บริษัทสตาร์ทอัพด้านประสาทเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ Axoft เปิดเผยว่าได้ทดสอบอุปกรณ์ฝังสมองในผู้ป่วยชาวจีนที่เซี่ยงไฮ้ นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทสหรัฐฯ รายงานการทดลองในจีนอย่างเป็นทางการ สะท้อนสัญญาณความร่วมมือที่เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสมองระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ
การทดสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองในผู้ป่วยรวม 11 ราย โดยอุปกรณ์ถูกฝังแบบชั่วคราวเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของสมอง บริษัทระบุว่ามีแผนขยายการทดลองในจีนเพิ่มเติมภายในปีนี้ พร้อมเดินหน้าทดลองทางคลินิกหลายโครงการในประเทศ
Axoft ซึ่งก่อตั้งในปี 2021 และมีฐานอยู่ในรัฐแมสซาชูเซตส์ กำลังพัฒนาอุปกรณ์ฝังสมองด้วยวัสดุใหม่ที่เรียกว่า “Fleuron” ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถเชื่อมต่อกับเนื้อสมองได้ดีกว่าวัสดุแบบเดิม โดยมุ่งเน้นการรักษาผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะโคม่า หรือมีความผิดปกติด้านการรับรู้เป็นหลัก

เทคโนโลยีที่ Axoft พัฒนาขึ้นอยู่ในกลุ่ม Brain-Computer Interface (BCI) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถควบคุมอุปกรณ์ดิจิทัล หรือสื่อสารได้ผ่านสัญญาณสมองโดยตรง นอกจากนี้ เทคโนโลยียังมีศักยภาพต่อยอดไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพสมอง และการใช้งานเชิงอุตสาหกรรมหรือการทหาร
จีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักดัน BCI อย่างจริงจัง โดยรัฐบาลตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติภายในปี 2030 ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ก็มีการลงทุนจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ Central Intelligence Agency เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว
ซีอีโอ Paul Le Floch ระบุว่า หนึ่งในเหตุผลที่บริษัทเลือกทดลองในจีนคือความรวดเร็วของกระบวนการทดลองทางคลินิก โดยดำเนินการผ่านพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น แม้จะไม่ได้เปิดเผยชื่อโรงพยาบาลหรือบริษัทคู่ร่วมงาน
An Axoft implant
ล่าสุด Axoft ระดมทุนเพิ่มได้ 55 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนทั่วโลก รวมถึง C.P. Group Innovation, Gaorong Ventures และ Hillhouse Investment เพื่อนำไปใช้ในการขยายกำลังการผลิต พัฒนางานวิจัย และเตรียมยื่นขออนุมัติจาก US Food and Drug Administration ภายในปีหน้า
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Elon Musk ก็ได้ก่อตั้ง Neuralink เพื่อพัฒนา BCI เช่นกัน โดยมองว่า “การเสริมศักยภาพสมอง” อาจเป็นก้าวสำคัญของมนุษย์ในยุคที่ AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวของ Axoft ในครั้งนี้ จึงสะท้อนภาพการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ของเทคโนโลยีสมอง ที่อาจกลายเป็นหนึ่งในสนามสำคัญของโลกยุค AI
อ้างอิง: Bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด