คุยกับผู้บริหาร xiaomi วางกลยุทธ์รุกตลาดไทยอย่างไรในปี 2021 ?

หลายปีมานี้เชื่อว่าสำหรับคนไทยแล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักแบรนด์ xiaomi จากความคุ้นเคยตั้งแต่สมาร์ทโฟน จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้านวัตกรรมสุดล้ำมากมายที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา บทความนี้เราจะพาไปพูดคุยพิเศษกับ มร.เค เอ็ม เหลียง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ xiaomi international  เกี่ยวกับการเจาะลึกวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ในการเข้ามาขยายธุรกิจในประเทศไทยในปี 2021

xiaomi

Mi fans ปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

มร.เค เอ็ม ได้เล่าถึงความเป็นมาของ xiaomi ว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา xiaomi นั้นมีพัฒนาการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบ MIUI ซึ่งถ้าเล่าย้อนกลับไปเดิมเรามีกลุ่มคนช่วยทดลองระบบ หรือเรียกว่า Mi Fans 100 คนแรก ที่ช่วยให้เราปรับปรุงและพัฒนาจนในที่สุดก็กลายมาเป็นซอฟต์แวร์ที่ทุกคนรู้จักจนทุกวันนี้ 

xiaomi นั้นให้ความสำคัญกับ Mi fans มาก พวกเขานั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่มีบทบาทอย่างมากในการวางกลยุทธ์และกำหนดทิศทางของบริษัท ปัจจุบันในประเทศไทยเรามี Mi fans มากกว่าหนึ่งล้านคน และมากกว่าห้าสิบล้านคนทั่วโลก

สำหรับสิ่งที่ xiaomi เราพยายามอย่างเต็มที่เสมอมา ในช่วงเริ่มต้นเราถือเป็นเจ้าแรกที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 800 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่ทรงพลังที่สุดในเวลานั้นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สุดอย่างแท้จริง หากย้อนกลับไปเมื่อ10 ปีที่แล้ว  ขณะนั้นมือถือมีราคาค่อนข้างสูงจึงไม่เข้าถึงทุกคน แต่ที่ xiaomi ต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสกับเทคโนโลยีในราคาที่ถูกลงที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ ดังนั้นเราจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของเราในราคาที่เป็นจริง และภายในระยะเวลา 3 ปี xiaomi ได้กลายเป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ในประเทศจีน ไม่นานหลังจากนั้นเราได้ริเริ่มก่อตั้งทีมต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย สเปน และสิงคโปร์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ xiaomi นั้นมีวางจำหน่ายอยู่ในตลาดมากกว่า 90 แห่งทั่วโลก และจากข้อมูลการจัดอันดับจาก Canalys การจัดส่งสมาร์ทโฟนของเราติดอันดับหนึ่งในห้าอันดับแรกใน 54 ตลาดทั่วโลกในไตรมาสที่ 3 ปี 2020 และเป็นอันดับ 1 ใน 10 ตลาด ปัจจุบัน xiaomi เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกและได้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม AIoT (AI + IoT) ชั้นนำของโลกโดยมีอุปกรณ์อัจฉริยะกว่า 289.5 ล้านเครื่องที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม โดยไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป

การวิจัยและพัฒนา คือ หัวใจสำคัญของ xiaomi 

นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและวิจัยเป็นอย่างมาก เพราะเรามองว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญของธุรกิจของเรา ปัจจุบันเรามีศูนย์วิจัยและพัฒนา 11 แห่งทั่วโลกซึ่งตั้งอยู่ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้ง xiaomi ได้จัดสรรเงินกว่า 10,000 ล้านหยวนสำหรับ R&D ในปี 2020 เพื่อการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากการพัฒนาและวิจัยแล้ว เทคโนโลยี  5G ก็เป็นสิ่งที่ xiaomi ให้ความสำคัญมาก เพราะสำหรับเรา 5G ไม่ได้หมายถึงแค่เครือข่ายสมาร์ทโฟนที่เร็วขึ้นเพียงอย่างอย่างเดียวเท่านั้น แต่เราได้ตีความมันออกเป็น “ 5G + AI + IoT” (5G + AIoT) ให้เป็นซูเปอร์อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ ซึ่งจะตรงกับ DNA อินเทอร์เน็ตของ xiaomi มากที่สุด เพราะเราต้องการนำเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดและล้ำสมัยมาใช้และช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ 

