ในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันส่งข้อความให้เลือกใช้หลายแอป ไม่ว่าจะเป็นแอปยอดฮิตในไทยอย่าง LINE แอปสากลอย่าง WhatsApp หรือแอปสายจีนอย่าง WeChat และอีกแอปหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ใครก็คือ Telegram

Telegram คืออะไร

Telegram เป็นแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ก่อตั้งโดยสองพี่น้องชาวรัสเซีย ชื่อ Pavel Durov และ Nikolai Durov ในปี 2013 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ให้กำเนิด "VK" เครือข่ายสังคมออนไลน์สัญชาติรัสเซียมาแล้ว

ด้านโมเดลธุรกิจ Telegram เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้ฟรี 100 เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีทางเลือกให้ต้องจ่ายค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น โดยมี Pavel เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนจำนวนมหาศาล Telegram ให้ข้อมูลว่าเงินจำนวนนี้ยังเพียงพอ แต่หากประสบปัญหาในอนาคตก็อาจเพิ่มทางเลือกแบบเสียเงินเข้ามา อย่างไรก็ตาม Telegram จะไม่พุ่งเป้าที่การแสวงผลกำไร

เมื่อเดือนเมษายน 2563 Telegram มีผู้ใช้ต่อเดือนอยู่ที่ 400 ล้านคน มีผู้ใช้ใหม่อย่างต่ำ 1.5 ล้านคนต่อวัน และมีสติ๊กเกอร์ให้ใช้งานกว่า 2 แสนชุด

Telegram ปลอดภัยแค่ไหน

Telegram โฆษณาตัวเองว่ามีความปลอดภัยกว่าแอปพลิเคชันกระแสหลักอย่าง WhatsApp และ LINE แม้ว่าทั้ง WhatsApp และ LINE ต่างก็มีการเข้ารหัสแบบปลายทางเป็นค่าตั้งต้นก็ตาม ต่างจาก Telegram ที่จะเข้ารหัสปลายทางก็ต่อเมื่อใช้ฟีเจอร์ Secret Chats

ในการสนทนาทั่วไป (ส่วนตัวและแบบกลุ่ม) Telegram ใช้รูปแบบการส่งและเข้ารหัสข้อมูลแบบฉบับของตัวเองในชื่อ MTProto (รุ่น 2.0 ณ วันที่เขียนบทความ) ซึ่งมีการเข้ารหัสระหว่างเซิร์ฟเวอร์และเครื่องผู้ใช้ ก่อนที่จะมีการรับ-ส่งข้อมูลหากัน ด้วยกุญแจเข้ารหัสหลายระดับ โดยตัวข้อความจะได้รับการเข้ารหัสแบบ SHA-256 ก่อนเป็นขั้นแรก และมีการประกอบกับอีกหลายกุญแจทั้งแบบ 64, 128 และ 256 บิตในขั้นถัดๆ ไป สุดท้ายแล้วจะใช้การเข้ารหัสแบบ AES-256 ก่อนส่งข้อมูลออกไป

กุญแจ 2048 บิตที่เครื่องผู้ใช้ใช้ในการคุยกับเซิร์ฟเวอร์นั้นจะถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ามาเป็นครั้งแรก โดยจะไม่มีการส่งกุญแจนี้ข้ามผ่านเครือข่ายแต่อย่างใด

นอกจากการเข้ารหัสแล้วก็ยังมีตัวแปรด้านเวลามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น เวลาของเครื่องผู้ใช้ต่างกับเวลาเซิร์ฟเวอร์มากเกินไป เซิร์ฟเวอร์ก็จะไม่สนใจข้อความดังกล่าว และมีการใช้ salt (ชุดข้อมูลสำหรับการยืนยันและเข้ารหัสข้อมูล) ที่เปลี่ยนแปลงทุก 24 ชั่วโมง

สำหรับการสนทนาที่เป็นโหมด Secret Chats และการโทรนั้นจะเสริมความปลอดภัยขึ้นมาอีกชั้น ใช้การเข้ารหัสแบบปลายทาง (end-to-end encryption) ซึ่งจะเป็นการเข้ารหัสตั้งแต่ผู้ส่ง แล้วไปแกะเอาที่ผู้รับ ด้วยกุญแจที่สร้างขึ้นในการสนทนาแต่ละครั้งสำหรับแต่ละเครื่อง โดยไม่มีการแกะข้อความเมื่อผ่านตัวกลาง (เซิร์ฟเวอร์) และใช้การเข้ารหัสแบบ AES-256 เช่นเดียวกัน

telegram native apps

ด้านความโปร่งใส ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูโค้ดต้นฉบับของแอปเวอร์ชันสำหรับระบบปฏิบัติการต่างๆ และดูรายละเอียดของโปรโตคอล MTProto ได้

ตั้งแต่ปี 2014 ถึงปัจจุบัน มีรายงานช่องโหว่ของ Telegram ปรากฏบนเว็บไซต์ CVE Details จำนวน 9 รายการ ซึ่งร้อยละ 78 นั้นเป็นความรุนแรงระดับต่ำ

