ประเทศไทยได้รับการให้คะแนนความพร้อมด้าน AI อยู่ที่อันดับที่ 56 ของโลก จาก 194 ประเทศ ประจำปี 2019 ในขณะที่สิงคโปร์คว้าอันดับที่หนึ่ง โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Oxford Insights ประเทศไทยได้รับคะแนนอยู่ที่ 5.458 จาก 10 คะแนน

ประเทศเพื่อนบ้านของไทย

  • สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 1 คะแนน 9.186
  • มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 22 คะแนน 7.108
  • ฟิลิปปินส์ในอันดับที่ 50 คะแนน 5.704
  • อินโดนีเซียตามาในอันดับที่ 57 ด้วยคะแนน 5.42

ซึ่งสิงคโปร์นับว่าเป็นประเทศจิ๋วแต่แจ๋วที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้ โดยมีสหราชอาณาจักร เยอรมัน สหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ สวีเดน แคนาดา ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และญี่ปุ่น ตามมา นี่เป็นเพียงครั้งที่สองที่ Oxford Insights ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากเริ่มต้นการศึกษาครั้งแรกในปี 2017 เกี่ยวกับ 35 ประเทศในองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 2017 นั้นผลการศึกษาพบว่า สหราชอาณาจักร ครองอันดับหนึ่งตามด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเกาหลี

อ้างอิงจาก Oxford Insights เทคโนโลยี AI จะมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 15 ล้านล้านดอลลาร์ ในเศรษฐกิจโลกภายในปี 2030 ดัชนีการวัดลำดับถูกจัดโดยการสนับสนุนของศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยตัวชี้วัด 11 ตัว ภายใต้การจัดกลุ่ม 4 กลุ่ม ได้แก่ การกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลทักษะและการศึกษา รวมถึงการบริการภาครัฐและสาธารณะ

การรวบรวมข้อมูลจัดอันดับได้มาจากหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่กลยุทธ์ AI ไปจนถึงฐานข้อมูล เช่น จำนวน Startup ด้าน AI ที่เพิ่งเริ่มต้นที่ลงทะเบียนไว้ใน Crunchbase ไปจนถึงดัชนีชี้วัด เช่น ดัชนีการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของสหประชาชาติ การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นว่าจีนอยู่ในอันดับที่ 20 ซึ่งไม่ได้สูงมากนัก ถึงแม้ว่าเราจะได้เห็นภาพรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นนำ AI มาใช้ในการบริการสาธารณะอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าจีนซึ่งอยู่ในอันดับที่ 5 ของเอเชียแปซิฟิกน่าจะมีอันดับที่สูงขึ้นในการจัดอันดับในปีหน้า โดยค่าเฉลี่ยแล้วภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพ AI ดีที่สุดคือ อเมริกาเหนือ ในขณะที่ภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพแย่ที่สุดคือ แอฟริกาและเอเชียแปซิฟิก การจัดอันดับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในปัจจุบันด้านความพร้อมของ AI ระหว่างรัฐบาลโลก ซึ่งเห็นได้ว่าประเทศที่มีรายได้สูงจะมีประสิทธิภาพและการจัดการด้าน AI ที่ดีกว่า

ด้าน ดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC สถาบันฝึกอบรมและวิจัยด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ในกรุงเทพฯ กล่าวว่าแม้ว่ารัฐบาลไทยจะใช้ประโยชน์จาก AI และให้ความสำคัญกับ AI แต่ก็ยังไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในระดับประเทศ และกล่าวเสริมว่า "เราควรที่จะพิจารณากลยุทธ์ของ AI ในด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรซึ่งนี่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของเรา" ประเทศไทยยังขาดความสามารถในด้านเทคโนโลยี AI การเพิ่มนำความรู้ระดับนานาชาติเข้ามาประยุกต์ใช้สามารถนำพาให้เทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งกว่าจะได้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ล้วนต้องใช้เวลาอย่างมาก เราจึงควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ด้านโปรแกรม Coding เข้าไปในโรงเรียน เนื่องจากประเทศยังขาดการวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมในเทคโนโลยี AI เพื่อที่จะนำไปส่งเสริมธุรกิจต่างๆ

 

อ้างอิงข้อมูล:  Oxford Insights, Bangkokpost


RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดใจนักพัฒนา Thai NLP กับการพัฒนาให้ ‘ดิจิทัล’ เป็นฝ่ายเข้าใจ ‘คนไทย’

ล่าสุด 3 หน่วยงานระดับประเทศอย่าง KBank, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ NECTEC ได้จับมือกันประกาศความสำเร็จของ Thai NLP เตรียมพร้อมปัญญาประดิษฐ์ให้เข้าใจภาษามากยิ่งขึ้น...

Responsive image

Eko เปิดตัวบริษัทใหม่ Amity ซื้อกิจการทีมนักพัฒนา AI แถวหน้า ConvoLab รุกขยายธุรกิจทั่วโลก

Eko แพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและจัดการพื้นที่ทำงานเสมือนจริง พร้อมเดินหน้าสู่การทำงานในยุคดิจิทัล อย่างเต็มกำลังด้วยการเปิดตัวบริษัทแม่แห่งใหม่ Amity พร้อมซื้อกิจการทีมนักพั...

Responsive image

IBM ส่ง Watson Assistant for Citizens ใช้ AI ช่วยให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับ COVID-19

IBM ได้มองเห็นถึงปัญหาการสื่อสารข้อมูลเรื่อง COVID-19 จึงได้มีการพัฒนา IBM Watson Assistant for Citizens เพื่อช่วยหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพ และสถาบันการศึกษา ให้สามา...