
หากเราพูดถึงชื่อ ยิบอินซอย (Yip In Tsoi) ภาพจำแรกของใครหลายคนคงหนีไม่พ้น องค์กรระดับตำนานที่อยู่คู่แวดวงธุรกิจไทยมาร่วมศตวรรษ ในฐานะ System Integrator (SI) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและการวางรากฐานเทคโนโลยีให้กับองค์กรระดับประเทศมานับไม่ถ้วน
Techsauce ได้มีโอกาสกลับมาพูดคุยกับทีมผู้บริหารของยิบอินซอยอีกครั้ง เพื่ออัปเดตภารกิจใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือการนำนวัตกรรมระดับโลกอย่าง Salesforce และ Agentforce Sales เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบภายใน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
อะไรคือเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญของการทำ Digital Transformation ครั้งนี้ ? และก้าวต่อไปของยิบอินซอยคืออะไร ?
องค์กรจะเข้าใจลูกค้าได้จริง ก็ต่อเมื่อทีมขายและผู้บริหารมองเห็นข้อมูลเดียวกันแบบเรียลไทม์ ด้วยแนวคิดนี้ ยิบอินซอยจึงตัดสินใจนำ Agentforce Sales เข้ามาใช้ในองค์กร ไม่ใช่เพียงเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องมือ แต่เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการขายทั้งระบบ

ดร. มารุต มณีสถิตย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยิบอินซอยโซลูชั่น จำกัด ได้สะท้อนมุมมองให้เราฟังว่า การทำ Digital Transformation ที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การทุ่มเงินซื้อเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา แต่หัวใจสำคัญคือ ‘การออกแบบวิธีทำงานใหม่’ ที่จะช่วยให้คนทำงานสามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งยิบอินซอยเองก็นำเครื่องมือนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานของ ‘ทีมขาย’ ของตนเอง
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน และต้องใช้ Agentforce Sales ยิบอินซอยได้เล่าถึง Pain Point ที่เชื่อว่าหลายองค์กรคงคุ้นเคยกันดี โดยก่อนหน้านี้ข้อมูลการขายมักจะกระจัดกระจายอยู่ตามไฟล์ Excel หลายเวอร์ชัน การประชุมแต่ละครั้งต้องเสียเวลาและแรงงานคนไปกับการรวบรวมข้อมูล ซึ่งนอกจากจะล่าช้าแล้ว ยังเสี่ยงต่อความคลาดเคลื่อนสูง
การเข้ามาของ Agentforce Sales เปรียบเสมือนการเข้ามาปลดล็อกปัญหานี้ เพราะเมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกรวมศูนย์ไว้ที่ระบบเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
นี่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานที่ทุกฝ่าย สื่อสารผ่านข้อมูลจริง ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเหมือนในอดีต
สิ่งที่น่าสนใจคือ ยิบอินซอยไม่ได้มอง Agentforce Sales เป็นเพียงซอฟต์แวร์ทางเทคนิค แต่พวกเขานิยามมันว่าเป็น ‘กลยุทธ์หลักในการบริหารลูกค้า’ ซึ่งเข้ามาเติมเต็มประสิทธิภาพใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
1.โฟกัสลูกค้าถูกจุด (High-value Leads) ด้วยระบบอัจฉริยะที่ช่วยคัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าอัตโนมัติ ทำให้ทีมขายสามารถทุ่มเวลาดูแลลูกค้ารายสำคัญได้อย่างเต็มที่
2.ไม่พลาดทุกโอกาส (Always-on Opportunity Tracking) ด้วยระบบที่ช่วยติดตามทุกโอกาสทางการขายอย่างใกล้ชิด ช่วยแจ้งเตือนดีลที่ใกล้ปิด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกดีลได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
3.ตัดสินใจได้ทันเกม (Real-time Leadership Visibility) ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก เห็นภาพรวมยอดขายและแนวโน้มตลาดได้ทุกที่ทุกเวลา นำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็ว
ด้วยประสบการณ์อันยาวนานและความสำเร็จจากการใช้งานจริงในองค์กร ยิบอินซอยจึงพร้อมก้าวสู่บทบาทการเป็น Strategic Partner อย่างเต็มตัว โดยจัดตั้ง Salesforce Implementation Team ขึ้นมาเพื่อดูแลและส่งมอบโซลูชันนี้ให้กับองค์กรอื่น ๆ
จุดเด่นของทีมนี้คือการผสมผสานระหว่าง ‘ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค’ และ ‘ความเข้าใจในบริบทธุรกิจไทย’ คนในทีมประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้าน CRM ที่ผ่านการรับรองจาก Salesforce ส่วนยิบอินซอยก็มีจุดแข็งในเรื่องการเข้าใจในเทคโนโลยีและธุรกิจในไทยเป็นอย่างดี
