เปิดเงินเดือนสายเทคที่ Meta ขึ้นต้นว่า AI เหมือน ‘มีบ่อน้ำมันในมือ’

ในยุคที่ AI คือสมรภูมิใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ใครมีคนเก่งอยู่กับตัวก็คือผู้ได้เปรียบ ! 

ล่าสุด Meta ลุยเต็มสูบ ประกาศตัวลงสนาม AI Talent War แบบไม่มีถอย เพื่อปั้นทีม Meta Superintelligence Lab ที่นำโดย Alexandr Wang แห่ง Scale AI ในบทความนี้นอกจากความเดือดในโลกเทคโนโลยีแล้ว Techsauce จะมาเปิดเผยข้อมูลรายได้ที่ Meta จ่ายให้กับพนักงานสายเทคโนโลยีในบริษัทแต่ละตำแหน่งกัน !

ส่องเงินเดือนพนักงาน Meta (เฉพาะ Base Salary)

ข้อมูลนี้มาจากการจ้างแรงงานต่างชาติผ่านโครงการ H-1B ที่บริษัทเทคในสหรัฐฯ ต้องเปิดเผย "เงินเดือนพื้นฐาน" ของแต่ละตำแหน่ง และ Meta ก็จ่ายในระดับที่บอกได้เลยว่า ใครมีทักษะ AI ตอนนี้ก็เหมือนมีล็อตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 อยู่ในมือ

  1. วิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineer) > ได้รับอยู่ที่ราว $120,000 – $480,000 ต่อปี (3-15 ล้านบาท)
  2. นักวิจัย AI (AI Research Scientist) > ได้รับอยู่ที่ราว $179,481 – $232,000 ต่อปี (5-7 ล้านบาท)
  3. นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) > ได้รับอยู่ที่ราว $168,000 – $204,000 ต่อปี (5-6 ล้านบาท)
  4. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) > ได้รับสูงสุดอยู่ที่ $270,000 ต่อปี (8 ล้านบาท)
  5. วิศวกรออกแบบ (Design Engineer) > ได้รับอยู่ที่ราว $185,000 – $256,270 ต่อปี (5-8 ล้านบาท)
  6. ผู้จัดการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Eng Manager) > ได้รับอยู่ที่ราว $219,978 – $328,000 ต่อปี (7-10 ล้านบาท)
  7. ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส (Sr. Product Mgr) > ได้รับอยู่ที่ $224,323 ต่อปี (7 ล้านบาท)
  8. ผู้จัดการนักวิจัย (Research Scientist Mgr) > ได้รับอยู่ที่ $258,524 ต่อปี (8 ล้านบาท)

หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นเงินเดือนพื้นฐานเท่านั้น ยังไม่รวมโบนัส, หุ้น (RSU), ค่าจ้างเซ็นสัญญา และสวัสดิการอื่น ๆ ที่อาจทำให้รายได้จริงสูงขึ้นอีกหลายเท่า

ทำไมสงครามนี้ถึงร้อนแรง ?

คำตอบง่ายที่สุดคือ “คนเก่งมีจำกัด” โดยเฉพาะในสาย AI ดังนั้น คนที่สามารถสร้างโมเดล AI ขั้นสูงได้จริง ๆ มีอยู่ไม่มาก และยิ่งเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วทุกไตรมาส ความรู้ที่มีเมื่อ 6 เดือนก่อนอาจล้าหลังไปแล้วในวันนี้ ทำให้บริษัทต้องการคนที่ “ไม่แค่เก่งตอนนี้ แต่ต้องอัปเดตตัวเองได้ตลอดเวลา”

AI ยังกลายเป็นแกนหลักของการทำธุรกิจใหม่ในหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ในแวดวงเทคโนโลยี แต่รวมถึงโฆษณา การผลิตคอนเทนต์ การดูแลลูกค้า และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เมื่อตัว AI กลายเป็นเบื้องหลังของทุกอย่าง คนที่สร้างมันได้ก็คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร

ความร้อนแรงของสนามนี้ยิ่งชัดเมื่อมีข่าวว่า Meta เสนอ “โบนัสเซ็นสัญญา” มูลค่าสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์เพื่อดึงตัวพนักงานจาก OpenAI แม้ CTO ของ Meta จะออกมาบอกว่ามันไม่ถึงขั้นนั้น แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านี่คือสงครามแย่งคนที่ดุเดือดที่สุดในยุคนี้ และทุกบริษัทใหญ่ก็กำลังลงเงินเดิมพันกันอย่างไม่อั้นเพื่อให้ได้ “สมอง” ที่จะขับเคลื่อนอนาคตขององค์กรตัวเอง

อ่านบทความ สืบหาเบาะแส Meta ซื้อตัวนักวิจัย ตอนนี้มีใครแล้วบ้าง ?

อ้างอิง: entrepreneur

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI Customer Service ดูแลร้านค้า ได้ใช่แค่ 'ตอบคำถาม' แต่ 'แก้ปัญหาจบครบในที่เดียว

LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI Customer Service ร่วมกับ LINE Plus ภายใต้ ActEngine AI ดูแลร้านค้าพาร์ทเนอร์กว่า 700,000 ร้านแบบ End-to-End ลดเวลาจัดการเคส 66% เพิ่มความแม่นยำ 16% จัดก...

Responsive image

9 เรื่องที่ผู้บริหารต้องเข้าใจก่อนลงทุน Agentic AI พร้อมแนวทางปรับใช้ทั้งองค์กร และการวัด ROI อย่างเป็นรูปธรรม

เจาะลึก 9 บทเรียนสำคัญที่ผู้บริหารต้องเข้าใจก่อนลงทุน Agentic AI ตั้งแต่วิธีคิดแบบ End-to-End การวาง Governance จนถึงการวัด ROI ที่จับต้องได้จริงจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ABeam Consult...

Responsive image

CP Group จับมือ NTT Docomo Global ยกระดับ Amaze Super App สู่ Loyalty E-commerce ระดับประเทศ และเปิดตัว Amaze Survey และ Amazing Japan

CP Group และ Ascend Commerce จับมือ NTT DOCOMO Global ยกระดับ Amaze Super App สู่ Loyalty E-commerce ระดับประเทศ เปิดตัว Amaze Survey ร่วมกับ INTAGE, Amazing Japan และ Consumer Eng...