ธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น ทำอย่างไรเมื่อต้องเปลี่ยน? บทเรียนจาก เทพผดุงพรมะพร้าว ใน Mission X

จากการเปิดห้องเรียน SCB Mission X ที่ได้มีผู้ประกอบการหลายรายเข้าร่วมเพื่อการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของวิทยากรที่เป็นผู้บริหารและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และมีประสบการณ์การทำธุรกิจมาอย่างยาวนาน อีกจุดประสงค์หลักของโครงการ Mission X คือการถ่ายทอดความรู้ สู่ผู้ประกอบการที่เป็นครอบครัวธุรกิจ ส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่น

บทความนี้ Techsauce ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณอภิศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด และ คุณธีติพันธ์ เทพผดุงพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในผลิตภัณฑ์กะทิชาวเกาะ และ น้ำจิ้มไก่แม่พลอย ว่าด้วยเรื่องของการเข้าร่วมโครงการ Mission X ที่ผ่านมา และจากการเป็นครอบครัวธุรกิจ ส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งสองท่านได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมและมีการนำประสบการณ์ไปปรับใช้อย่างไรบ้าง

ความท้าทายในการทำธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น


คุณอภิศักดิ์: ย้อนไปถึงรุ่นก่อนๆก็จะมีทำงานกันหนักมาก ในตอนนี้ก็ได้มีการสอนหลายๆ อย่างตามประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาจากรุ่นสู่รุ่น

คุณธีติพันธ์: ความท้าทายหลัก คือ ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน จากความแตกต่างอายุและสังคม ในรุ่นพ่อก็จะมีความเข้าใจอย่างหนึ่ง รุ่นปัจจุบันของเรา ที่เป็นคนรุ่นใหม่กว่าก็จะมีความเข้าใจในเรื่องการตลาดและเรื่องต่างๆ อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นไม่มีใครผิดหรือถูก แต่ว่าเราก็ต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการเติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทำให้ความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ไม่เหมือนกัน เราก็ต้องมาคุยกันว่าเราจะเอาอะไรมาปรับใช้ และนำมาใช้ได้อย่างไรเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป


ในฐานะที่เป็นธุรกิจครอบครัว เรามีการแลกเปลี่ยนหรือถ่ายทอด ความรู้กันอย่างไร

คุณอภิศักดิ์: เริ่มจากในเรื่องของการทำงาน ที่ว่าแต่ก่อนเราทำงานกันหนักมากขนาดไหน เล่าเรื่องราวสมัยก่อนที่ไปจะต้องไปเจอลูกค้า ก็จะมีความลำบาก เนื่องจากไปเจอกันแล้วก็ต้องรีบเขียนเอกสาร รีบเขียนใบสั่งซื้อให้เลย แต่ในตอนนี้สะดวกกว่ามาก มี Email หรือ Video Conference การทำงานก็สามารถทำได้สะดวกกว่าสมัยก่อน

คุณธีติพันธ์: ในช่วงแรกก็ได้มีการติดตามไปหาลูกค้า เพื่อไปทำความรู้จักลูกค้าพร้อมกับคุณพ่อ พอได้เข้ามาเริ่มทำงานแบบจริงจังแล้ว ก็พยายามที่จะบอกเขาว่าสมัยนี้เขาเป็นอย่างนี้กันแล้ว พยายามหาอะไรใหม่ๆ มาเสนอ ลองให้บริษัทปรับเปลี่ยนบ้าง ซึ่งเราก็ต้องดูว่าจะปรับอะไรได้บ้าง แล้วก็มีการเริ่มการเก็บข้อมูลที่มากขึ้น เพื่อเอามาใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งแต่ก่อนเขาอาจจะใช้การตัดสินใจที่มาจากประสบการณ์ที่ได้ผ่านมา และตอนนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนนำข้อมูลมาเป็นส่วนในการตัดสินใจ เป็นการปรับตัวเข้าหากันที่ต้องค่อยๆ ทำกันไป

เทพผดุงพรมะพร้าว นำ Digital Transformation มาใช้กับองค์กรในมิติใดบ้าง

คุณอภิศักดิ์: Digital Transformation ถือเป็นกระบวนการปรับตัวครั้งสำคัญของธุรกิจเรา ในเรื่องนี้ก็จะให้ลูกช่วยดู รวมไปถึงในเรื่องของการปรับเปลี่ยนบางอย่าง