เมื่อเราเจาะลึกถึงเบื้องหลังการทำงาน ทีมงาน Salesforce Implementation ของยิบอินซอย ได้ฉายภาพให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า หัวใจของความสำเร็จในโปรเจกต์นี้ไม่ได้อยู่ที่ความล้ำสมัยของซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยน Mindset ของคนทำงาน
หมายความว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การติดตั้งระบบไอทีแล้วจบไป แต่มันคือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการทำงานที่ทุกคนต้องหันมาพูดคุยและร่วมมือกันบนฐานข้อมูลเดียวกัน สิ่งนี้เองคือรากฐานที่ทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากที่ได้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จาก Agentforce Sales ในฝั่งงานขายแล้ว ยิบอินซอยไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่กำลังเดินหน้าขยายผลการใช้งานไปยัง Agentforce Service และ Tableau
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างภาพ Customer 360 เพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นลูกค้าได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านการขาย การบริการ ไปจนถึงประสบการณ์หลังการขาย ซึ่งจะทำให้ยิบอินซอยดูแลลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ

ในแง่ของกลยุทธ์การปรับตัว คุณสุภัค ลายเลิศ CEO ของยิบอินซอย ได้แบ่งปันแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่กำลังตื่นตัวเรื่อง Digital Transformation โดยระบุว่า หลายครั้งเรามักคิดว่าต้องเริ่มทำโครงการขนาดใหญ่ถึงจะเห็นผล แต่ความจริงแล้ว เราควรเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงก่อน เมื่อฐานแน่นแล้ว จึงค่อยขยายผลต่อยอดออกไป ซึ่งเป็นวิธีที่ยั่งยืนกว่า
คุณสุภัค ลายเลิศ ได้สะท้อนมุมมองในฐานะผู้นำองค์กรว่า การนำ Salesforce เข้ามาใช้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะมันไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแค่ระบบการขายเท่านั้น แต่มันเปลี่ยนลึกไปถึงระดับ DNA ขององค์กร ให้กลายเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจริง และเกิดความร่วมมือของทีมงานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คุณสุภัค ลายเลิศ ยังย้ำถึงความตั้งใจต่อไปว่า วันนี้ยิบอินซอยไม่ได้มองแค่การยกระดับตัวเอง แต่พร้อมแล้วที่จะนำประสบการณ์ และความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วภายในองค์กรนี้ ส่งต่อไปให้กับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทย เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยก้าวสู่ยุคใหม่ของการขายที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและมอบประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือระดับไปพร้อม ๆ กัน
ปิดท้ายด้วยมุมมองจากพาร์ตเนอร์ระดับโลก นายประวาร์ เกาตัม (Pravar Gautam) รองประธานฝ่ายพันธมิตรและช่องทางการขาย ประจำภูมิภาคอาเซียนของ Salesforce ที่ให้มุมมองด้านความร่วมมือนี้ว่า ยิบอินซอยถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นมากสำหรับธุรกิจไทย ที่สามารถผสานพลังของ CRM, ข้อมูล และ AI เข้ามาเป็นแกนกลางในการดำเนินงานได้อย่างลงตัว
โดยเขาเชื่อมั่นว่าในวันที่โลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลนี้จะเป็นรากฐานสำคัญต่อธุรกิจไทย ทั้งในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและการยกระดับบริการลูกค้า โดยมองว่าความสำเร็จจากการใช้บริการของ Salesforce ผนวกกับทีมผู้เชี่ยวชาญของยิบอินซอย จะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเร่งเครื่องให้องค์กรไทยเดินหน้าเข้าสู่การเป็นองค์กรยุค Agentic Enterprise ได้อย่างมั่นใจ
สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ติดต่อ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด
บทความนี้เป็น Advertorial
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด