โกดังสินค้าแห่งแรกของโลกที่ควบคุมทุกอย่างโดยหุ่นยนต์ ต้นแบบสู่อนาคตของธุรกิจ Logistics

  • Mujin ผลผลิต Startup จากมหาวิทยาลัยในโตเกียว ได้พัฒนาระบบควบคุมหุ่นยนต์สำหรับโกดังเก็บสินค้าอัตโนมัติ
  • โกดังเก็บสินค้าของ JD.com ที่ซื้อหุ่นยนต์ของ Mujin ไปติดตั้ง กลายเป็นโกดัง e-commerce แห่งแรกของโลกที่เป็นระบบอัตโนมัติทั้งระบบ

Mujin โชว์เทคโนโลยีล่าสุดในกรุงโตเกียว โดยจัดแสดงแขนหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่เอื้อมหยิบและทำการบรรจุสินค้าลงกล่องแทนการใช้แรงงานมนุษย์ ซึ่งเป้าหมายของ Mujin คือการทำให้โรงงานและคลังสินค้าสามารถดำเนินงานได้ตลอดเวลาด้วยระบบอัตโนมัติทั้งระบบ

Rosen Diankov ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ Mujin กล่าวว่า “การยกกล่องสินค้าหนักๆ คืองานยากของธุรกิจ logistics เลยก็ว่าได้ บริษัทหลายแห่งพยายามมองหาระบบรถขนถ่ายสินค้า ซึ่งผมเชื่อว่าบริษัทเราใกล้ออกสู่ตลาดจริงมากที่สุดแล้วในตอนนี้”

Mujin ตั้งเป้าเป็นผู้นำในระบบ logistic แบบอัตโนมัติ โดยได้ผลิตระบบที่ควบคุมแขนหุ่นยนต์และระบบกล้องที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆ โรงงานผลิต ระบบจะถูกป้อนข้อมูลให้จดจำวิธีการหยิบจับสินค้าและคำนวนการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องคอยตั้งค่าเอง ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้ามากขึ้นด้วย

ตัวอย่างของโกดังที่ได้เริ่มนำระบบของ Mujin ไปใช้ คือโกดังพื้นที่ขนาด 40,000 ตารางเมตรของ JD.com แพลตฟอร์ม E-Commerce ขนาดยักษ์ของจีน ที่ได้เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ภายในโรงงาน มีการติดตั้งหุ่นยนต์ที่ใช้หยิบของ, ส่งของและบรรจุสินค้าลงกล่องบนสายพานลำเลียง พร้อมระบบควบคุมหุ่นยนต์และกล้องของ Mujin นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ที่บรรทุกสินค้าไปยังจุดโหลดของและรถบรรทุก

การกำหนดมาตรฐานของระบบอัตโนมัติ

Diankov กล่าวว่า “เป้าหมายของเราคือการทำให้คลังสินค้าในอเมริกาใช้ระบบอัตโนมัติ แต่เหตุผลที่เรามาเริ่มต้นที่ญี่ปุ่นเพราะยังไม่แน่ใจว่า ตลาดจะให้ความสำคัญกับมันหรือไม่ และจะมีผู้เชี่ยวชาญรองรับเพียงพอไหม”

“การมีระบบหุ่นยนต์ที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นยังไม่พอ แต่เราต้องสร้างสภาพแวดล้อม ทั้งเครื่องมือและระบบต่างๆ โดยรอบตัวหุ่นยนต์ให้เอื้อต่อการทำงานด้วย หากเราสามารถสร้างมาตรฐานที่แข็งแรงสำหรับระบบอัตโนมัติในคลังสินค้าได้ ก็จะทำให้เราสามารถยกระดับการผลิตไปสู่อีกขั้น”

เครื่องควบคุมอัจฉริยะของ Mujin ถูกโปรแกรมให้สามารถทำงานต่างๆ โดยไม่ต้องอาศัยการคาดเดาจากการลองถูกลองผิดแต่อย่างใด ทุกการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์จะถูกติดตามในทุกๆ มิลลิวินาที ทำให้เปอร์เซ็นความผิดพลาดเกิดขึ้นได้น้อยมาก นอกจากนี้ระบบยังถูกติดตั้งด้วย microchip ความเร็วสูงที่สามารถประเมินความเป็นไปได้กว่าหมื่นรูปแบบและสามารถเลือกวิธีที่ดีที่สุดได้ในทันที

ไม่ต้องกลัวหุ่นยนต์แย่งงาน

Diankov เชื่อว่า ความกลัวเรื่องหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่และแย่งงานมนุษย์นั้นไม่ได้สะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในที่ทำงาน

“ตั้งแต่เริ่มมีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในธุรกิจ ก็มีงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย อย่าง Toyota ที่ใช้ทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติ ก็สามารถเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้”

Mujin ระดมทุนได้กว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก JAFCO VC จากโตเกียว และมหาวิทยาลัย Tokyo Edge Capital นอกจากนี้ Mujin ยังทำเงินได้จากการร่วมโปรเจคกับ Askul แพลตฟอร์ม e-commerce สำหรับอุปกรณ์ออฟฟิศ และ Paltac บริษัท logistic รวมถึง JD.com ของจีน

อ้างอิงภาพและเนื้อหา CNBC

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT ทดสอบ AI กับงานจริง 11,000 ชิ้น ผลคือยังเป็นแค่ 'เด็กฝึกงาน' ผ่านเกณฑ์แค่ 65%

คนทำงานออฟฟิศที่เคยลองใช้ AI ช่วยงาน อาจเคยรู้สึกหวั่น ๆ ว่าสักวันจะโดนแทนที่ แต่งานวิจัยล่าสุดจาก MIT บอกเราว่าตอนนี้ AI ยังทำงานได้แค่ระดับพอผ่านเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเด...

Responsive image

ทำไมผู้นำยุค AI ถึงเดิมพันกับคน มากกว่าการลดพนักงาน

เจาะลึกทำไมบริษัทระดับโลกในปี 2026 เลิกบ้าการลดคน แต่หันมาใช้ AI เสริมศักยภาพมนุษย์แทน พร้อมเผย 3 คัมภีร์ลัดสำหรับผู้นำที่ต้องการเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ...

Responsive image

ใครคือ Satoshi? เมื่อ New York Times เปิดหน้าสืบสวน พุ่งเป้า Adam Back คือบิดา Bitcoin ตัวจริง

NYT มั่นใจ! เจอตัว Satoshi Nakamoto แล้ว? เจาะลึกรายงานสืบสวนล่าสุดที่มุ่งเป้าไปที่ Adam Back ซีอีโอ Blockstream กับหลักฐานไทม์ไลน์ที่หายไปอย่างประจวบเหมาะ...