2017 ถือเป็นปีที่รุ่งเรืองสำหรับ e-commerce มีผู้เล่นหน้าใหม่ไฟแรงเกิดขึ้นมากมายพร้อมกับการแข่งขันอย่างดุเดือด และช่วงนี้ก็ใกล้จะเข้าปี 2018 แล้ว แน่นอนว่าเทคโนโลยียังถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมช่วยผลักดันให้ธุรกิจ e-commerce เติบโตขึ้นไปอีกขั้น ลองมาเช็คกันว่าในปีหน้าจะมีเทรนด์อะไรที่เหล่าผู้ประกอบการไม่ควรพลาดกันบ้าง

1. Big Data จะถูกนำมาใช้วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำกว่าเคย

ข้อมูล Big Data และการวิเคราะห์ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการทำธุรกิจไปอย่างมาก ทุกความเคลื่อนไหวของลูกค้าถูกบันทึกและกลายเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่เหล่าผู้ประกอบการต่างใช้เพื่อเรียนรู้พฤติกรรม และความคิดของกลุ่มลูกค้าตัวเอง โดยสามารถคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า ปรับสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคน ปรับวิธีทางการตลาด หรือแม้กระทั่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคา ในปี 2018 จะมีการใช้ข้อมูลจาก Big Data ที่แม่นยำมากขึ้นกว่าที่เคย

2. สมาร์ทโฟนจะเป็นแพลตฟอร์มหลักในการช้อป

ทุกวันนี้เกือบทุกคนมีสมาร์ทโฟนกันหมด ทำให้พฤติกรรมการช้อปปิ้งเปลี่ยนแปลงไปด้วย ทุกคนต่างค้นหาสินค้า ซื้อสินค้าผ่านทางมือถือมากกว่าทางคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค ปัจจุบัน e-commerce กว่า 50% ต่างสร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ และจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกในปี 2018 ตามการคาดการณ์ของ Goldman Sachs ว่าธุรกิจ e-commerce บนมือถือทั่วโลกจะทำรายได้มากถึง 626 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

3. ทำการตลาดโดยยึด Micro-Moments

Micro-Moments เป็นช่วงเวลาแค่แวบเดียว เมื่อลูกค้าเกิดความรู้สึก อยากทำ อยากซื้อ อยากไป อยากรู้ และต้องการได้รับการตอบสนองในทันที่เมื่อค้นหาบนสมาร์ทโฟน ผู้ประกอบการ e-commerce จึงต้องทำยังไงก็ได้ให้สินค้าของตัวเองไปอยู่ที่จุดๆ นั่นเมื่อลูกค้ากำลังมองหา และพร้อมให้บริการได้โดยทันที

4. ลูกค้าจะค้นหาสินค้าผ่านระบบผู้ช่วยและระบบสั่งการด้วยเสียง

การใช้ระบบผู้ช่วยและสั่งการด้วยเสียง อย่าง Apple Siri, Amazon Alexa, Google Assistant ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อพูดคุยกับผู้ช่วยเหล่านี้ ถูกนำมาใช้เป็นวิธีเพื่อค้นหาสินค้า เช็คยอดเงิน หรือจ่ายค่าบริการผ่านออนไลน์ได้เช่นกัน

มีรายงานว่า ปัจจุบัน กว่า 40% ของคนกลุ่ม millennial ต่างใช้ระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อค้นหาสินค้าเวลาช้อปปิ้ง และจะมีผลกระทบต่อวงการ e-commerce มากขึ้นในอนาคต รวมถึงคีย์บอร์ดและเมาส์ก็จะถูกแทนที่

5. แอป Messenger และ AI แชทบอทจะมีบทบาทมากขึ้น

แชทบอทมีส่วนช่วยยกระดับการบริการลูกค้า และตอบสนองได้แบบทันที นอกจากนั้นยังช่วยคัดสรรบริการที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน แนะนำสินค้า ทางเลือก ส่วนลดต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นในปี 2018 แชทบอทจะมีส่วนร่วมอยู่ในทุกๆ แอปพลิเคชันของผู้เล่น e-commerce

6. Personalized Shopping Experience ขายสินค้าให้ตรงกับคนสนใจของแต่ละคน

ตอนนี้เกือบทุกแบรนด์ต่างทำ Personalized shopping กันแล้ว โดยเก็บข้อมูลความสนใจของลูกค้าแต่ละคน รวมถึงพฤติกรรมการค้นหาสินค้า และประวัติการซื้อก่อนหน้า แล้วนำเสนอสินค้าที่เข้ากับความสนใจนั้นๆ การทำการตลาดอย่าง email marketing ก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน ในปีหน้าเราจะเห็นการทำการตลาดแบบนี้มากขึ้น ในทุกๆ หนึ่งแพลตฟอร์มสามารถตอบสนองต่อลูกค้าแต่ละคนได้แตกต่างกันออกไป

7. แข่งขันกันที่ระบบ Delivery

96% ของลูกค้าออนไลน์ปัจจุบันอยากได้รับสินค้าภายใน 24 ชั่วโมง แต่มีเพียงไม่กี่ร้านค้าเท่านั้นที่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น Amazon ที่มีบริการส่งภายในวันนั้นหากสั่งเกิน 37 ดอลลาร์ แต่มีเงื่อนไขว่าลูกค้าจะต้องเป็น prime member หรืออย่าง Walmart ที่สร้างระบบของตัวเองขึ้นมา ให้ลูกค้าสามารถไปรับของที่สั่งได้เองในที่ที่ใกล้ที่สุด และนั้นทำให้ลูกค้าได้รับของภายใน 24 ชั่วโมง

บทความอ้างอิง The Next Scoop/ INKXE

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมต้องไปงาน Tech Conference? คุยกับ System Stone เตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปงานใหญ่ในต่างประเทศ

คุยกับ คุณบาส สิทธิกร นวลรอด CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง System Stone หนึ่งใน startup โครงการ True Incube ร่วมแชร์เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับ startup ว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไรเวลาไปร่วมงาน T...

Responsive image

ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีหุ่นยนต์ 'Cobot' ?

เมื่อไม่นานมานี้บริษัท Universal Robots ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหุ่นยนต์โรงงานอุตสาหกรรมจากประเทศเดนมาร์กได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดคือ Cobot รุ่น UR3 หุ่นยนต์แขนกลที่ใช้ในงานบรรจุภัณฑ์แ...

Responsive image

พาฟังประเด็นนวัตกรรมอาหารเพื่อมนุษยชาติ งาน Food Innopolis 2019 พาครัวไทยสู่ครัวโลก

TMA จัดงานประชุมนานาชาติ Food Innopolis International Symposium 2019 ตอกย้ำความสําคัญของนวัตกรรมอาหาร กระบวนการการเกษตรอุตสาหกรรม และกระบวนการการผลิตอาหารที่ยั่งยืน...