ไทย ล่าสุดเป็นหนึ่งใน Mentor ของโครงการ dtac accelerate และเปิดโอกาสให้สื่อได้เข้าร่วมด้วย ลองไปติดตามกันได้เลย

เผื่อใครยังไม่รู้จัก Growth Hacking ช่วยแนะนำว่าคืออะไร

Growth Hacking คือ การทำการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการทำการตลาดแบบใช้ต้นทุนต่ำ โดยลงลึกในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีมาช่วย ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดึงลูกค้ากลุ่มแรกๆ (Early stage customer acquisition) หรือการขยายฐานลูกค้าใหม่ให้โตแบบก้าวกระโดด เทคนิคที่เขาชอบมากที่สุด คือ การที่ Hotmail ใส่ Tag Line 'powered by' ลงในอีเมล ทุกอีเมลที่ส่งออกจาก Hotmail ของผู้ใช้อีเมล เทคนิคนี้ช่วยสร้างการรับรู้ (Awareness) และทำให้ Hotmail ได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยใช้เวลาในการทำแค่เพียง 2 นาทีเท่านั้น!

ความสำคัญระหว่างผลิตภัณฑ์ (Product) และการตลาด (Marketing)  สำหรับจอนระหว่าง Product กับ Marketing สิ่งสำคัญที่สุดคือ Product ที่ต้องช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ ถึงแม้ว่าจะทำ Marketing ได้ดีแต่ถ้าตัว Product เองไม่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

คิดอย่างไรกับ Startup ไทยบ้าง ทำไมถึงมีปริมาณที่ประสบความสำเร็จน้อยอยู่? จอนมองว่า Ecosystem ของไทยยังเล็กมาก เหมือนซิลิคอนวอลเลย์เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากๆ การสนับสนุนทั้งจากทุกหน่วยงานยังน้อย หรือแม้แต่เงินทุนจาก Venture Capital ก็ยังน้อย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ต้องใช้เวลาในการเติบโต ผมมองว่าภาครัฐมีส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วย เช่น รัฐบาลของสิงคโปร์ให้ที่ทำงานกับ Startup ซึ่งรู้จักในนามว่า "block 71"

dtac accelerate2

ตัวอย่าง Growth Hacking  ตัวอย่างของการทำ Growth Hacking ที่ดีๆให้แก่ startup 6 ทีมที่ร่วมโครงการ dtac Accelerate ตัวอย่างเช่น การทำ lifecycle market คือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เช่นการส่งอีเมลหาลูกค้าแค่ครั้งเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องมีการติดต่ออย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ (Relationship) อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่จอนให้คำแนะนำกับทีมที่เข้าโครงการ อาทิเช่น SuperRFQ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความท้าทายถึง 2 ด้าน เนื่องจากการมีลูกค้าจากทั้งฝั่ง Supplier และฝั่ง Customer ซึ่งค่อนข้างยากที่จะ Growth สิ่งที่จอนแนะนำให้ลองทำคือให้ลูกค้าฝั่งนึงแนะนำลูกค้าอีกฝั่งนึง

ความแตกต่างระหว่าง Startup ไทยกับฟากอเมริกาหรือยุโรป จอนมองว่าในอเมริกาหรือยุโรปการเขียน Blog เพื่อโปรโมทธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญมากที่ทุกคนต้องทำ แต่ในเมืองไทยหรือเอเชียยังไม่นิยมนัก สิ่งที่จอนอยากฝากให้กับ Startup ไทยคือ ลองเริ่ม "เขียน Blog" เกี่ยวกับธุรกิจที่ทำ โดยเฉพาะ startup ในกลุ่ม B2B

และความแตกต่างอีกข้อคือการมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน จอนมองว่าคนไทยยังยึดติดกับการเป็น Free Service อยู่ คือไม่กล้าที่จะเก็บเงิน

เทรนด์ของ Startup ที่กำลังเติบโต สำหรับเขาเชื่อว่าอีก 5 ปีนับจากนี้ สาย Internet of Thing จะเติบโตเป็นอย่างมาก

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT ทดสอบ AI กับงานจริง 11,000 ชิ้น ผลคือยังเป็นแค่ 'เด็กฝึกงาน' ผ่านเกณฑ์แค่ 65%

คนทำงานออฟฟิศที่เคยลองใช้ AI ช่วยงาน อาจเคยรู้สึกหวั่น ๆ ว่าสักวันจะโดนแทนที่ แต่งานวิจัยล่าสุดจาก MIT บอกเราว่าตอนนี้ AI ยังทำงานได้แค่ระดับพอผ่านเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเด...

Responsive image

ทำไมผู้นำยุค AI ถึงเดิมพันกับคน มากกว่าการลดพนักงาน

เจาะลึกทำไมบริษัทระดับโลกในปี 2026 เลิกบ้าการลดคน แต่หันมาใช้ AI เสริมศักยภาพมนุษย์แทน พร้อมเผย 3 คัมภีร์ลัดสำหรับผู้นำที่ต้องการเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ...

Responsive image

ใครคือ Satoshi? เมื่อ New York Times เปิดหน้าสืบสวน พุ่งเป้า Adam Back คือบิดา Bitcoin ตัวจริง

NYT มั่นใจ! เจอตัว Satoshi Nakamoto แล้ว? เจาะลึกรายงานสืบสวนล่าสุดที่มุ่งเป้าไปที่ Adam Back ซีอีโอ Blockstream กับหลักฐานไทม์ไลน์ที่หายไปอย่างประจวบเหมาะ...