Startup 101: ทำความรู้จัก 3 Act Structure การสร้าง Pitch Deck ของคุณให้น่าดึงดูด | Techsauce

Startup 101: ทำความรู้จัก 3 Act Structure การสร้าง Pitch Deck ของคุณให้น่าดึงดูด

เพื่อนๆ Startup เคยปวดหัวไหมกับการต้องเตรียม Pitch Deck ไหม ไม่ว่าจะ 10 หน้าหรือ 20 หน้าก็ตาม ประมาณ Product ก็ต้องทำ Slide ก็ต้องเตรียมว่างั้น อย่างไรก็ตาม Pitch Deck เป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ และโดยเฉพาะต้องใช้นำเสนอให้กับนักลงทุน แน่นอนว่ามีหลายรูปแบบที่ใช้กัน

มีอะไรใน Pitch Deck บ้าง?

โดยปกติแล้ว Pitch Deck ที่เห็นกันเป็นประจำจะประกอบด้วย

  • Problem
  • Solution
  • Business Model
  • Competition
  • Founding Team
  • Marketing Plan
  • Fundraising

ทีนี้เรามาดูว่าแต่ละสำนัก รวมถึง Startup ชื่อดังอย่าง Airbnb แต่ละที่ใช้กันกี่ Slide และมีหัวข้ออะไรบ้าง

และก็มีอีกกลุ่มที่มองว่าการเล่าเรื่องควรเป็นในอีกรูปแบบ ไม่ใช่การไล่องค์ประกอบเพียงเท่านั้น แต่ควรเข้าใจแต่ละช่วงของการนำเสนอโดยเราเรียกกันว่า Three-Act Structure โดย First Act เป็นเรื่องของการ engage ผู้ฟังของคุณ ดึงดูดเพื่อให้ผู้ฟังสนใจและสถานะที่เป็นอยู่ ใน Second-Act เป็นช่วงที่คุณจะสร้างความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจของคุณ โดยการนำเสนอด้วยตัวเลขที่แย้งไม่ได้ และสุดท้าย Third Act เป็นจุด killer ว่าทำไมถึงต้องลงทุนในธุรกิจของคุณ เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมยังไง

จงจำไว้ว่านักลงทุนไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อมาชอบในทีมคุณ แต่มาด้วยเป้าหมายเรื่องเงิน ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนของพวกเขานั้นคุ้มค่ามีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่า 10 เท่า

ดังนั้นมาดูโครงสร้างของ Three-Act Structure กัน

First Section​ : อัพเดตสถานการณ์

ใน 2 หน้าแรกควรนำเสนอชื่อบริษัท, รายชื่อทีมงาน อธิบายในรูปแบบของ Hero Shot และ Elevator Pitch ทำให้พวกเขารู้ว่าทำไมทีมงานก่อตั้งนั้นมีคุณภาพและศักยภาพโดดเด่นอย่างไร ตัวหนังสือควรประกอบด้วย 5-7 คำที่อธิบายถึง Product หรือ Service ของคุณ คุณอาจจะเลือกใช้ hero images ที่แสดงถึงภาพของคนที่ใช้ Product หรือ Service ของคุณ

สำหรับส่วนที่เป็น Problem นั้นควรสรุปออกมาเป็น 1-4 bullet points ที่ง่ายต่อความเข้าใจ Solution ควรนำเสนอในรูปแบบของ layout ที่แสดงถึงประโยชน์หลัก 3 ประโยชน์ของ Product และ Service ของคุณ ในขณะที่ Business Model จะเป็น key slide ใน Sales Presentation พยายามทำ Slide ที่ให้ข้อมูลที่ชัดเจน และไ่ม่ต้องใช้คำเยอะเท่าที่จะเป็นไปได้

Second Section : เราจะ Disrupt เปลี่ยนแปลงตลาดได้อย่างไร

ระบุชื่อคู่แข่งและทำอย่างไรที่คุณจะชนะพวกเขาได้ ให้ระบุจุดอ่อนของคุณแข่ง และพูดถึงว่าของคุณดีกว่าอย่างไร มี Slide ที่ระบุถึงทีมผู้ก่อตั้งเพื่อให้นักลงทุนเห็นว่าบริษัทมีทักษะในการที่จะผลักดันให้ถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไร

Third Section : จุด Highlight เลยที่จะบอกว่าทำไมนักลงทุนต้องลงทุนในคุณ

Marketing plan slide เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ นักลงทุนอยากรู้ว่า “startup จะสร้างรายได้หลักล้านกันได้อย่างไร” คุณต้องแชร์แผนกลยุทธ์ในการหาลูกค้า (Customer Acquisition Strategy) ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อตอบคำถามพวกนั้นให้ได้ จงโฟกัสในจุดวัดผลอย่าง CAC (Customer acquistion Cost) และ LTV (Lifetime Value of Customer) จุดวัดผลเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของทุกบริษัทเลยทีเดียว

เรียบเรียงจาก Slidebean

RELATED ARTICLE

Responsive image

ZyGen ชวนทำความรู้จัก RPA แรงงานดิจิทัล เทคโนโลยีสุดล้ำที่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด

หลายองค์กรมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในองค์กรมากขึ้น ซึ่งได้นำเทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) หรือที่มักจะเรียกกันว่า Digital Workforce (แรงงานเสมือน) เข้ามาใช...

Responsive image

เปรียบเทียบ ยานไปอวกาศ ของ Virgin Galactic vs. Blue Origin ต่างกันอย่างไร

เป็นที่ตื่นตากันไปทั้งโลกเมื่อ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Virgin Galactic ของ Richard Branson และบริษัท Blue Origin ของ Jeff Bezos ได้ทำการทดสอบการบินเพื่อขึ้นไปเยี่ยมชมอวกาศ บทความนี้...

Responsive image

เทียบ CARRO vs. Carsome ศึกยูนิคอร์นแพลตฟอร์มรถยนต์มือสองแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับผู้เล่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอย่าง CARRO และ Carsome ที่ได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยส่วนแบ่งตลาดรถยนต์มือสองอย่างสูสี ...