รู้จัก ‘Aladdin’ ระบบที่ครองเงิน $25 ล้านล้านทั่วโลก

ลองนึกภาพว่ามีระบบคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่จับการเคลื่อนไหวของพอร์ตการลงทุนคิดเป็น 7 ถึง 8% ของระบบการเงินทั่วโลก เห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาทุกตลาดแบบเรียลไทม์ จำลองสถานการณ์อนาคตเป็นล้าน Scenario เพื่อตอบคำถามว่าถ้าวิกฤตเกิดขึ้นในรูปแบบไหน พอร์ตของลูกค้าจะเสียหายเท่าไหร่ ระบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ Google, Microsoft หรือ OpenAI แต่อยู่ใน BlackRock บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และชื่อของมันคือ Aladdin

ในมุมของ Kfir Godrich อดีต Chief Innovation Officer ของ BlackRock ผู้ดูแล Aladdin Data, AI Labs และ Information Security มาเกือบ 12 ปี Aladdin ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์บริหารพอร์ต แต่คือสิ่งที่ทีมงานในบริษัทเรียกว่า Connective Tissue หรือเนื้อเยื่อเชื่อมต่อของระบบการเงินโลก แล้วเครื่องจักรนี้ทำงานอย่างไร และทำไมการนำ Generative AI เข้าไปในระบบที่ดูแลเงิน 25 ล้านล้านดอลลาร์ ถึงเป็นเดิมพันที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมในรอบทศวรรษ?

จนถึงเดือนธันวาคมปี 2025 BlackRock รายงานว่ามีสินทรัพย์มูลค่ารวมประมาณ 25 ล้านล้านดอลลาร์ทำงานบนแพลตฟอร์ม Aladdin ครอบคลุมสถาบันการเงินทั่วโลกกว่า 200 แห่ง ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า BlackRock เป็นเจ้าของเงินทั้งหมด แต่หมายความว่าเงินจำนวนนี้ถูกบริหาร วัดความเสี่ยง และตัดสินใจซื้อขายโดยใช้เครื่องมือชุดเดียวกัน นั่นคือสาเหตุที่นักการเงินหลายคนเรียก Aladdin ว่า OS ของระบบการเงินโลก

Aladdin เริ่มจากเครื่อง Sun เครื่องเดียวระหว่างตู้เย็นกับเครื่องชงกาแฟ

ชื่อ Aladdin ย่อมาจาก Asset, Liability, Debt and Derivative Investment Network ระบบเริ่มต้นในปี 1988 บนเครื่อง Workstation ของ Sun Microsystems เครื่องเดียวที่วางอยู่ระหว่างตู้เย็นกับเครื่องชงกาแฟในออฟฟิศห้องเดียวของ BlackRock ผู้สร้างคือ Charles Hallac พนักงานคนแรกของบริษัท ซึ่ง Larry Fink ผู้ก่อตั้งมอบหมายให้สร้างระบบบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะ

แรงจูงใจอยู่ที่ประสบการณ์ของ Fink เอง ก่อนหน้านี้เขาเคยอยู่ที่ First Boston และทีมของเขาขาดทุนราว 100 ล้านดอลลาร์ในปี 1986 จากอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนทิศโดยไม่คาดคิด เหตุการณ์นั้นกลายเป็นบทเรียนที่ทำให้ Fink ฝังการบริหารความเสี่ยงเป็นแก่นกลางของ BlackRock และเป็นเหตุผลที่ Aladdin ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ "ระบบดูความเสี่ยง" ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ "ระบบซื้อขายหุ้น"

หลักการทำงานของ Aladdin คือการใช้ข้อมูลทางการเงินย้อนหลังจำนวนมหาศาล แล้วใช้ Monte Carlo Simulation สุ่มสร้าง Scenario อนาคตเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบคำถามว่าพอร์ตของลูกค้าจะมีพฤติกรรมอย่างไรในสภาวะตลาดที่ต่างกัน ระบบ Machine Learning ในชั้นบนช่วยจับ Risk Exposure ที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตา และ Aladdin ทำสิ่งนี้กับทุกพอร์ตในระบบพร้อมกัน ตลอด 24 ชั่วโมง

