ทำไม คน-บริษัท-ประเทศ ต้องมี AI ? สรุปเซสชั่นจาก ดร. อารักษ์ สุธีวงศ์ 'From Intelligence to Impact: Human - Business - Economy'

บนเวที Techsauce Global Summit 2025 ประเด็นเรื่อง AI ยังคงเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุด และหนึ่งในเซสชั่นที่น่าจับตามองคือ 'From Intelligence to Impact: Human - Business - Economy' ที่ได้ ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ Deputy Chief Executive Officer แห่ง SCBX ขึ้นมาฉายภาพอนาคตที่ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นการเดิมพันที่อาจชี้ชะตาของผู้คน องค์กร และประเทศ

SCBX กับวิสัยทัศน์ 'AI-First Organization' 

ดร. อารักษ์ เริ่มต้นด้วยการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ SCBX ที่ตั้งเป้าหมายจะเป็น 'AI-First Organization' อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมาไว้ดังนี้

  • 75% ของรายได้ต้องมาจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-enabled revenue) 
  • 75% ของกระบวนการทำงานต้องเป็นอัตโนมัติหรือพัฒนาขึ้นด้วย AI (processes automated/enhanced by AI) 
  • 100% ของพนักงานต้องมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้าน AI (basic AI literacy) 
  • 15% ของพนักงานต้องเป็นผู้มีความสามารถระดับสูงด้าน AI (AI talents)

หลายๆ บริษัทน่าจะรู้สึกเหมือนกันว่า เราได้ทำการทดลองเล็กๆ น้อยๆ ไปมากมาย แต่มันไม่ได้สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ในระดับที่เราคาดหวังไว้ เราก็ไม่ต่างกัน เราผ่านช่วงของการทดลองเล็กๆ น้อยๆ มาแล้ว ตอนนี้คือช่วงเวลาของการรวบรวมสิ่งที่เรียนรู้ และทุ่มทรัพยากรไปที่จุดที่จะสร้างผลกระทบได้อย่างมหาศาล

กำเนิด AI-Native Bank ธนาคารเสมือนจริงสายพันธุ์ใหม่

หนึ่งในโปรเจกต์เรือธงที่จะสะท้อนวิสัยทัศน์นี้ได้ดีที่สุด คือแผนการจัดตั้ง Virtual Bank ที่ SCBX กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่ง ดร. อารักษ์ เปิดเผยว่าว่า จะไม่ใช่แค่การนำธนาคารแบบเดิมมาย่อส่วนลงในมือถือ แต่จะเป็น AI-Native Bank อย่างแท้จริง

ทุกวันนี้ Mobile Banking ที่เราใช้กันยังให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกระบวนการของธนาคารที่เราต้องกดหลายขั้นตอนเพื่อทำเรื่องง่ายๆ แต่ธนาคารใหม่ของเราจะคิดจากมุมของลูกค้าเป็นหลัก AI จะช่วยให้ทุกอย่างแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

เขายกตัวอย่างว่าแทนที่จะต้องยกเครื่องระบบเดิม การสร้างธนาคารใหม่ที่เกิดมาพร้อม AI ตั้งแต่วันแรก คือนโยบายหลักที่จะไม่สร้างหนี้ทางเทคนิค (Technical Debt) ให้กับองค์กรในอนาคต from-intelligence-to-impact:-human-business-economy

ก้าวข้าม 2 อุปสรรคใหญ่ ระบบเก่า และ คน

สำหรับองค์กรที่อยู่มานานกว่า 118 ปีอย่าง SCB ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ Legacy System และคน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายองค์กรกำลงเผชิญ

"เราต้องยอมรับว่าบางระบบก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามสภาพของมัน แล้วใช้ AI เข้าไปห่อหุ้มเพื่อใช้งานเท่าที่จำเป็น แต่สำหรับระบบใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ ต้องเป็น AI-Native เท่านั้น" ดร. อารักษ์ อธิบายถึงแนวทางแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยี

