ถอดรหัสวัฒนธรรม สื่อสารอย่างไร ในโลกหลากเชื้อชาติ | Techsauce

ถอดรหัสวัฒนธรรม สื่อสารอย่างไร ในโลกหลากเชื้อชาติ

จากงาน Techsauce Global Summit ในวันแรก (26 สิงหาคม 2565) ที่ผ่านมา Erin Meyer ผู้เขียนหนังสือ The Culture Map: Breaking Through the Invisible Boundaries of Global Business ได้มาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารที่แตกต่างกันของคนในแต่ละชาติ ในห้อง Main Stage ในหัวข้อ The Culture Map: Decoding How People Communicate, Lead, and Get Things Done Around the World

ในแต่ละประเทศมีระดับของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน Erin Meyer ได้รวบรวมความแตกต่างของวัฒนธรรม (Culture) ของแต่ละประเทศ เพื่อหาคำตอบว่า ทำไมการสื่อสารกับคนแต่ละประเทศ ถึงให้ความหมายที่แตกต่างกัน และจะต้องสื่อสารอย่างไร ? ให้สามารถสื่อสารระหว่างกันได้

บริบท (Context) ของการสื่อสาร สิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่าง

ในการสื่อสารของมนุษย์ นอกจากจะคำพูดที่เราพูดออกไปจะกำหนดความหมายแล้ว บริบท (Context) ในสถานการณ์นั้นนั้นยังกำหนดความหมายของสิ่งที่เราพูดอีกด้วย

จากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ทำให้คนในประเทศใส่ใจต่อบริบทที่แตกต่างกัน โดย Erin ได้จัดกลุ่มของประเทศที่สื่อสารโดยแบ่งเป็น

  • ให้ความสำคัญต่อบริบทมาก จะมีลักษณะสื่อสารอย่างมีนัย ซับซ้อนกว่า ต้องอ่านสถานการณ์และสิ่งที่ผู้พูดต้องการจะสื่อโดยไม่ได้พูดออกมา เช่น ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย อินเดีย จีน รัสเซีย ข้อสังเกตคือเป็นภาษาในกลุ่มประเทศเอเชียเป็นส่วนใหญ่
  • ให้ความสำคัญต่อบริบทในระดับปานกลาง เช่น เบลเยียม โปแลนด์ สวีเดน สเปน ข้อสังเกตคือเป็นภาษากลุ่มละตินเป็นหลัก
  • ให้ความสำคัญต่อบริบทน้อย จะมีลักษณะชัดเจน เรียบง่าย และมีความหมายแน่นอน เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมัน นิวซีแลนด์ ข้อสังเกตคือเป็นภาษากลุ่มแองโกล-แซกซันเป็นส่วนใหญ่

ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ตอน Erin ทำงานกับคนญี่ปุ่น Erin เคยถามคนญี่ปุ่นว่า หากใครมีคำถามให้ถามเธอได้เลย แต่กลับไม่มีใครยกมือถาม หลายคนยังไม่มองมาที่เธอด้วยซ้ำ

เพื่อนของเธอที่เป็นคนญี่ปุ่นจึงหันมาบอกเธอว่า เดี๋ยวเขาถามให้เอง คนญี่ปุ่นยืนขึ้นโดยไม่ได้พูดอะไร หันมองไปที่ผู้เข้าร่วมทีละคน จนไปหยุดที่ผู้ชายคนนึงและถามว่า คุณอยากจะถามอะไร ชายคนนั้นขอบคุณเขา และถามคำถามที่น่าสนใจมากออกมา

ในภายหลัง Erin ถามเพื่อนของเธอ และได้คำตอบว่า ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น หากเขามีคำถามเขาจะมองหน้าผู้พูด และรอให้ผู้พูดถามกับเขาตรง ๆ เขาจึงจะถาม นี่คือตัวอย่างของความแตกต่างของการแสดงออกที่มีนัย

การตอบโต้และการให้ความเห็น การกระทำที่ต่างกันจากเป้าหมายเดียวกัน

Erin ยกตัวอย่างการให้ความเห็น (Feedback) ที่แตกต่างกันของคน 3 ชาติที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ การแก้ไขสัญญา

คนเนเธอร์แลนด์ให้ความเห็นต่อสัญญาว่า “สัญญาที่ทำนั้นยังอ่อนไป (Weak) แต่สามารถปรับปรุงได้” สิ่งนี้ทำให้คนอังกฤษรู้สึกว่าเป็น Feedback ที่โจมตีที่ตัวเขามากกว่าสัญญา

