CeDeFi คืออะไร แล้ว ทำไมต้อง CeDeFi | Techsauce

CeDeFi คืออะไร แล้ว ทำไมต้อง CeDeFi

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งใน Buzz word ที่มาแรงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะต้องมีคำว่า DeFi (Decentralize Finance) หรือ ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งแนวคิดของ DeFi นั้นคือแนวคิดของการพยายามที่จะลบคนกลางออกจากโลกของการเงิน โดยการประยุกต์ใช้ระบบแบบกระจายศูนย์ (Decentralize) อย่าง Blockchain ผ่านการนำ Smart Contract และ DApp (Decentralize Application) เข้ามาแทนที่บริการต่างๆ ในโลกของการเงินแบบเดิมๆ

ซึ่งปัจจุบัน เราก็จะเห็นได้ว่าโลกของ DeFi เองนั้นก็ได้รับผลตอบรับที่ค่อนข้างดีจากตัวผู้ใช้งาน และแสดงการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่คำถามสำคัญ คือ แล้ว DeFi จะมาแทนที่ CeFi (Centralize Finance หรือ ระบบการเงินแบบเก่าที่จะต้องมีตัวกลางในการช่วยในการดำเนินงาน) ได้จริงไหมนะ? 

วันนี้ “Token X” บริษัทภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX) ผู้ให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจโทเคนดิจิทัลแบบครบวงจร และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Blockchain จะพาทุกท่านมาเจาะลึกในเรื่องนี้กัน

ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นผู้เขียนขอพาย้อนกลับไปดูก่อนว่า “หาก DeFi จะมาแทนที่ CeFi ได้จะต้องพบเจอกับความท้าทายอะไรบ้าง

การเชื่อมโยงกับโลก Analog

เนื่องจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนระบบ DeFi นั้น ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากภาครัฐ ทำให้หลายๆครั้งในการใช้งานจริง หรือการทำธุรกรรมบางอย่าง เช่น การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ที่หากต้องการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไม่สามารถทำผ่านระบบ DeFi ได้ เนื่องจากจะต้องมีหน่วยงานภาครัฐที่ต้องเข้ามาทำการรับรองหรือการนำคริปโทเคอร์เรนซีมาใช้ในชีวิตประจำวัน จำเป็นจะต้องมีการถอนออกมาเป็นเงิน Fiat ก่อน เนื่องจากในปัจจุบันร้านค้าโดยทั่วไปยังไม่รองรับการชำระค่าสินค้าด้วยคริปโทเคอร์เรนซี ไม่ว่าจะด้วยเป็นเพราะ Infrastructure ที่ใช้ในการเชื่อมโยงกับโลก Analog อาจยังมีไม่มากพอ ติดข้อกฎหมาย หรืออาจยังเข้าถึงได้ไม่ง่ายพอ

ความสะดวกสบายในการใช้งาน

การใช้งานระบบ DeFi ผู้ใช้งานจะต้องมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับระบบ Blockchain, Public Key – Private Key รวมถึง การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เบื้องต้น ซึ่งกระบวนการทั้งหมด ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ และเข้าใจยาก สำหรับการใช้งานระหว่างผู้ใช้งานโดยทั่วไปในวงกว้างอยู่

ความน่าเชื่อถือของระบบที่เข้าไปใช้บริการ

เนื่องจากระบบ DeFi นั้น จะไม่ได้มีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแล ดังนั้นจึงทำให้มีความเสี่ยงในการใช้บริการสูงกว่าระบบแบบ CeFi

การยอมรับของภาครัฐ

เนื่องจากเสถียรภาพทางการเงินของประเทศมีความสัมพันธ์ค่อนข้างใกล้ชิดกับปริมาณเงิน และธุรกรรมในระบบ ทำให้เมื่อธุรกรรมทางการเงินเกิดขึ้นในระบบ DeFi จะทำให้การควบคุม-ติดตาม ปริมาณการไหลเข้า/ออกของเงิน รวมถึงการควบคุมผ่านนโยบายการคลังที่จะทำได้ยากกว่าเดิม จึงทำให้จะต้องใช้เวลาในการก่อให้เกิดการปรับตัว และยอมรับจากทางภาครัฐ

ซึ่งเราจะเห็นว่าความท้าทายต่างๆข้างต้นนั้น ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้โดยเร็ว ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดของผู้ให้บริการ ที่ทำการแก้ปัญหาข้างต้น และทำการเชื่อมโยงระหว่างโลกของ CeFi และ DeFi เข้าด้วยกัน หรือที่เราเรียกว่า CeDeFi หรือ Centralize-Decentralize Finance แล้ว CeDeFi จะสามารถเข้ามาช่วยได้อย่างไร ?