ส่วนความท้าทายด้านคน SCBX เลือกที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเดินหน้าสร้างโปรแกรมให้ความรู้พื้นฐานด้าน AI กับพนักงานทุกคน ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย การใช้งาน ไปจนถึงความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการสร้างทีมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถ สร้าง AI ได้เอง ไม่ใช่แค่ใช้เป็น

AI ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด

ดร.อารักษ์ ชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับทุกคนใน 3 ระดับที่น่ากังวลได้แก่

1.ระดับบุคคล - หากเราไม่มีความสามารถด้าน AI ในอนาคต คุณมีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่จริง ๆ นี่ไม่ใช่การพูดให้รู้สึกกังวล แต่คือความจริง

2.ระดับบริษัท - หากองค์กรไม่มีความสามารถในการแข่งขันในสิ่งที่สร้างจาก AI เราอาจถูก Disrupt ไม่ว่าจากคู่แข่งเดิมหรือหน้าใหม่

3.ระดับประเทศ - หากประเทศไม่มีอธิปไตยทาง AI (AI Sovereignty) เราอาจเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ถูกจำกัด และความมั่นคงของชาติที่อาจถูกสั่นคลอน

Sovereign AI วาระแห่งชาติที่ประเทศไทยต้องเริ่มวันนี้

ดร. อารักษ์ อธิบายต่อว่า Sovereign AI หรือ อธิปไตยทาง AI เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับอนาคตของประเทศไทย เขาเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่ใช้เวลา 20-30 ปีในการเปลี่ยนตัวเองจากประเทศที่ไม่มีบริษัทเทคโนโลยีเลย กลายเป็นผู้นำระดับโลกได้ เพราะรัฐบาลตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้

เราต้องถามตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ขึ้นมา ประเทศไทยจะสามารถยืนได้ด้วยตัวเองหรือไม่ เราพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติมากเกินไปหรือเปล่า

ดร. อารักษ์ ทิ้งท้ายด้วยข้อมูลที่สนใจว่า งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ทั้งประเทศของไทย ยังน้อยกว่างบ R&D ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เพียงบริษัทเดียวเสียอีก นี่คือภาพสะท้อนของขนาด และความเร่งด่วนที่เราต้องขยับตัว

ข้อมูลจากเซสชั่น From Intelligence to Impact: Human - Business - Economy จากงาน  Techsauce Global Summit 2025







ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

'สงคราม' เปลี่ยนรูปแบบเป็น 'สงคราม AI' กระเทือนความมั่นคงปลอดภัย Data Center

สรุปจาก Special Topic เรื่อง 'AI กับ Geopolitics' โดย คุณบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ย้ำว่า...

Responsive image

เบื้องหลัง ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ งานหินของ SAM และ YIPINTSOI NEXT ภารกิจเร่งด่วนที่ต้อง Go Live ใน 2 เดือน ดึงข้อมูล 34 สถาบันการเงิน ลูกหนี้ 1.01 ล้านบัญชี

ลองนึกภาพการสร้างระบบที่ต้องรองรับลูกหนี้ 1.01 ล้านบัญชี ดึงข้อมูลจาก 34 สถาบันการเงิน และ Go Live ให้ได้ในเวลา 2 เดือน ตัวเลขชุดนี้คือที่มาของโครงการ 'ปิดหนี้ไว ไปต่อได้' หนึ่งใน...

Responsive image

ไทยยังน่าลงทุนอยู่ไหม ในวันที่ GDP โตแค่ 1.5%? มุมมองจาก VC ระดับโลกที่เลือกกรุงเทพฯ เป็นฐานใหม่

GDP ไทยอาจโตเพียง 1.5–1.6% ในปี 2026 แต่เงินลงทุนด้านเทคโนโลยี Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังคงไหลเข้า คำถามคือไทยกำลังถูกมองเป็นตลาดโตช้า หรือเป็น Gateway สำคัญของ Sout...