สร้างพลังงานอย่างยั่งยืน ไม่มีวันหมดด้วย Super Sensing | Techsauce

สร้างพลังงานอย่างยั่งยืน ไม่มีวันหมดด้วย Super Sensing

ในช่วงปีที่ผ่านมาจนมาถึงปีนี้ เรื่องของ Sustainability หรือการสร้างความยั่งยืน กลายเป็นหัวข้อสำคัญที่ทำให้ทั้งบริษัทเล็กใหญ่และหน่วยงานต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดโลกร้อน ลดใช้พลาสติก หรือการใช้พลังงานทดแทน

Techsauce เคยแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับเทคโนโลยี Super Sensing ที่เกิดขึ้นจากการผนวกระหว่างนวัตกรรมและศิลปะผ่านแนวคิดการสร้างพลังงานที่ยั่งยืน โดยนวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ KUDOS ผู้นำธุรกิจอุปกรณ์ในห้องน้ำ ห้องครัว กับ super sensing forum จากประเทศญี่ปุ่น

ในปีที่แล้วเราได้เห็นการใช้เทคโนโลยี Super Sensing สร้างพลังงานไฟฟ้าจากแบคทีเรียในดิน และในปีนี้ KUDOS ได้พาเรากลับมาพบกับ Super Sensing อีกครั้ง พร้อมการจัดงาน  International Conference ภายใต้หัวข้อ "REGENERATING GOOD: Making Our Planet A Better Place"  ซึ่งต้องการตอกย้ำว่าพลังงานเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่ง ทุกที่ ทุกเวลา และทุกรูปแบบ โดยงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ KUDOS ร่วมกับ super sensing forum,  Asahi Kasei บริษัทผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ Sensor จากประเทศญี่ปุ่น และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ในงาน Bangkok Design Week 2020 

ภายในงานนี้ได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ส่วน คือ Technology Showcase: E!ROOM, International Conference และ Workshop 

จากโจทย์ที่ต้องการทำให้ทุกคนตระหนักในการสร้างโลกให้น่าอยู่มากขึ้น ใน International Conference ครั้งนี้ก็มี Speaker ผู้เชี่ยวชาญ ที่มาสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการสร้างความยั่งยืน และชวนคิดในการนำเอางานดีไซน์มาผนวกกับเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน หนึ่งในนั้นคือคุณซาโตชิ นาคากาว่า ผู้ก่อตั้งบริษัท Sensingnet และ super sensing forum จากญี่ปุ่น

ต่อยอดจากดิน เมื่อสรรพสิ่งสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ด้วย Super Sensing

คุณซาโตชิได้เล่าถึงเหตุการณ์มหันตภัยต่างๆที่โลกเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นสึนามิที่ญี่ปุ่น พร้อมอธิบายว่า สิ่งรอบๆ ตัวเรามี Micro Energy หรือพลังงานอยู่ แม้แต่สิ่งมีชีวิต ซึ่งได้ตั้งคำถามว่า จะเพิ่มพลังงานอย่างไร โดยมีคำตอบคือการพัฒนานวัตกรรมจาก Sensor เกิดเป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า Super Regenerator สามารถเพิ่มพลังไฟฟ้าจากระดับ 1 ไมโครวัตต์ (µW) มาเป็นระดับ 4-5 โวลต์ (Volts) 

ซึ่งในงาน Bangkok Design Week ในปีนี้ก็ได้มีการจัดแสดงผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “E!ROOM” ในแนวคิด “Sensorless Sensor” คุณซาโตชิ ได้แสดงให้เห็นการดึงพลังงานจากอากาศ อาหาร และน้ำมาสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยปกติแล้วการพัฒนาระหว่างน้ำกับ Sensor เป็นสิ่งที่ยากมาก แต่เราสามารถใช้นวัตกรรมนี้มาสร้างไฟฟ้าเท่าที่จำเป็นได้ในยามคับขัน โดยไม่ต้องกลัวว่าพลังงานนั้นจะหมด โดยพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้น อยู่ในระดับ 4-5 Volts ซึ่งเพียงพอสำหรับการนำมาใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กและเซ็นเซอร์ต่างๆ

Super Sensing กับการต่อยอดสู่วงการแพทย์

นวัตกรรมนี้สามารถต่อยอด สร้างกระแสไฟฟ้าจากพลังธรรมชาติหรือสิ่งมีชีวิต    ทำให้เราสามารถประยุกต์เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ระบบภายในร่างกายเราได้ด้วยหากต่อยอดงานวิจัยรูปแบบนี้ไปเชื่อว่าจะช่วยให้วงการแพทย์มีข้อมูลในการศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกายส่งผลให้มีเครื่องมือในการรักษาสุขภาพได้ดีขึ้น

Super Sensing ทำงานอย่างไร

คุณซาโตชิเผยแนวคิดว่า มนุษย์นั้นใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ เราสามารถสร้างพลังงานได้จากธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดย Super Sensing จะใช้ Power Booster Chip Technology เทคโนโลยีการกระตุ้นเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตพลังงานที่สูงขึ้น และ เทคโนโลยี Advanced Sensor ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระแสไฟฟ้า โดย Technology Showcase E!ROOM ครั้งนี้ ได้มีการแสดงให้เห็นการสร้างไฟฟ้าจากดิน น้ำ ขยะ อาหาร และสิ่งต่างๆรอบตัวเรา

โลกกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคของ IoT เมื่อมนุษย์ผูกติดกับเทคโนโลยี แต่ทุกคนยังใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ เราจะสร้างพลังงานที่ยั่งยืนอย่างไม่มีวันหมดได้อย่างไร? Super Sensing จึงกลายเป็น Game Changer ที่ปลดล็อคแนวคิดการออกแบบเพื่อความมั่นคงของประเทศ  รวมทั้งการเข้าถึงชุมชนที่เข้าไม่ถึงไฟฟ้า

นอกจากนี้ภายในงานยังมี Speaker ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของหลายวงการทั้ง สถาปัตยกรรม การออกแบบ และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันแบ่งปันไอเดียและพัฒนาองค์กรจากเทคโนโลยี Regenerative Super Sensing ที่นำเอาเซ็นเซอร์มาใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ  ได้แก่ Mr. Tucker Viemeister ผู้สร้างนิยามใหม่ของคำว่า “สื่อแบบผสมผสาน (Multimedia)” ด้วยการผสานแนวคิดนวัตกรรมเข้ากับสื่อและสิ่งของต่างๆจนได้รับความนิยม, Mr. Eric Schuldenfrei เจ้าของผลงานหนังสือชื่อดังอย่าง “The Films of Charles and Ray Eames” หนังสือด้านสถาปัตยกรรม, รัฐศาสตร์, ภาพยนตร์ และการศึกษา, Ms. Marisa Yiu สถาปนิกและผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอด้านสถาปัตยกรรมประยุกต์ร่วมกับ Mr. Eric Schuldenfrei นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและดำรงตำแหน่งเป็น Executive Director ของ Design Trust องค์กรด้านการออกแบบที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งโดย Hong Kong Ambassadors of Design, Mr. Andre Feliciano นักศิลปะชาวบราซิลที่เป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างแพร่หลายในฐานะนักเคลื่อนไหวด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเขามีสวนที่ชื่อ Floraissance ที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานการสร้างศิลปะร่วมสมัย และธรรมชาติเข้าด้วยกัน และ Mr. Forrset Megger  ผู้ก่อตั้ง CHAOS (Cooling and Heating for Architecturally Optimized systems) ห้องปฏิบัติการสำหรับค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการเกิดความร้อน ที่จะนำไปสู่การพัฒนาสถาปัตยกรรมที่เหมาะสม

ในช่วงนี้โลกต้องเจอกับภาวะโลกร้อน ภัยภิบัติทางธรรมชาติอย่างไฟป่าหรือ หรือปัญหา PM 2.5 เรื่องของการ Reduce, Reuse, Recycle อาจไม่เพียงพอ โดย KUDOS ตอกย้ำให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้การ Regen ด้วย ซึ่งหมายถึงการหาพลังงานทดแทนนั่นเอง ผ่านการจัด Workshop ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ด้าน Super Sensing 

Workshop ตอกย้ำการสร้างความยั่งยืน

KUDOS ได้จัด Workshop ชวนเข้าร่วมการสร้างพลังจากธรรมชาติ ผ่านการทดลองสร้างพลังงานสะอาดให้โคมไฟจากการดึงเอาพลังงาน Micro Energy จากแบคทีเรียในดินมาใช้ โดยมี Ms.Lindsay Smillow จาก Brooklyn College ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการศึกษาด้านงานศิลปะที่เชื่อมโยงชุมชน และสร้างประสบการณ์ร่วมกับงานศิลปะ มาเป็นผู้ให้ความรู้ Workshop นี้ได้นำเอาการออกแบบและการประยุกต์เอานวัตกรรมมาใช้งานร่วมกันเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ยั่งยืนในอนาคต

นอกจากนี้คุณซาโตชิยังนำเสนอแนวคิดแบบยั่งยืน ผ่านการนำเอาวัสดุธรรมชาติ อย่างเศษไม้ที่แตกหักตามธรรมชาติให้เป็นของใช้ อย่างปากกาที่ใช้งานได้จริง ซึ่งสื่อถึงการนำเอาขยะมารวมกับการออกแบบเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับของเหลือ 

ทั้งหมดนี้คือไฮไลท์ที่น่าสนใจที่ KUDOS นำมามอบให้กับผู้ร่วมงาน Bangkok Design Week 2020 ตอบรับกระแสรักษ์โลกด้วยพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการผสานเทคโนโลยีและงานออกแบบเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการนำเอาธรรมชาติมาสร้างคุณค่าใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตที่สะดวกสบายและยั่งยืนมากขึ้น  



บทความนี้เป็น Advertorial 


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Apple Intelligence : Apple พอสู้ใครไหวไหม ในยุคที่ AI มาแรงแซงหน้าทุกโค้ง

ในที่สุด Apple ก็ประกาศเปิดตัว ‘Apple Intelligence’ อย่างเป็นทางการ พร้อมเข้าร่วมศึก AI อย่างเต็มตัว แต่จะเพียงพอต่อกรกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และท้าชิงบัลลังก์ผู้นำในตลาด AI Phone ไ...

Responsive image

ถกอนาคตกับดร. สันติธาร เสถียรไทย และสิ่งที่น่ากังวลกว่าการถูก AI แย่งงาน

Techsauce คุยกับ ดร. สันติธาร เสถียรไทย หนึ่งในที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาแนวทางในการควบคุมและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญ...

Responsive image

AI มาจากไหน? ย้อนมองต้นกำเนิดของปัญญาประดิษฐ์ ก่อนการมาถึงของกระแส Generative AI ในปัจจุบัน

รู้หรือไม่ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั้น มีมาครบ 70 ปีแล้ว! ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคสมัยของอัจฉริยะ Alan Turing ผู้บุกเบิกแนวคิดนี้ แต่ทำไม AI ในตอนนั้นถึงยังไม่แพร่หลาย?...