เจาะลึก Hardware-in-the-Loop (HIL): เทคโนโลยีพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย จาก PTS Combination

PTS Combination

ในโลกที่เทคโนโลยีก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง การพัฒนาระบบที่ซับซ้อนอย่างยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์กำลัง หรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงเพื่อลดความเสี่ยงและเร่งการพัฒนา บริษัท พีทีเอส คอมบิเนชั่น จำกัด (PTS Combination Co., Ltd.) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการนำเสนอโซลูชัน Hardware-in-the-Loop (HIL) Simulation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังพลิกโฉมการทดสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย 

Techsauce ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเพ็ญพิมล ลือขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีเอส คอมบิเนชั่น จำกัด เพื่อเจาะลึกถึงวิสัยทัศน์ จุดแข็ง และความท้าทายในการผลักดันเทคโนโลยี HIL ในบ้านเรา

จากเครื่องมือวัดสู่ HIL: การเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์

PTS Combination

คุณเพ็ญพิมลเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของ PTS Combination ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาระบบ รวมถึงเป็นพันธมิตรทางวิศวกรรมในด้านระบบไฟฟ้า พลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์กำลัง แม้จะมีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือวัดทางวิศวกรรมที่ใช้กับอุปกรณ์จริง แต่เมื่อระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น การลงทุนเพื่อตั้งห้องทดสอบจริงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังใช้ต้นทุนและเวลาที่สูงมาก นี่จึงเป็นจุดที่ HIL เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะมันคือการสร้างแบบจำลองเสมือนจริงของระบบที่เราต้องการควบคุม แล้วนำตัวควบคุม (Controller) ที่เราออกแบบจริงไปเชื่อมต่อและทดสอบ HIL จะจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนให้ Controller ทำงานราวกับว่ากำลังทำงานกับระบบจริง ๆ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ทำให้การทดสอบเป็นไปอย่างละเอียด แม่นยำ และที่สำคัญคือ ปลอดภัยกว่าการทดสอบกับอุปกรณ์จริงมาก

แรงบันดาลใจหลักที่ทำให้ PTS Combination มุ่งเข้าสู่ HIL มาจากการเล็งเห็นช่องว่างและโอกาสในประเทศไทย ต่างจากหลายประเทศในยุโรปที่ใช้ HIL กันอย่างแพร่หลาย การนำ HIL เข้ามาในประเทศไทยจึงเป็นการยกระดับนวัตกรรมในประเทศให้แข็งแกร่งและแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังพยายามก้าวไปสู่จุดนั้น

“จุดแข็งของเราคือการทำงานด้วยใจ และนำเสนอ โซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อผิดพลาด ไปจนถึงการบริการหลังการขาย และที่สำคัญคือการ ฝึกอบรมการใช้งาน ให้ลูกค้าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างภาคภูมิใจและนำไปใช้งานได้จริง นอกจากนี้ เรายังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 และตอบโจทย์นโยบาย Thailand 4.0 อีกด้วย” 

HIL: ปลดล็อกข้อจำกัดของการทดสอบแบบเดิม

เมื่อเจาะลึกถึงประโยชน์ของ HIL คุณเพ็ญพิมลอธิบายถึงข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าการทดสอบแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน ได้แก่

  • ความปลอดภัย: การทดสอบกับระบบไฟฟ้าแรงสูงหรือยานยนต์ที่มีความเสี่ยงสูงจะกลายเป็นเรื่องปลอดภัยในสภาพแวดล้อมจำลอง ประการต่อมาคือ 
  • ต้นทุนที่ลดลงอย่างมหาศาล: ไม่จำเป็นต้องสร้างต้นแบบจริงทุกครั้ง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาได้มาก 
  • ร่นระยะเวลาการทดสอบ: เพราะสามารถทำซ้ำได้หลายครั้ง ปรับเปลี่ยนเงื่อนไข และจำลองสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น ประโยชน์เหล่านี้ส่งผลให้ HIL กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบที่ซับซ้อนให้สามารถควบคุมและวัดผลได้อย่างแท้จริงและแม่นยำ

แล้วอุตสาหกรรมใดบ้างที่ควรนำ HIL ไปใช้? คุณเพ็ญพิมลระบุว่า HIL เหมาะอย่างยิ่งกับหน่วยงานที่ต้องการระบบควบคุมที่ซับซ้อนและมีงานวิจัยเชิงลึกด้านนวัตกรรม เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์อัตโนมัติ ที่ต้องการทดสอบระบบควบคุมต่างๆ อย่างละเอียด หรือในภาคระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ที่เกี่ยวข้องกับแรงดันสูงและระบบควบคุมพลังงานที่ซับซ้อน รวมถึง ระบบฝังตัว (Embedded System) และที่สำคัญคือในภาคการศึกษาและวิจัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ HIL ในประเทศ

การวัดผลที่จับต้องได้และการสร้าง Test Case ที่สำคัญยิ่ง

จากการใช้งานจริง ลูกค้าของ PTS Combination มักเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในเรื่องของ ระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สั้นลงอย่างมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงการลดความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการทำซ้ำของระบบ คุณเพ็ญพิมลระบุว่าตัววัดผลหลักที่ใช้คือ เวลาในการทดสอบที่ลดลง, จำนวนครั้งในการทดสอบที่เพิ่มขึ้น, ความสามารถในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขที่หลากหลาย และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ซึ่งเป็นประโยชน์มหาศาลที่ไม่อาจประเมินค่าเป็นตัวเงินได้

หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ HIL ใช้งานได้จริงในภาคธุรกิจคือ การพัฒนา Test Case ที่มีคุณภาพ คุณเพ็ญพิมลเน้นย้ำว่า Test Case ช่วยในการค้นหาจุดบกพร่องเชิงลึกของระบบที่เรากำลังพัฒนา ซึ่งสถานการณ์บางอย่าง เช่น การลื่นไถลของรถยนต์ หรือข้อผิดพลาดในระบบพลังงานไฟฟ้า ไม่สามารถจำลองได้ด้วยซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว HIL จึงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการจำลองสถานการณ์จริงและประเมินผลกระทบต่อระบบ เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สินและชีวิต

ความท้าทายและการก้าวข้ามในประเทศไทย

แม้ว่า HIL จะมีประโยชน์มหาศาล แต่การผลักดันเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทยก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลักสองประการ นั่นคือ บุคลากร และ ราคา คุณเพ็ญพิมลชี้ให้เห็นว่าระบบการศึกษาของไทยยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมมากนัก โดยเฉพาะพื้นฐานด้าน HIL, การเขียนโปรแกรม และการทำซอฟต์แวร์ ทำให้ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทาง

ส่วนเรื่องราคา ภาคธุรกิจบางส่วนยังมองว่า HIL มีราคาสูง โดยไม่ได้พิจารณาถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่ HIL มอบให้เมื่อเทียบกับการเกิดข้อผิดพลาดในการผลิตจริง หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากไม่มีการทดสอบที่รัดกุม ดังนั้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของ HIL จึงเป็นสิ่งสำคัญ

คุณเพ็ญพิมลยังเสริมด้วยว่า ประเทศไทยยังขาดการสนับสนุน Research and Development (R&D) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงต้องใช้เวลาและงบประมาณที่มั่นคง ไม่ใช่แค่การสนับสนุนแบบกว้างๆ เพียงช่วงสั้นๆ นอกจากนี้ยังขาดแรงจูงใจทางภาษี สำหรับการลงทุนในเทคโนโลยี HIL ซึ่งหากมีก็จะช่วยกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาลงทุนมากขึ้น รวมถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมที่ยังไม่เป็นรูปธรรมเพียงพอ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตและพัฒนา HIL ที่ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร การเริ่มต้นปลูกฝังความรู้ด้าน HIL ในระดับมหาวิทยาลัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพในอนาคต

บทเรียนจากเพื่อนบ้านและการฝากข้อคิดถึงผู้บริหาร

เมื่อมองไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เราจะเห็นความก้าวหน้าที่น่าสนใจ สิงคโปร์นำ HIL ไปใช้ในการพัฒนา Smart City และระบบไฟฟ้าอัจฉริยะอย่างกว้างขวาง มาเลเซียนำไปใช้ในอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนเวียดนามมีการนำ HIL มาใช้ในการพัฒนา โครงข่ายไฟฟ้าและระบบแบตเตอรี่อย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เข้มแข็งในโครงสร้างพื้นฐานด้าน R&D ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศเหล่านี้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับองค์กรหรือผู้บริหารที่กำลังพิจารณานำ HIL มาใช้ คุณเพ็ญพิมลมีคำแนะนำที่น่าสนใจว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทั้งหมด หากงบประมาณเป็นข้อจำกัด การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานภาครัฐที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการใช้งาน HIL ก็เป็นทางเลือกที่ดี HIL ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมาก หากเรามองถึงประโยชน์ในระยะยาว เช่น การช่วยรักษาเศรษฐกิจของชาติในด้านยานยนต์ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า HIL จะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของ Controller ได้เกือบ 100% และในด้านพลังงานไฟฟ้าก็ช่วยปรับปรุงการใช้พลังงานของระบบให้ถูกต้องและป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ นี่คือการสร้างความมั่นใจว่าระบบที่ออกแบบจะตอบสนองตามที่เราต้องการได้จริงและถูกต้องแม่นยำ

คุณเพ็ญพิมลทิ้งท้ายด้วยความหวังว่า ภาครัฐและภาคการศึกษาจะให้การสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง HIL อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรมของประเทศ การลงทุนใน HIL คือการลงทุนในอนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมไทย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AWS ประเทศไทย ประกาศทิศทางปี 2569 ดัน ‘Frontier Agent’ สู่ยุคพนักงาน AI เต็มรูปแบบ

AWS ประเทศไทยประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าเร่ง Thailand Region ควบคู่กับการผลักดัน Frontier Agent เทคโนโลยี Agentic AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง พร้อมเปิดตัว Amazon Nova 2, Bed...

Responsive image

สรุปวิสัยทัศน์ Demis Hassabis อนาคต AI และหุ่นยนต์ DeepMind ปี 2026

เจาะลึกวิสัยทัศน์ Demis Hassabis เมื่อ AI กำลังจะมีร่างทำไม Robotics ถึงเป็นพรมแดนถัดไปที่จะเปลี่ยนโลก และหุ่นยนต์ยุคใหม่จะ "เข้าใจโลก" เหมือนมนุษย์ได้อย่างไรในอีก 3 ปีข้างหน้า...

Responsive image

ปิดฉากยุคเลขบัตร 16 หลัก! Visa ผนึกกำลัง Omise ร่วมกันผลักดันนวัตกรรม ‘Tokenisation’ เทคโนโลยีเบื้องหลังที่ลดการฉ้อโกงได้ถึง 58%

Visa และ Omise เปิดตัว Network Token ในไทย เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่แปลงเลขบัตร 16 หลักเป็น Token ช่วยลดการทุจริตออนไลน์ได้ถึง 58% และเพิ่มโอกาสอนุมัติธุรกรรม พลิกโฉม E-Payment ส...