ส่วนคนอังกฤษ จะให้ความเห็นต่อสัญญาว่า “สัญญานี้ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย มันดีมากแล้ว แต่อยากแนะนำ (Suggest) สักเล็กน้อยที่สามารถทำให้สัญญารัดกุมขึ้นได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย” Feedback นี้ ทำให้คนเนเธอร์แลนด์แก้สัญญาไปเพียงเล็กน้อย และทำให้คนอังกฤษไม่พอใจ

ส่วนคนสหรัฐอเมริกาให้ความเห็นต่อสัญญาด้วยการชื่นชม พูดถึงแง่บวกของสัญญาเพื่อแสดงความเคารพ แล้วจึงพูดถึงสิ่งที่อยากปรับปรุงในสัญญา ซึ่งก็อาจทำให้คนที่มาจากอีกวัฒนธรรมคิดว่างานของเขาดีแล้ว และไม่ต้องปรับปรุงอีกได้

ทั้งหมดนี้ เกิดจากวัฒนธรรมในการ Feedback ของแต่ละชาติที่เราต้องทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างถูกต้อง

ความเงียบของเรา ไม่เท่ากัน

จุดสังเกตสุดท้ายในการสื่อสารคือ ความเงียบ ที่เป็นสื่อสารแบบหนึ่ง โดย Erin สังเกตว่าคนสหรัฐอเมริกาสามารถรู้สึกอึดอัดเมื่อคู่สนทนาเงียบไปเพียง 2 วินาที แต่คนญี่ปุ่นอาจจะเริ่มอึดอัดเมื่อคู่สนทนาเงียบเกิน 12 วินาที

เพราะคนญี่ปุ่น (และคนในกลุ่มภาษาเอเชีย) จะสบายใจกับความเงียบมากกว่าและอึดอัดที่จะต้องพูด ในทางตรงกันข้ามคนกลุ่มภาษาแองโกล-แซกซันจะสบายใจกับการพูดออกมามากกว่าและอึดอัดกับความเงียบ

เช่นในตัวอย่างของอรุณ ที่ได้รับเลือกจากบริษัทให้เดินทางไปประชุมร่วมกับทีมในสาขาออสเตรเลีย เขาเตรียมการและข้อมูลมากมายที่เพื่อไปพูดในการประชุม แต่สุดท้ายในการประชุมไม่มีคนเรียกให้อรุณพูด เขาจึงไม่ได้พูดในการประชุมเลย จนกระทั่งเดินทางกลับไทย และสาขาในออสเตรเลียส่งข้อมูลให้บริษัทในไทยว่าอรุณไม่ได้มีส่วนร่วมกับการประชุมเลย นั่นเป็นเพราะวัฒนธรรมของไทย ที่เลือกที่จะเงียบมากกว่าการแสดงตนเพื่อพูด

กุญแจสู่ความเข้าใจและสื่อสารกับคนทุกชาติ

Erin ได้ให้คำแนะนำว่า เราอาจตีความสิ่งที่คู่สนทนาเราพูดด้วยจากความเคยชินของเราเอง และทำให้เข้าใจผิดไปได้ สิ่งที่ดีที่สุดอาจเป็นการถามเพิ่มเติมจากสิ่งที่เขาพูด เพื่อทำให้เราแน่ใจมากขึ้น

รวมทั้ง การเข้าใจต่อระดับความใส่ใจต่อทั้ง (1) บริบท (2) วิธีการให้ความเห็น (3) ความหมายของความเงียบ ที่แตกต่างกันของคนในแต่ละชาติ จะทำให้เราเข้าใจและตีความการสื่อสารของคนจากหลากหลายชาติที่เราต้องทำงานร่วมกันได้ตรงความหมายมากขึ้น

RELATED ARTICLE

Responsive image

Netflix สร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร? ให้พนักงาน ‘กล้าคิด กล้าทำ’

Techsauce Global Summit 2022 ได้เชิญ Erin Meyer อาจารย์มหาวิทยาลัย INSEAD และหนึ่งในผู้เขียน “No Rules Rules” มาร่วมร่วมพูดคุยในหัวข้อ “No Rules Rules: Developing a Culture the Bre...

Responsive image

วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้กับธุรกิจ

ในงาน Techsauce Global Summit 2022 ได้พาทุกคนไปพูดคุยกับ Dr. Carole Robin CO-FOUNDER จาก Head of Faculty Leaders in Tech ผู้เขียนหนังสือ ‘Connect’ ในหัวข้อ “How to Build Exceptiona...

Responsive image

Erin Meyer ผู้เขียน The Cultural Map และ Netflix No Rules Rules ขวัญใจผู้บริหารและสายงาน Corporate Culture

ร่วมรับฟังและตอบคำถามกับ Erin Meyer ได้ ใน Techsauce Global Summit 2022 รีบซื้อบัตรตอนนี้ ก่อนราคาจะปรับขึ้น...