ลักษณะของ CeDeFi คือ จะมีคนกลางที่คอยทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานกับ ระบบ DeFi ผ่านระบบที่พัฒนาขึ้น ซึ่งจะ ทำให้ CeDeFi เป็นตัวกลางที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานระบบ DeFi ได้ง่าย ผ่านประสบการณ์การใช้งานแบบเดิม โดยที่การประมวลผลธุรกรรมจะสามารถเกิดขั้นได้ทั้งบนระบบแบบรวมศูนย์ (Centralized) และ แบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ตามความเหมาะสม 

และลักษณะการใช้งานทำให้ยังสามารถใช้งานจุดแข็งของระบบแบบกระจายศูนย์ได้ ภายใต้การใช้งานที่ง่าย เนื่องจาก CeDeFi นั้นมีคนกลาง จึงทำให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาช่วยตรวจสอบ-ควบคุมได้ ทำให้ระบบที่เกิดจาก CeDeFi หรือ เชื่อมต่อกับ CeDeFi มีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับจากภาครัฐมากกว่าระบบ DeFi แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งในโลกปัจจุบัน (ในต่างประเทศ) กลุ่มผู้เล่นหลักในตลาด CeDeFi จะเป็นกลุ่มการเงิน-ธนาคาร ที่เดิมถูกกำกับดูแลโดย Regulator อยู่แล้ว อาศัยจุดแข็งของตนเองที่มีความน่าเชื่อถือ และความชำนาญในระบบการเงิน เข้ามาเป็นคนกลางในการเชื่อต่อระหว่างโลกของ DeFi และ CeFi รวมถึงคอยช่วยในการผลักดันการเติบโต และสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้ใช้งาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นอาจเป็นข้อสรุปได้ว่าการที่ DeFi จะเข้ามาแทนที่ CeFi ในตอนนี้ได้นั้น อาจยังเป็นไปได้ยากและยังต้องใช้เวลาอีกมาก รวมถึงยังต้องเผชิญและแก้ไขความท้าทายต่างๆ ตามข้อมูลข้างต้น ด้วยเหตุนี้เอง CeDeFi จึงน่าจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการที่จะเป็นสะพานเชื่อมต่อโลก CeFi และ DeFi และช่วยให้ Stakeholders ต่างๆ รู้จัก เข้าใจ ไว้ใจ และยอมรับโลกของ DeFi กันมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจการออก Digital Token ก็สามารถเลือกใช้บริการกับทาง Token X ได้เช่นกัน เพราะ Token X พร้อมให้บริการ Tokenization แบบครบวงจรที่นอกจากจะมีบริการให้คำปรึกษา เชื่อมต่อ และพัฒนาเกี่ยวกับ Tokenization อย่างครบวงจรแล้วยังมีบล็อกเชนที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นเองอย่าง TKX Chain และโซลูชันพร้อมใช้อย่าง TKX API และ TKX Enterprise Portal ที่จะช่วยให้การออก Digital Token กลายเป็นเรื่องง่ายการเลือกใช้โทเคนดิจิทัลอย่างถูกจุด และตรงตามจุดประสงค์ล้วนแต่จะสร้างโอกาสและการเติบโตให้ธุรกิจของคุณได้เกินกว่าที่คิดไว้เสมอ สามารถติดต่อ Token X ได้ที่อีเมล [email protected]

ขอบเขตการให้บริการ TKX Chain และโซลูชันด้านเทคโนโลยีต่างๆ ของ Token X เป็นการให้บริการในฐานะการเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain Network Provider) และผู้พัฒนาเทคโนโลยี (Technology Provider) ซึ่งอยู่นอกเหนือต่างหากจากการประกอบธุรกิจ ICO Portal

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สตาร์ทอัพ AI เตรียมลุย iFLYTEX x Techsauce Global Summit 2024 Startup Competition ขยายธุรกิจสู่ APAC Markets

iFLYTEK x Techsauce Global Summit 2024 Startup Competition เปิดรับสมัคร สตาร์ทอัพด้าน AI เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้ธุรกิจของคุณได้แสดงศักยภาพ ผลักดั...

Responsive image

สำรวจศักยภาพ Blockchain ในโลกการเงิน

สรุปประเด็นจากการรับฟังหัวข้อ ‘The Key to the Future of Banking - How Banks Are Using Blockchain to Open Doors for Efficient, Compliant, and Interoperable Financial Services’ ในงาน...

Responsive image

AI เก่งเพราะขโมยข้อมูล ? : เมื่อบิ๊กเทค ‘โกง’ แอบเก็บข้อมูลฝึก AI

การฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ยิ่งมีข้อมูลขนาดใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้ AI เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น และแม่นยำขึ้นมากเท่านั้น แต่บริษัทบิ๊กเทคใช้ข้อมูลเร็วกว่าที่ข้อมูลจะถูกสร้างเสียอีก แ...