แม้จะมีการระงับเนื้อหาสาธาณะ (สติ๊กเกอร์, แชตกลุ่ม และบอท) ที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามคำขอเมื่อมีการรายงานเข้ามา แต่ Telegram มีจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยจะ 'ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการเซ็นเซอร์ที่มีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง' (Telegram won't be a part of such politically motivated censorship)

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

Telegram มีฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับแอปแชต อย่างเช่นการส่งข้อความแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม การส่งรูปภาพ ส่งไฟล์ อัดเสียง ส่งสติ๊กเกอร์ โทรด้วยเสียง โทรแบบวิดีโอ เป็นต้น และยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง อาทิ

  • Secret Chats สนทนาในแบบเข้ารหัสปลายทาง ตั้งเวลาลบข้อความได้
  • ใช้งานได้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน (ยกเว้น Secret Chats จะได้เพียงเครื่องต่อเครื่อง)
  • ส่งข้อความแบบตั้งเวลา ส่งข้อความเมื่ออีกฝ่ายออนไลน์ ส่งข้อความแบบไม่ต้องแจ้งเตือน
  • สติ๊กเกอร์ฟรีทั้งหมดทั้งแบบนิ่งและเคลื่อนไหว และสร้างสติ๊กเกอร์เองได้
  • สร้างกลุ่มที่มีแอดมินได้ สมาชิกสูงสุดได้ 200,000 คน และซ่อนแอดมินเป็นแบบไม่ระบุตัวตนได้
  • สร้างชาแนลสำหรับส่งข้อความหาผู้รับพร้อมกันได้ไม่จำกัดสมาชิก
  • ส่งพิกัดแบบสดๆ ได้
  • ส่งวิดีโอคลิปสั้นๆ ได้เหมือนอัดเสียง
  • แบ่งแชตออกเป็นหมวดหมู่ได้
  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้หลากหลาย ใครเห็นเบอร์โทรได้บ้าง ใครเห็นรูปโปรไฟล์ได้บ้าง ใครเห็นเวลาออนไลน์ได้บ้าง เป็นต้น
  • สร้างธีมเองได้ มีโหมดมืดอัตโนมัติทั้งแบบตั้งเวลาและแบบตามแสงภายนอก
  • เข้าใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้
  • แอนิเมชั่นและทรานซิชั่นลื่นไหล
  • ลบแคชของภาพ วิดีโอ เสียง ไฟล์ดาวน์โหลด แยกกันได้ และตั้งเวลาลบอัตโนมัติได้
  • ลิงก์ที่ส่งในแชตบางลิงก์จะแสดงในแบบ Instant View ได้ คือแสดงเนื้อหาโดยไม่ต้องแสดงเป็นหน้าเว็บนั้นๆ ขึ้นมา ทำให้เปิดเนื้อหาได้เร็วแทบจะทันที
  • เพิ่มบอทเข้าสู่กลุ่มได้ เช่น บอทแปลภาษา บอทเกม UNO บอทนับเวลาถอยหลัง เป็นต้น
  • มีลูกเล่นซ่อนไว้หลายรายการ เช่น ส่งอิโมจิลูกเต๋าเพื่อทอยลูกเต๋า

นอกจากกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว Telegram ยังเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชุมนุมในการประท้วงต่างๆ ด้วย เช่น ในฮ่องกง เบลารุส และในประเทศไทยเอง ซึ่ง Telegram ก็รับทราบถึงกลุ่มผู้ใช้นี้และได้พัฒนาฟีเจอร์ให้รองรับการใช้งานประเภทนี้ด้วย เช่น ซ่อนแอดมินกลุ่มเป็นแบบไม่ระบุตัวตน เป็นต้น

แหล่งข้อมูล: Telegram

อ่านเพิ่มเติม วิธีปกปิดตัวตนบน Telegram เปลี่ยนชื่อและซ่อนเบอร์โทรอย่างไร?

RELATED ARTICLE

Responsive image

วิธีปกปิดตัวตนบน Telegram เปลี่ยนชื่อและซ่อนเบอร์โทรอย่างไร?

Telegram สามารถตั้งค่าปกปิดตัวตน จากคนที่ไม่รู้จัก หรือไม่ได้อยู่ใน Contact ของเราด้ว มาดูวิธีกันว่าจะสามารถเปลี่ยนชื่อ ซ่อนเบอร์โทรอย่างไรได้บ้าง...

Responsive image

Yahoo Messenger เตรียมปิดให้บริการ 17 ก.ค. นี้

Yahoo Messenger ให้บริการมาอย่างยาวนาน 20 ปี ล่าสุดประกาศยุติการให้บริการโปรแกรม Yahoo Messenger ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 นี้ หลังจากเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2541......

Responsive image

กระทรวง DE ส่งหนังสือด่วนถึงกสทช. สั่งค่ายมือถือระงับการใช้ Telegram

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกหนังสือถึงกสทช. ให้ดำเนินการแจ้งให้ผู้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทุกรายระงับการใช้แอป Telegram...