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ Aladdin บังคับให้ทุกการตัดสินใจการลงทุนบนแพลตฟอร์มต้องเดินผ่านโครงสร้างข้อมูลเดียวกัน ผลคือบริษัทมีข้อมูลที่ Label แล้วเป็นระเบียบยาวนานหลายทศวรรษ ซึ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นยอดสำหรับการฝึก AI ในยุคปัจจุบัน

วิกฤต 2008 คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐยอมส่ง "หนี้พิษ" 130,000 ล้านดอลลาร์ให้ Aladdin จัดการ

ในวิกฤตการเงินปี 2008 รัฐบาลสหรัฐต้องตัดสินใจว่าจะส่งสินทรัพย์ที่มีปัญหา (Toxic Assets) มูลค่า 130,000 ล้านดอลลาร์ที่รับมาจาก Bear Stearns และ AIG ให้ใครจัดการ คำตอบคือ BlackRock และเครื่องมือชื่อ Aladdin เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Aladdin ขยับจาก "ซอฟต์แวร์ภายในบริษัทบริหารสินทรัพย์" กลายเป็น "เครื่องมือมาตรฐานของอุตสาหกรรมการเงินทั้งระบบ"

ในปี 2020 Aladdin ดูแลเงินอยู่ 21.6 ล้านล้านดอลลาร์ ห้าปีต่อมาตัวเลขขยับขึ้นเป็น 25 ล้านล้านดอลลาร์ ในระหว่างนั้น BlackRock ทยอยขยายแพลตฟอร์มออกเป็นโมดูลย่อย เช่น Aladdin Wealth สำหรับ Wealth Manager และ eFront สำหรับ Alternative Investment ทำให้ Aladdin ครอบคลุมตั้งแต่ Public Market ไปจนถึง Private Equity และ Real Estate

ปี 2022 BlackRock ประกาศย้าย Aladdin ขึ้น Microsoft Azure เป็นครั้งแรก หลุดจากข้อจำกัดของ Data Center เดิม ต่อมาเดือนธันวาคมปี 2025 บริษัทประกาศพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติมกับ AWS โดยมี Amazon Treasury เป็นลูกค้ารายแรกที่นำ Aladdin ไปใช้บนคลาวด์ของ Amazon การกระจาย Aladdin ลงคลาวด์สองค่ายใหญ่คือเหตุผลทางวิศวกรรมที่ทำให้ระบบขยาย AI ได้แบบที่เคยทำไม่ได้

Aladdin Copilot คือคลื่น Generative AI ที่ Kfir Godrich ร่วมนำเข้ามาในระบบที่ดูแลเงิน 25 ล้านล้านดอลลาร์

เดือนธันวาคมปี 2023 BlackRock ออกบันทึกภายในแจ้งพนักงาน 19,000 คนว่าบริษัทกำลังจะเริ่มใช้งานเครื่องมือ Generative AI ที่พัฒนาขึ้นเอง บันทึกนี้ลงนามโดย Rob Goldstein ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lance Braunstein หัวหน้าวิศวกรรม Aladdin และ Kfir Godrich ตามรายงานของ Fintech Global นี่คือสัญญาณว่า Aladdin กำลังจะเปลี่ยนจากระบบที่ใช้ Machine Learning แบบเก่า มาเป็นระบบที่ใช้ Generative AI เต็มรูปแบบ

ผลผลิตที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ Aladdin Copilot ผู้ช่วยอัจฉริยะที่สร้างบน Azure OpenAI ของ Microsoft Aladdin Copilot ทำหน้าที่เป็น Natural Language Interface ให้ผู้ใช้ในระบบสามารถถามคำถามเกี่ยวกับพอร์ต สรุปงานวิจัย แจ้งเตือนเชิงรุก และสร้างรายงานได้ในภาษาธรรมชาติ ปัจจุบันเปิดให้ลูกค้า Aladdin ทุกรายใช้งานตามข้อมูลของ BlackRock

ในเดือนตุลาคมปี 2025 Aladdin Wealth เปิดตัวฟีเจอร์ Auto Commentary ที่ใช้ AI สร้างคำอธิบายพอร์ตการลงทุนให้ที่ปรึกษาทางการเงินแบบเฉพาะบุคคล โดยมี Morgan Stanley เป็นลูกค้ารายแรกที่นำไปใช้งานจริงตามรายงานของ BlackRock Aladdin นี่คือตัวอย่างของการที่ AI ที่ฝังใน Aladdin เริ่มจับลูกค้าปลายทางโดยตรง ไม่ใช่แค่ช่วยพนักงานภายในของลูกค้าสถาบันอีกต่อไป

