KBank จับมือ บุญเติม ต่อยอดเทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วย Facial Recognition ผ่านตู้เติมเงิน มุ่งเน้น Digital Onboarding Experience | Techsauce

KBank จับมือ บุญเติม ต่อยอดเทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วย Facial Recognition ผ่านตู้เติมเงิน มุ่งเน้น Digital Onboarding Experience

หลายปีที่ผ่านมาเราเห็นการเข้ามาของ Digital Disruption ที่เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายวงการธุรกิจโดยเฉพาะ ในแวดวงของอุตสาหกรรมการเงินอย่าง ‘ธนาคาร’ ที่ถือเป็นธุรกิจที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากที่สุด ที่เราเห็นการปรับตัว ไปสู่ดิจิทัลค่อนข้างมาก เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการใช้บริการได้ตลอดเวลา แต่แล้วเมื่อมีการเข้ามาของ COVID-19 จากสิ่งที่ทยอยเปลี่ยนผ่านไปตามลำดับ กลับเหมือนถูกคลื่นซัดให้ทุกคนเข้าไปใกล้ชิดกับการใช้เทคโนโลยี ในชีวิตประจำวันกันรวดเร็วกว่าเดิม 

โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในช่วงที่มีโรคระบาด ที่หลายธุรกิจได้นำไปใช้ต่อยอดอย่างเห็นได้ชัด คือContactless Technology ซึ่งจะเข้ามามีส่วนช่วยในลดการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ COVID-19 ที่เกิดจากการสัมผัส ซึ่งจากวิสัยทัศน์ของ ธนาคารกสิกรไทยในการก้าวสู่การเป็นธนาคารแห่งอนาคต ได้พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในรูปแบบต่าง ๆ พร้อมกับการร่วมมือ กับพันธมิตรเพื่อสร้างประสบการณ์ในการให้บริการนั้นสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และง่ายขึ้น (Digital Onboarding Experience)

KBTG จับมือ บุญเติม ต่อยอด e-KYC ด้วย Facial Recognition

KASIKORN Business - Technology Group หรือ KBTG หน่วยงานผู้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินภายใต้ ธนาคารกสิกรไทย ได้ร่วมมือกับบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันในนามของผู้พัฒนา‘ตู้บุญเติม’  ต่อยอดเทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า (Facial Recognition) ผ่านการให้บริการธุรกิจยืนยันตัวตน (e-KYC Business) โดยตู้บุญเติมเป็นเหมือนกับตัวกลางในการรับชำระเงินให้กับบริการต่าง ๆ ปัจจุบันติดตั้งอยู่ทั่วประเทศจำนวน 130,000 จุด ตามชุมชนต่าง ๆ ผ่านตัวแทนบริการ (Agent) ในระบบแฟรนไชส์และผ่านพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partners)  เช่น ร้านสะดวกซื้อ สถานีบริการน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น โดยองค์กรที่ธุรกิจนั้นจำเป็นที่จะต้องยืนยันตัวตนลูกค้าก่อน สมัครใช้บริการ เช่น กลุ่ม E-Wallet Providers, Insurance เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา ทั้งยังลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ COVID-19 ได้อีกด้วย

สำหรับขั้นตอนการใช้งานบริการ e-KYC ผ่านตู้บุญเติมนั้น ลูกค้าสามารถกรอกข้อมูลเบื้องต้นจาก Digital Channels ของ Business Partners เเล้วหลังจากนั้นลูกค้า สามารถไปที่ตู้บุญเติมใกล้บ้านเพื่อทำการ Dip-Chip ด้วยบัตรประชาชนเเละถ่ายภาพ ที่หน้าตู้ ระบบ Facial Recognition จะทำการเปรียบเทียบใบหน้าจากบัตรประชาชนกับภาพที่ถ่ายเพื่อตรวจสอบเเละยืนยัน ตัวตนการสมัครบริการ จากนั้นจะส่งผลตอบกลับยังลูกค้า โดยที่ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องมีการเซ็นเอกสารหรือถ่ายสำเนาบัตรประชาชน 

ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีจดจำใบหน้าของ KBTG  ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกับตู้บุญเติมนั้นมีความแม่นยำสูง โดยได้พัฒนาจากการ ทดสอบใบหน้าคนไทยโดยเฉพาะ ดังนั้นในเรื่อง Localization จึงทำให้มีการทดสอบใบหน้าค่อนข้างดี รวมถึงก่อนหน้านี้ได้มีการทดสอบจากการเปิดบริการที่สาขาของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจึงสามารถมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าได้

สร้าง Ecosystem ให้สมบูรณ์ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ 

คุณณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ มีความพร้อมหมดแล้ว การที่ลูกค้าของธนาคาร ค่ายมือถือ บริษัทประกัน หรือใครก็ตามที่ต้องการจะลดขั้นตอนของการทำ ธุรกรรมที่จะต้องไปที่สาขานั้น สามารถที่จะดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านั้นผ่านตู้บุญเติมได้ เพราะเรามีความพร้อมทั้งใน ด้านเทคโนโลยีของเราเอง ประกอบกับทาง KBTG ได้เข้ามาช่วยพัฒนาต่อยอดด้วยจึงทำให้สามารถให้บริการและอำนวย ความสะดวกให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าบริการ e-kyc จะพร้อมให้บริการได้ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้”

ด้านคุณเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน KBTG กล่าวว่า “การร่วมมือกับบุญเติมในครั้งนี้ถือเป็นการช่วยให้ทาง KBTG สามารถ กระจายจุดในการทำ e-kyc ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น อีกทั้งระบบ Facial Recognition จะเข้าไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ทางธุรกิจของทางบริษัท บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) รวมทั้งสามารถขยายธุรกิจไปได้หลายอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆได้เช่นกัน โดยอย่างที่เคยบอกเสมอว่าธุรกิจธนาคารไม่สามารถที่จะไป คนเดียวได้ เราต้องมีการจับมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ (synergy) ซึ่งกันและกันได้”

ในโลกหลังจากนี้ธนาคารจะต้องเข้าไปอยู่กับผู้บริโภคทุกที่ทุกเวลา โดยบริการ Contactless Technology ถือเป็นประตูด่านแรก ของการก้าวไปสู่ Ambient Intelligence เพราะโลกแห่งอนาคต ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร หรือเวลาใดเมื่อเขาต้องการ ใช้บริการ ธนาคารจะต้องไปอยู่ตรงนั้นด้วย ซึ่งการร่วมมือกับบุญเติม ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนการเพิ่มจุดTouch Point ที่ธนาคาร จะต้องเข้าไปอยู่ในทุกสภาพแวดล้อมของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดวิสัยทัศน์ของการเป็นธนาคารแห่งอนาคต เนื่องด้วย ธนาคารกสิกรไทยต้องการที่จะอยู่เบื้องหลังและมอบอำนาจทางการเงินให้กับลูกค้านับเป็นการสร้าง Ecosystem ทางด้าน เทคโนโลยีการเงินให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

บทความนี้เป็น Advertorial


RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดโพล 20 บริษัทที่คนรุ่นใหม่โดนใจ และอยากร่วมงานด้วยสูงสุดในปี 2022

การได้ทำงานกับองค์กรที่ใช่ ใต้สวัสดิการและวัฒนธรรมองค์กรที่ชอบ นับเป็นความฝันสูงสุดที่เหล่าบรรดา 'คนรุ่นใหม่' ใฝ่ฝัน ดังนั้น 20 อันดับบริษัทที่เปิดกว้างและมีอิสระในการทำงานรูปแบบไฮ...

Responsive image

ICHI ชวนส่องวงการ FinTech ไทยกับคุณแซม ตันสกุล จาก Krungsri Finnovate

CHI ชวนทุกคนมาเรียนรู้ภาพรวมของ FinTech เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเงินโดยคุณแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด ที่มาเล่าเกือบทุกแง่มุมของ FinTech ให้ทุกคน...

Responsive image

5 เทรนด์เทคโนโลยีที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสีเขียวในปี 2565 จากศูนย์วิจัยเทเลนอร์

ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ คาดการณ์ 5 ความก้าวหน้าสำคัญทางเทคโนโลยีของโลก ได้แก่ การประมวลผลข้อมูลแบบ Edge บนเครือข่าย 5G, นวัตกรรมด้านพลังงาน, ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้าถึงง่ายขึ้น, Gr...