ปัจจุบันเราได้วางเป้าหมายว่า เราจะลงทุนอย่างน้อย 5 หมื่นล้านหยวน ( ประมาณ 7.18 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในช่วงอีกห้าปีข้างหน้าใน "5G + AIoT" เพื่อความเป็นผู้นำของเราในสาขานี้ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคน

xiaomi

Xiaomi เดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่องในไทย

สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นนับเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของ xiaomi รองจากยุโรปและละตินอเมริกาตามลำดับ โดยปีที่แล้ว xiaomi มีรายรับจากสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 47 ล้านหยวน ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 47.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในไตรมาสที่ 3 ปี 2020 ส่วนแบ่งการตลาดของ xiaomi ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 4 ในไตรมาสที่ 3 ปี 2020 โดยเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบปีต่อปี xiaomi (ประเทศไทย) มีการเติบโตกว่า 234% เมื่อเทียบปีต่อปีในไตรมาสที่ 3  เราขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ในแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่รวดเร็วและมั่นคง

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของ xiaomi ดังนั้นเราจึงจะเดินหน้าลงทุนในเรื่องที่สำคัญในปี 2021 ดังนี้ การขยายตัวของร้านค้าปลีก ปัจจุบัน xiaomi มีร้านค้าที่ได้รับการรับรองจาก xiaomi 36 แห่ง เราจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง นอกจากนี้เรายังมีจุดวางจำหน่ายสินค้าทั้งหมดของ xiaomi อยู่ที่ประมาณ 4,000 ร้านค้า จะเพิ่มเป็น 8,000 ร้าน ด้านการลงทุนด้านการตลาดเพื่อการรับรู้แบรนด์และผลิตภัณฑ์ของประเทศไทยจะลงทุนเพิ่มอีก 1 เท่า  โดยด้านบริการหลังการขาย xiaomi จะเพิ่มศูนย์บริการจาก 12 แห่ง เป็น 25 แห่ง รวมไปถึงศูนย์บริการและร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดจะเปิดให้บริการที่เซ็นทรัลบางนาในเดือนนี้ ในปีนี้ก็จะมีบริการหลังการขายหลายอย่างที่จะเพิ่มขึ้นมาเช่น จะเปิดให้บริการ call center มีจุดรับสินค้า และบริการแบบ Door to Door หรือบริการถึงหน้าบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น xiaomi จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ecosystem อย่างต่อเนื่องในปีนี้ และที่ผ่านมาเราก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของเรา Mi 11 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายพร้อมคุณสมบัติกล้องที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น 


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จากพื้นที่เช่า สู่ Tech Ecosystem ส่องวิธีคิดของ ‘ศศิธร วรัญญูวัฒนา’ ผู้นำ True Digital Park ที่เปลี่ยนออฟฟิศให้เช่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ

เจาะลึกแนวคิดการสร้าง Tech Ecosystem ของ True Digital Park ภายใต้การนำของคุณแท็ป-ศศิธร วรัญญูวัฒนา จากพื้นที่สู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมคน ธุรกิจ และโอกาส พร้อมบทเรียนสำคัญเรื่อง “การปรั...

Responsive image

Dell ชี้ AI PC และ Workstation คือเฟสต่อไปของ Enterprise AI ช่วยพนักงาน ประหยัดเวลา 2.17 ชั่วโมง/วัน ผลิตภาพเพิ่ม 30% จากงานวิจัยของ IDC

Dell Technologies เผยงานวิจัย IDC ชี้ 48% ขององค์กรใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกเริ่มใช้ AI PC แล้ว และ 95% มองว่า Workstation จะสำคัญต่อโครงการ AI ใน 2 ปีข้างหน้า สะท้อนแนวคิด AI Compute Co...

Responsive image

Techsauce Global Summit 2026 เจาะลึกงานประชุมเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Techsauce Global Summit 2026 คือ งานประชุมสุดยอดด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ (Flagship Tech Conference) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ เพื่อเป็...