ทำไม BlackRock เลือก "สร้างเอง" ไม่ใช่ "ซื้อ" AI และทำไม Kfir ถึงออกไปตั้ง Think Tank ของตัวเอง

จุดที่น่าสนใจในกลยุทธ์ของ BlackRock คือการตัดสินใจสร้าง Generative AI ของตัวเอง แทนการเลือกใช้บริการของบริษัท AI ภายนอกแบบสำเร็จรูป เหตุผลคือบริษัทอยากทำซ้ำความสำเร็จของ Aladdin ที่ตัวเองสร้างขึ้นในบ้าน ทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ BlackRock ในมุมนี้ไม่ใช่เงินภายใต้การจัดการ แต่เป็นข้อมูลที่เป็นระเบียบจาก Aladdin ที่สั่งสมมาตลอดสามทศวรรษ และข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่ทำให้ AI ของ BlackRock ทำงานได้ดีกว่าโมเดลทั่วไป

Kfir Godrich คือหนึ่งในผู้ที่ดูแลข้อมูลและ AI Labs ตลอดช่วงเวลาที่บริษัทเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ก่อนจะลาออกจาก BlackRock ในวันที่ 1 ตุลาคม 2025 หลังทำงานอยู่ที่บริษัทเกือบ 12 ปี เพื่อตั้ง mAIndfulness Think Tank และ Venture Platform ที่โฟกัสจุดตัดระหว่าง AI, Fintech และ Infrastructure

การจากไปของ Kfir สะท้อนความเชื่อสำคัญที่เขาเคยพูดในเวทีต่างๆ คือคลื่น Generative AI ที่กำลังเกิดในอุตสาหกรรมการเงินจะไม่หยุดอยู่ที่บริษัทยักษ์เพียงไม่กี่ราย แต่จะกระจายไปทั่วทั้งระบบนิเวศ และคนที่เคยอยู่ใน "ห้องเครื่อง" ของ Aladdin คือคนที่เข้าใจดีที่สุดว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบไหนคือเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ AI ใน Fintech ทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่เดโม

หมายเหตุ: Kfir Godrich เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเวที Techsauce Global Summit 2026 ที่ Queen Sirikit National Convention Center วันที่ 26 ถึง 28 สิงหาคม 2026 

ซื้อบัตรได้ที่: https://bit.ly/4dehGTg

ที่มา: BlackRock Aladdin, BlackRock Aladdin Copilot, Fintech Global, BlackRock Aladdin Wealth + Morgan Stanley, Microsoft Industry Blog


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AI Agent จะมี Wallet ตัวเอง มีสิทธิในการเข้าถึง มีชุดคำสั่งเพื่อตัดสินใจ เศรษฐกิจยุคต่อไปก็จะเป็น Agent Economy

ในยุคที่อะไรๆ ก็ใช้ 'AI Agent' อนาคตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และ Stablecoin ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเดินหน้าไปในทิศทางใด ติดตามมุมมองสดใหม่จากงาน Southeast Asia Blockchain We...

Responsive image

ถอดรหัสยุทธศาสตร์กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ในงานฟินเทคระดับโลก Money20/20

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ KBank บนเวที Money 20/20 Asia 2026: ปักหมุด Regional Digital Bank แห่งอนาคต ผ่านวิสัยทัศน์ 3 ผู้นำ 'ขัตติยา-รุ่งเรือง-กรินทร์' ชูความเร็ว AI, การยกระดับ Trust 2.0...

Responsive image

วิเคราะห์กลยุทธ์ AEF บทเรียน ‘หัวหอม 4 ชั้น’ กับการเลือก Startup เข้าพอร์ตให้กลายเป็น Unicorn ระดับโลก

ถอดกลยุทธ์ "หัวหอม 4 ชั้น" จาก AEF กองทุน Not-for-profit ของ Alibaba ที่ปั้น Startup ฮ่องกงสู่ Unicorn มูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ...