สรุป 15 Key Takeaways จากรมว.สาธารณสุข กับทิศทาง Healthspan และอนาคตการดูแลสุขภาพ

สรุปสปีชจากคุณพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บนเวที Techsauce Global Summit 2026 

1. การแพทย์กำลังเปลี่ยนจากการทำให้คน ‘อยู่ได้นานขึ้น’ ไปสู่การทำให้คน ‘สุขภาพดีได้นานขึ้น’ เพราะอายุที่ยาวขึ้นไม่ได้แปลว่าคนจะมีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิต รัฐมนตรีฯ มองว่านี่คือหัวใจของ Healthspan และจะเป็นโจทย์ใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทยในยุคต่อไป 

2. ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และเรื่องนี้ทำให้โจทย์ของระบบสุขภาพซับซ้อนขึ้น คนมีอายุยืนขึ้นถือเป็นความสำเร็จของการแพทย์ แต่ในอีกด้านก็มีคนจำหนึ่งต้องใช้เวลาในช่วงบั้นปลายชีวิตอยู่กับโรคเรื้อรัง ความพิการ ภาวะเปราะบาง หรือการพึ่งพาคนอื่น การทำให้คนมีชีวิตยืนยาวจึงต้องมองไปพร้อมกับการทำให้คนยังมีสุขภาพดีในช่วงเวลานั้น

3. หนึ่งในปัญหาที่ไทยกำลังเผชิญคือโรค NCDs เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง โรคไต และภาวะสมองเสื่อม รวมถึงโรค NCDs อื่น ๆ ซึ่งกำลังสร้าง ภาระเพิ่มขึ้นทั้งกับตัวผู้ป่วย ครอบครัว และระบบสาธารณสุข โดยปัญหานี้พบทั้งในโรงพยาบาล พื้นที่ชนบท และหลายจังหวัดของไทย

4. จากเดิมที่ระบบสุขภาพเน้นรักษาเมื่อคนป่วยแล้ว ต่อไปต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันมากขึ้น รัฐมนตรีฯ พูดถึงการเปลี่ยนจาก Treatment ไปสู่ Prevention และจาก Reactive Care ไปสู่ Proactive Care คือไม่รอให้โรคเกิดขึ้นแล้วค่อยจัดการ แต่พยายามดูแลสุขภาพและความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนมีอาการ

5. เทคโนโลยีเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ ตั้งแต่ AI, Genomics, Biotechnology, Digital Health, Wearable Device, เทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ทั้งหมดกำลังทำให้สิ่งที่เคยทำได้ยากในระบบสุขภาพเป็นไปได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนป่วย โดยระบบสุขภาพในอนาคตจะนำข้อมูลทั้งพันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ สภาพแวดล้อม และประวัติสุขภาพมาประมวลผลร่วมกัน เพื่อออกแบบคำแนะนำที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละคนจริงๆ แทนที่จะใช้วิธีเดียวกันรักษาทุกคน 

6. Wearable Device ก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน เพราะช่วยให้คนติดตามสุขภาพของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ AI สามารถช่วยบุคลากรทางการแพทย์ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น และช่วยให้แพทย์มีข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจมากขึ้น รัฐมนตรีฯ มองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ไกลตัวทั้งหมด เพราะหลายอย่างมีอยู่แล้วในปัจจุบัน สิ่งที่ยังเป็นโจทย์คือจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีเข้าถึงคนได้มากขึ้น มีราคาที่เหมาะสม มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ในวงกว้างได้จริง

7. สำหรับประเทศไทย รัฐมนตรีฯ มองว่าไทยมีพื้นฐานหลายอย่างที่สามารถต่อยอดเรื่อง Healthspan และ Longevity ได้ ไทยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีสถาบันการแพทย์ มีระบบหลักประกันสุขภาพและมีภาค Biotechnology กับ Digital Health ที่กำลังเติบโต รวมถึงมีชื่อเสียงด้านการแพทย์และ Wellness

8.  แพทย์ งานวิจัย Wellness และนวัตกรรมสามารถทำงานร่วมกันได้ รัฐมนตรีฯ มองว่านี่เป็นโอกาสที่จะทำให้ไทยก้าวไปสู่การเป็น Healthspan และ Longevity Hub ในเอเชีย

9. Healthspan กำลังจะกลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะไม่ได้มีแค่เรื่องสาธารณสุข แต่ยังดึงเอาธุรกิจอื่นๆ เข้ามาเชื่อมโยงกันหมด ตั้งแต่ Healthcare, Biotech, บริษัทยา, อาหาร, Wellness, AI, การท่องเที่ยว ไปจนถึงงานวิจัย 

10. การจะสร้างระบบนิเวศด้าน Healthspan ให้เกิดขึ้น ภาครัฐไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ทุกฝ่ายต้องแบ่งบทบาทกันขับเคลื่อน คือรัฐบาลดูแลกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐาน มหาวิทยาลัยและนักวิจัยหาข้อมูลมารองรับ โรงพยาบาลนำนวัตกรรมไปใช้รักษาสตาร์ทอัพและบริษัทเทคฯ พัฒนาระบบให้คนใช้งานในวงกว้างได้ และนักลงทุนเข้ามาสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้ไอเดียทั้งหมดไปต่อได้ 

11. ประชาชนก็เป็นอีกส่วนที่ต้องเข้ามามีบทบาท เพราะการดูแลสุขภาพไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่คนป่วยแล้วไปโรงพยาบาล แต่ควรมีเครื่องมือที่ช่วยให้คนเข้าใจสุขภาพของตัวเอง และดูแลสุขภาพได้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน

12. ภาพของระบบสุขภาพในอนาคตจึงอาจไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาล การดูแลสุขภาพต้องสามารถเกิดขึ้นได้ที่บ้าน ที่ทำงาน ในชุมชน และผ่านอุปกรณ์ที่คนใช้ในชีวิตประจำวัน โรงพยาบาลยังจำเป็น แต่ระบบสุขภาพที่ดีอาจเป็นระบบที่ช่วยให้คนต้องเข้าโรงพยาบาลน้อยลง เพราะสามารถดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ก่อนที่จะป่วย

13. เทคโนโลยีสุขภาพควรเป็นสิ่งที่คนเข้าถึงได้ ไม่ใช่จำกัดอยู่แค่คนที่มีกำลังจ่าย รัฐมนตรีฯ ย้ำว่า Health Innovation ควรช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ไม่ใช่เพิ่มช่องว่าง หากนวัตกรรมใดนวัตกรรมหนึ่งเป็นประโยชน์เฉพาะกับคนกลุ่มเล็ก ๆ ก็ยังไม่สามารถสร้างประโยชน์ด้านสาธารณสุขได้เต็มที่

14. การทำงานร่วมกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ Healthspan เกี่ยวข้องกับหลายวงการที่เดิมอาจทำงานแยกกัน ทั้งการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ผู้ประกอบการ นักลงทุน และภาครัฐ การนำคนจากแต่ละด้านมาเจอกันจะช่วยให้ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี เงินทุน และนโยบายเชื่อมต่อกันได้

15. สิ่งที่รัฐมนตรีฯ ต้องการเห็นไม่ใช่แค่การทำให้คนมีอายุยืนขึ้น แต่คือการทำให้คนมีสุขภาพดีไปได้นานขึ้น มีความเป็นอิสระ พึ่งพาตัวเองได้ และยังมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต นี่คือโจทย์ที่ Healthspan ต้องการเข้ามาตอบ และเป็นทิศทางที่ไทยต้องเตรียมรับมือ เมื่อแนวโน้มประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นเรื่อย ๆ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนทำสำเร็จครั้งแรกของโลก ฉีดเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเพาะจาก iPSC ผู้ป่วย 9 ใน 10 อาการดีขึ้นที่ 12 เดือน เดินได้ไกลขึ้นเกือบเท่าตัว ไม่พบเนื้องอก

ทีมแพทย์จีนเผยผลทดลอง HEAL-CHF ในวารสาร Nature Medicine ฉีดเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจจาก iPSC เข้าหัวใจผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง ผู้ป่วย 9 ใน 10 อาการดีขึ้นที่ 12 เดือน เดินได้ไกลขึ้...

Responsive image

Harvard เพาะสมองจิ๋วในจานทดลอง อยู่ได้เกิน 5 ปี และเซลล์โตตามนาฬิกาเดียวกับสมองจริง

ทีมวิจัย Harvard เพาะเลี้ยงออร์แกนอยด์สมองมนุษย์ได้นานกว่า 5 ปี ทุบสถิติเดิม 694 วันไป 3 เท่า พบเซลล์โตตามนาฬิกาเดียวกับสมองจริง และเก็บความจำขั้นพัฒนาการของตัวเองได้จนกระโดดข้ามเว...

Responsive image

Anthropic เผยผล Claude ออกแบบโปรตีนสำเร็จ 14 จาก 15 เป้าหมาย งานที่นักวิจัยใช้เวลาเป็นเดือน Claude ทำจบใน 48 ชั่วโมง

Anthropic เปิดผลทดลอง Claude ออกแบบโปรตีนสำเร็จ 14 จาก 15 เป้าหมาย อัตราสำเร็จ 22-35% สูงกว่ามาตรฐานวงการที่ 10-15% พร้อมผลอีกชุดที่ Claude Opus 5 อ่านไฟล์ดิบจากเครื่องมือวิเคราะห์...