รู้จัก AGCL สเปรย์ห้ามเลือดใน 1 วินาที! ช่วยสมานแผลเร็วใน 2 สัปดาห์

AGCL สเปรย์ห้ามเลือดใน 1 วินาที!

นักวิจัยจาก KAIST เกาหลีใต้ พัฒนา ‘สเปรย์ห้ามเลือด’ นวัตกรรมใหม่ที่หยุดเลือดได้ใน 1 วินาที โดยเมื่อฉีด ผงสเปรย์จะเปลี่ยนสภาพเป็นเจลเคลือบปิดแผลตามรูปทรงได้สนิท ครอบคลุมทั้งแผลลึกหรือแผลที่พื้นผิวไม่เรียบ

ในสนามรบการห้ามเลือดได้ทันท่วงทีคือสิ่งที่ชี้เป็นชี้ตาย เพราะการเสียเลือดคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ทหารเสียชีวิต ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ป้องกันได้หากรักษาทัน แต่อย่างไรก็ตามการห้ามเลือดในแผลลึกหรือแผลฉีกขาดรุนแรงยังคงเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดสำหรับแพทย์สนามอยู่ 

ด้วยเหตุนี้ ทีมนักวิจัยจึงได้พัฒนาสเปย์ห้ามเลือดชนิดพิเศษขึ้นมาเพื่อช่วยชีวิตคนให้ทันเวลา โดยความพิเศษคือเมื่อเราฉีดลงไปบนแผล มันจะทำปฏิกิริยากับเลือดแล้วเปลี่ยนสภาพตัวเองให้กลายเป็นเจลภายในเวลาเพียง 1 วินาที ซึ่งเจลนี้จะเข้าไปอุดและปิดบาดแผลเพื่อห้ามเลือดทันที

ส่วนผสมของผงสเปย์มาจากธรรมชาติ 3 ชนิด คือ สารสกัดจากสาหร่ายทะเล (Alginate), สารให้ความหนืดจากธรรมชาติ (Gellan gum) และสารสกัดจากเปลือกกุ้งปู (Chitosan) ซึ่งเป็นวัสดุที่ปลอดภัยและใช้ในทางการแพทย์อยู่แล้ว โดยเมื่อผงสัมผัสกับเลือด สารจากสาหร่ายและสารให้ความหนืดจะจับตัวกันเป็นเจลเพื่อปิดแผล ส่วนสารจากเปลือกกุ้งปูจะช่วยดูดเม็ดเลือดให้มารวมตัวกัน ทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น

จุดเด่นของสเปรย์นี้ คือตัวเจลจะแนบสนิทไปกับรูปทรงของบาดแผล ไม่ว่าแผลนั้นจะลึกหรือมีพื้นผิวขรุขระแค่ไหนก็ตาม นักวิจัยจึงตั้งชื่อนวัตกรรมนี้ว่า 'AGCL' ซึ่งนำมาจากชื่อย่อของส่วนประกอบทั้งหมด โดยเฉพาะตัวอักษร "L" ที่ย่อมาจากคำว่า Linkage ที่หมายยถึงการเชื่อมโยง เพื่อสื่อถึงการประสานพลังของสารทั้ง 3 ชนิดที่เปลี่ยนจากผงสเปย์ธรรมดาให้กลายเป็นเจลปิดแผล

นอกจากช่วยหยุดเลือดแล้ว AGCL ยังมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และช่วยให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้ดี จากการทดลองพบว่าสารนี้ไม่ทำอันตรายต่อเซลล์ปกติของร่างกาย โดยมีความปลอดภัยสูงถึง 99% ขณะเดียวกัน เจลที่เกิดขึ้นยังสามารถดูดซับเลือดได้มากกว่าน้ำหนักของตัวเองถึง 7 เท่า ทำให้สามารถรับมือกับแผลที่มีเลือดออกมากหรือเลือดออกรุนแรงได้เป็นอย่างดี

AGCL สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 2 ปีในอุณหภูมิปกติและทนทานต่อสภาพอากาศที่สมบุกสมบันได้ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้งานในสนามรบหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจากการทดลองในหนูพบว่าสเปรย์นี้ห้ามเลือดได้ดีกว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วไป ช่วยให้แผลสมานตัวเร็ว และร่างกายกลับมาได้เป็นปกติภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์

แม้ AGCL จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาบาดแผลในสนามรบเป็นหลัก นักวิจัยก็ระบุว่าสามารถนำไปใช้ในเวชศาสตร์ฉุกเฉินหรือการผ่าตัดทั่วไปได้เช่นกัน

คยูซุน พัคนักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยจาก KAIST บอกว่า “ตอนนี้หัวใจของสงครามคือทำอย่างไรให้คนรอดชีวิตให้ได้มากที่สุด ผมทำงานชิ้นนี้เพราะอยากช่วยชีวิตทหารให้ได้สักคนสองคน และก็หวังว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปใช้ช่วยคนได้ ทั้งในกองทัพและในโรงพยาบาลทั่วไป”

อ้างอิง: newatlas

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก OpenEvidence AI หาข้อมูลการแพทย์อันดับ 1 จากอเมริกา

OpenEvidence สตาร์ทอัพ Medical AI มูลค่าพุ่ง 1.2 หมื่นล้านเหรียญ แพทย์สหรัฐฯ กว่า 45% เลือกใช้ Daniel Nadler ผู้ก่อตั้งเผยแผนสร้าง AI Orchestra ยกระดับการรักษา...

Responsive image

ระบบสาธารณสุขกำลังล้าหลัง? เมื่อเทคโนโลยีพร้อมแต่ระบบไม่พร้อม ผู้เชี่ยวชาญชี้ทางรอดเดียวคือต้องกล้า ‘รื้อระบบ’

เวที Healthcare Needs New Ideas จากงาน World Economic Forum 2026 สะท้อนภาพชัดว่าปัญหาของระบบสาธารณสุขทั่วโลกในวันนี้ไม่ใช่การขาดนวัตกรรม แต่เป็นเรื่องที่นวัตกรรมจำนวนมากยังไม่สามาร...

Responsive image

Proxima กับภารกิจรักษาโรคที่เคยเป็นไปไม่ได้ พัฒนายายุคใหม่ จัดการความสัมพันธ์ของโปรตีน เปิดทางรักษามะเร็ง โรคภูมิคุ้มกัน และโรคเสื่อมตามวัย

Proxima สตาร์ทอัพ AI biotech จากสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิวัติการค้นพบยา ด้วยแนวคิด Proximity-based medicines ที่จัดการความสัมพันธ์ของโปรตีน เปิดทางรักษาโรคที่เคยถูกจัดว่ารักษาไม่ได้ตั้งแต...