คุณธีติพันธ์: เรื่องสำคัญที่เราต้องทำ Digital Transformation คือส่วนของ Data ข้อมูลต่างๆ ซึ่งอาจที่ผ่านมาจริงๆ ทางบริษัทเราก็มีการเก็บข้อมูลอยู่ 2 ส่วน คือ ในส่วนของฝั่งโรงงานเราจะเก็บข้อมูลในเรื่องของการผลิต และ ส่วนของฝั่งออฟฟิศจะเก็บข้อมูลที่เป็นในด้านการขาย ซึ่งส่วนนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นข้อมูลพื้นฐานของการที่เราจะขยายธุรกิจของเราไปได้ในอนาคต

SCB Mission X ช่วยให้ Digital Transformation เป็นเรื่องที่ทำได้จริง 

คุณอภิศักดิ์: จากการเข้าร่วม สิ่งที่ได้รับมากที่สุดคือมุมมองจากประสบการณ์ของผู้บริหารและผู้ประกอบการแต่ละคนมามากกว่า อย่างจากกรณีของคุณธีรพงศ์ Thai Union ที่ได้ฟังถึงปัญหาที่มีลักษณะคล้ายกันกับปัญหาที่บริษัทเราเผชิญอยู่ในขณะนี้ ก็ทำให้ได้แง่มุมใหม่ๆ และมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังมี เรื่องราวเกี่ยวกับ Leadership ความเป็นผู้นำ ซึ่งก็ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากผู้บรรยายแต่ละท่านเป็นอย่างมาก

คุณธีติพันธ์: เนื้อหาในหลักสูตรก็ถือว่าค่อนข้างครอบคลุมในเรื่องของ Digital Transformation มีทั้งเรื่องของตัวโรงงาน เรื่อง Energy Saving อะไรต่างๆ ซึ่งก็ช่วยเราได้ในเยอะเรื่องของการลดต้นทุน เป็นแนวทางสำหรับการทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก และในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถช่วยให้เรา Add Value ให้กับผลิตภัณฑ์ของเราได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญมากๆ  โดยเฉพาะเรื่องของ  Warehouse วิทยากรอธิบายได้เห็นภาพชัดเจน ว่า Warehouse Manager ควรทำแบบไหน ส่วนของเราที่ได้คุ้นเคยกับการขายมาแล้วก็จะเห็นภาพค่อนข้างชัด และนำไปใช้ได้จริงกับธุรกิจ

เมื่อเรียนมาแล้ว นำหลักการหรือคำแนะนำใดมาปรับใช้อะไรได้บ้างในด้านของการลดต้นทุนการผลิต

คุณอภิศักดิ์: ทางบริษัทเราก็มีนโยบาย มีการเซ็ต KPI ไว้อยู่แล้วในเรื่องของต้นทุนสำหรับการผลิตสินค้าในแต่ละด้าน ทั้งในเรื่องพลังงาน เรื่องวัตถุดิบต่างๆ การลดต้นทุนในแต่ละปีจะทำอย่างไรบ้าง ในเรื่องของการลดต้นทุนด้านพลังงานในตอนนี้ ก็อาจจะมีการเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าปกติมาเป็นพลังงาน Solar ซึ่งเมื่อศึกษาแล้วก็อาจจะคุ้มทุนในระยะยาว หรือในเรื่องของการ Maintenance Product ที่จะทำให้เราไม่สูญเสียโอกาสในการผลิต ซึ่งจะสามารถช่วยลด Cost การผลิตของเราได้

คุณธีติพันธ์: เรื่อง Solar Roof ที่เป็นไฟฟ้าพลังงานทดแทนนี้ ก็อยู่ในแผนงานของเรามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ว่าเราก็ยังศึกษาความเป็นไปได้อยู่ว่า แบบไหนคุ้มทุนบริการมากที่สุด ซึ่งช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมาที่ผ่านมายังมีราคาที่สูง แต่ในช่วงปัจจุบัน ราคานั้นลดลงมาถึงจุดคุ้มทุน ประกอบกับการที่เราได้ฟัง ได้เรียนรู้จากวิทยากรมากขึ้น ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายที่จะเริ่มลงมือติดตั้งเพื่อใช้งาน นอกจากจุดคุ้มทุนแล้วยังเกี่ยวกับเรื่องของ BOI ด้วย นั่นทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

รู้สึกอย่างไรที่ได้มาเรียนคอร์สนี้พร้อมกันรุ่นพ่อและรุ่นลูก

คุณอภิศักดิ์: ผมรู้สึกยินดีมากเพราะว่าเป็นหลักสูตรรุ่นแรกด้วย ได้รับความรู้จากประสบการณ์ของแต่ละท่านได้ดี ที่สำคัญ การที่ได้มาเรียนด้วยกันกับลูกที่เป็นผู้สืบทอดธุรกิจของเรา เพราะบางอย่างและบางเรื่อง อะไรที่เราไม่รู้ลูกก็รู้ ก็ถือว่าได้มาปรับตัวร่วมกัน เรียนรู้ร่วมกัน

