วิธีเอาตัวรอดในยุค AI ไม่ให้ตกอยู่ใน ‘กับดัก’ สรุปทุกประเด็นจาก ซิกเว่ เบรกเก้ ในงาน Thailand Economic Outlook 2026

องค์กรของคุณกำลังติด 'กับดัก' ของโลกเก่าอยู่หรือเปล่า? 

สรุปทางรอดในยุค AI จาก ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัล บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผ่านประสบการณ์ตรงในการทรานส์ฟอร์มองค์กรยักษ์ใหญ่ด้วย AI และ Data มาแล้ว ในเซสชั่น The Digital Survival Code: Thriving in the Age of AI and uncertain World Economic shock

คุณซิกเว่ เบรกเก้ เริ่มต้นด้วยการฉายภาพให้เห็นว่าเทคโนโลยีได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ โดยชี้ให้เห็นว่าตลอด 25 ปีที่ผ่านมาการเติบโตของตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกาขับเคลื่อนด้วยบริษัทเทคโนโลยีและกว่า 35% ของการเติบโตของ GDP สหรัฐฯ ก็มาจากความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เช่นเดียวกับการมาของ 5G ที่สามารถเพิ่ม GDP ของประเทศได้ถึง 1% จากนั้นได้อธิบายถึง 3 S-Curves ที่กำลังเปลี่ยนโลกใบนี้

S-Curve 3 คลื่นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

คลื่นลูกที่ 1: อินเทอร์เน็ต คลื่นลูกนี้ได้มาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เราทุกคนต่างมีอินเทอร์เน็ตเป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานในชีวิตประจำวัน

คลื่นลูกที่ 2: การเชื่อมต่อผ่านมือถือ (4G/5G) คลื่นลูกนี้ยังเดินทางไปได้เพียง "ครึ่งทาง" แม้ประเทศไทยจะมีความครอบคลุมของ 5G ถึง 99% แต่มีเพียง 2% ของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเท่านั้นที่นำศักยภาพของ 5G ไปใช้อย่างเต็มที่ คลื่นลูกนี้ทำให้ "ทุกคน" เชื่อมต่อกัน แต่ยังไม่ใช่ "ทุกสิ่ง" 

คลื่นลูกที่ 3: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นี่คือคลื่นลูกที่ทรงพลังที่สุดและจะสร้างผลกระทบมหาศาลยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ตและไฟฟ้ามารวมกันเสียอีก เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของคลื่นลูกนี้ และยังไม่เห็นผลกระทบทั้งหมดที่ AI จะมีต่อวิถีชีวิตและการทำงานของเรา

ความเร็วของ AI ที่ไม่เคยมีมาก่อน 

คุณซิกเว่ได้ตอกย้ำถึงความเร็วอันน่าทึ่งของ AI ด้วยสถิติที่น่าสนใจ คือ อินเทอร์เน็ต ใช้เวลา 7 ปี กว่าจะมีผู้ใช้งานครบ 100 ล้านคน ในขณะทที่ Facebook ใช้เวลา 4 ปี แต่ ChatGPT ใช้เวลาเพียง 2 เดือน!

ความเร็วระดับนี้ทำให้ไม่มีองค์กรหรือประเทศใดสามารถรับมือได้เพียงลำพัง 'คุณต้องสร้างพาทเนอร์' เพราะความเร็ว ความใหญ่ และความเป็นสากลของ AI นั้นเกินกว่าที่ใครคนเดียวจะตามทัน

ความท้าทายของไทยในสมรภูมิ AI

สำหรับประเทศไทย คุณซิกเว่ชี้ให้เห็นภาพ 2 ด้านที่น่าสนใจ: 1. ข่าวดี คือคนไทยมีการปรับตัวใช้ AI ในระดับบุคคลสูงมากถึง 78% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงมาก 2. ข่าวร้าย คือการนำ AI ไปใช้ในภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เช่น เกษตรกรรม, การผลิต และค้าปลีก ซึ่งยังตามหลังอยู่มาก หากภาคอุตสาหกรรมหลักเหล่านี้ไม่สามารถนำ AI มาปรับใช้ได้ประเทศไทยจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังและจะเติบโตทางเศรษฐกิจได้ยากลำบาก

AI จะเข้ามาเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ 

AI จะเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการ ‘ขายสินค้า’ ไปสู่การ ‘ขายบริการ’ ซึ่งคุณซิกเว่ได้ยกตัวอย่างไว้ว่า 