คุณธีติพันธ์: สำหรับผมรู้สึกดีใจที่มีการจัดขึ้นมาสำหรับทางผู้ประกอบการทางด้านอาหารโดยเฉพาะ ซึ่งธุรกิจอาหารก็ถือเป็นธุรกิจหลักของประเทศอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมี COVID-19 หรือว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ยังไงการบริโภคก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทางด้านธนาคารไทยพาณิชย์ ก็เห็นความสำคัญในจุดนี้และก็เชิญทางบริษัทต่างๆ มา เป็นเรื่องที่ดีมากที่จะปรับตัวไปด้วยกัน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตไปด้วยกัน 

อย่างที่บอกว่ามันเป็นทั้งเรื่องของธุรกิจครอบครัวด้วย แล้วก็เป็นการส่งต่อรุ่นต่อรุ่นด้วย ซึ่งแต่ละเรื่องเราก็พยายามจะคอยปรับคอยเปลี่ยน แต่ว่าในมุมของผู้ใหญ่เขาก็อาจจะเห็นว่าเราประสบการณ์น้อยกว่า อาจจะไม่ได้ฟังเราทั้งหมด พอได้มาเรียนร่วมกันตรงนี้เขาก็เหมือนได้ฟังความคิดเห็นคนอื่นด้วย จะได้ดูว่าในโลกนี้อะไรมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้าง อาจจะทำให้ Mindset บางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลง พอกลับมาทำงานก็จะทำให้การปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ ในบริษัททำให้ได้ง่ายขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

มีแผนการดำเนินธุรกิจอะไรต่อไปจากนี้บ้างในอนาคต

คุณธีติพันธ์: เราก็คงจะให้ความสำคัญในเรื่องของการเก็บข้อมูลมากขึ้น ในเรื่องของ Data ต่างๆ เพราะว่าการเก็บข้อมูลนั้นเป็นพื้นฐานของการทำ Digital Transformation ถ้าเราเก็บข้อมูลละเอียดและเก็บข้อมูลได้ถูกต้อง การที่เราจะนำไปวิเคราะห์ใช้ในภายภาคหน้า ก็จะสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

เชิญชวนผู้ประกอบการมาเข้าร่วม SCB Mission X

คุณอภิศักดิ์: ค่อนข้างมีประโยชน์เป็นอย่างมาก หากมีโอกาสขอเชิญชวนให้มาเข้าร่วม อย่างบริษัทเรานั้นได้ประโยชน์ทันทีหลังจากที่ได้มาเรียนรู้ มีการนำไปปรับใช้ในเรื่องของการลดพลังงานทันที ถ้าธุรกิจที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น เป็นธุรกิจครอบครัว ก็จะเป็นการดีที่หากมาเรียนรู้ด้วยกัน จากการที่รุ่นพ่ออาจจะไม่ทันสมัย ได้รุ่นลูกมาช่วยดู สิ่งที่เป็นสมัยใหม่ทั้งหลาย ก็จะทำให้สามารถทำธุรกิจได้ดีขึ้น

บทความนี้เป็น Branded Content

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปรียบเทียบ ยานไปอวกาศ ของ Virgin Galactic vs. Blue Origin ต่างกันอย่างไร

เป็นที่ตื่นตากันไปทั้งโลกเมื่อ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Virgin Galactic ของ Richard Branson และบริษัท Blue Origin ของ Jeff Bezos ได้ทำการทดสอบการบินเพื่อขึ้นไปเยี่ยมชมอวกาศ บทความนี้...

Responsive image

เทียบ CARRO vs. Carsome ศึกยูนิคอร์นแพลตฟอร์มรถยนต์มือสองแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับผู้เล่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอย่าง CARRO และ Carsome ที่ได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยส่วนแบ่งตลาดรถยนต์มือสองอย่างสูสี ...

Responsive image

Cloud กับ Security เราจะปกป้องและกู้คืนข้อมูลเมื่อถูกโจมตีได้อย่างไร?

เทคโนโลยี Cloud เข้ามามีบทบาทกับโลกธุรกิจเป็นอย่างมาก ประเด็นที่ตามมาคือเรื่องของความปลอดภัย การปกป้องและกู้คืนข้อมูล แล้วองค์กรจะต้องทำอย่างไร พูดคุยกับ คุณฐปนรรฆ์ ชาติสิทธิสิทธิ์...