ในอนาคตคุณอาจไม่ต้องซื้อตู้เย็น แต่ร้านค้าจะให้คุณฟรี แล้วตู้เย็นจะสื่อสารกับร้านค้าโดยตรงเพื่อสั่งของที่กำลังจะหมดมาเติมให้คุณเองกลายเป็นการ ขายบริการช็อปปิ้งและตู้เย็น ในขณะเดียวกันความปลอดภัยภายในบ้าน แทนที่จะซื้อกล้องวงจรปิดหรือสัญญาณกันขโมย คุณจะจ่ายค่าบริการรายเดือนเพื่อให้มีคนดูแลความปลอดภัยให้ครบวงจร นอกจากนี้บริษัทต่างๆ เริ่มขาย ‘บริการไฟฟ้า’ โดยใช้ AI ช่วยจัดการการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดค่าใช้จ่าย

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงาน

ภายในปี 2030 สถานการณ์ตลาดแรงงานทั่วโลกจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง:

92 ล้านตำแหน่งงานจะหายไป แต่ 170 ล้านตำแหน่งงานใหม่จะเกิดขึ้น

คำถามสำคัญคือ "แล้วเราจะอยู่ในกลุ่มไหน?" ทุกองค์กรและทุกประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายในการ ยกระดับทักษะ และ สร้างทักษะใหม่ ให้กับบุคลากร เขาได้ยกตัวอย่างเป้าหมายของทรู ที่ภายในปี 2030 พนักงาน 100% จะต้องได้รับการ Upskill ด้าน AI เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานในอนาคต

3 คำแนะนำสู่การอยู่รอด 

สุดท้ายคุณซิกเว่ได้ให้ 3 คำแนะนำสำคัญสำหรับผู้นำทุกคน ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเอาตัวรอดและเติบโตในยุคแห่งความไม่แน่นอนนี้

  • ลงมือทำอย่างกล้าหาญการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วมากจนคุณไม่มีทางรอให้มีข้อมูลสมบูรณ์ 100% ได้ คุณต้องตัดสินใจและลงมือทำอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
  • ปรับตัวอย่างต่อเนื่องยุคของการวางแผน 5 ปีได้จบลงแล้ว จงสร้างโมเดลธุรกิจที่พร้อมจะปรับเปลี่ยน ล้มเหลว เรียนรู้ และเดินหน้าต่อไปอย่างรวดเร็ว ตั้งทิศทางแล้วปรับตัวไปตลอดเส้นทาง
  • รวมเป็นหนึ่งเดียวทำลายโครงสร้างองค์กรแบบลำดับชั้นที่อุ้ยอ้าย ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีม ทำให้องค์กรแบนราบ เพื่อดึงศักยภาพของทุกคนออกมา และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

นี่คือรหัสเอาตัวรอดในยุคดิจิทัลที่ทุกคนต้องปรับตัว เพื่อไม่ให้ตกอยู่ใน "กับดัก" ของโลกเก่า แต่ก้าวไปสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยีได้อย่างมั่นคง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทิศทาง Layoff 2026 ไตรมาสแรกของปี มีพนักงานสาย Tech ตกงานไปแล้วกว่า 45,000 ตำแหน่ง

Layoff พนักงานสาย Tech ทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 ที่พุ่งสูงกว่า 45,000 ตำแหน่ง วิเคราะห์กลยุทธ์ 'Cut and Redirect' ของยักษ์ใหญ่...

Responsive image

สรุป 20 กฎเหล็กและวิสัยทัศน์ของ Jensen Huang ตั้งแต่การสร้างชิป AI ปรัชญาการบริหารองค์กร มุมมองต่อ AGI และ การส่งจิตสำนึกสู่อวกาศ

20 วิสัยทัศน์จาก Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA เจาะลึกสถาปัตยกรรมชิป ปรัชญาผู้นำ กฎการขยายขนาด 4 มิติ ไปจนถึงการยืนยันยุคปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) และความฝันสุดล้ำที่จะอัปโหลดสำนึกสู่...

Responsive image

OpenClaw คืออะไร? AI ตัวใหม่ที่ไม่ได้แค่คุยได้ แต่ ‘ทำงานแทน’ ได้จริง

OpenClaw คืออะไร AI Agent ตัวดัง ทำอะไรได้บ้าง อันตรายไหม และควรใช้หรือไม่...