ผ่าตัดสั้นลง-ปลอดภัยขึ้น! นักวิจัยคิดค้น ‘น้ำเกลือนาโน’ พลิกโฉมการสลายนิ่วในไต เพิ่มพลังเลเซอร์โดยไม่ทำร้ายเนื้อเยื่อ

การผ่าตัดสลายนิ่วในไตด้วยเลเซอร์ (Laser Lithotripsy) กำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อทีมวิศวกรและแพทย์จาก University of Chicago และ Duke University ค้นพบวิธีอัปเกรดประสิทธิภาพของเลเซอร์สลายนิ่วให้ทรงพลังขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ด้วยการเปลี่ยนเครื่องเลเซอร์ราคาแพง แต่ด้วยการเปลี่ยนน้ำเกลือที่ใช้ในการผ่าตัด

เลเซอร์แรงไปก็เจ็บ เบาไปก็นิ่วไม่แตก

สำหรับผู้ป่วยโรคนิ่วในไต การสลายนิ่วด้วยเลเซอร์คือทางออกมาตรฐาน ศัลยแพทย์จะใช้เลเซอร์ยิงก้อนนิ่วให้แตกเป็นผงแล้วดูดออก แต่ความท้าทายคือ หากใช้เลเซอร์เบาไป ก้อนนิ่วก็ไม่แตกละเอียด แต่ถ้าเร่งพลังเลเซอร์มากเกินไป พลังงานที่รั่วไหลออกมารอบข้างจะสะสมเป็นความร้อนและอาจทำลายเนื้อเยื่อไตที่บอบบางได้

"แน่นอนว่า คุณคงไม่ต้องการอัดพลังงานเข้าไปในไตของคุณมากเกินไป เพราะนั่นเป็นสิ่งที่อันตรายมาก สิ่งที่เราสาธิตคือวิธีการใช้ประโยชน์จากพลังงานเลเซอร์ที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น" Asst. Prof. Po-Chun Hsu จาก Pritzker School of Molecular Engineering at University of Chicago อธิบาย 

ปัญหาคือ พลังงานเลเซอร์ส่วนใหญ่มักสูญเสียไปกับการกระจายตัวในน้ำเกลือ (Saline) ที่แพทย์ใช้เพื่อขยายช่องไตและช่วยในการมองเห็นระหว่างผ่าตัด

‘น้ำเกลือนาโน’ ทางออกที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องเลเซอร์

แทนที่จะพยายามเปลี่ยนเลเซอร์ ทีมวิจัยกลับมองไปที่ตัวกลาง นั่นคือน้ำเกลือ

พวกเขาได้พัฒนา 'Nanofluid' ซึ่งก็คือน้ำเกลือสูตรพิเศษที่ผสมอนุภาคนาโนโพลิเมอร์นำไฟฟ้า (Conducting Polymer Nanoparticles) สีเข้มลงไป

Prof. Pei Zhong จาก Duke University Engineering อธิบายว่า เลเซอร์แต่ละชนิดมีความยาวคลื่นคงที่ (เช่น Ho-YAG ที่ใช้กันทั่วไปอยู่ที่ 2,000 นาโนเมตร) ผู้คนเคยคิดว่าเมื่อความยาวคลื่นคงที่ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนการดูดซับพลังงานได้ แต่ Nanofluid ได้นำมิติใหม่เข้ามา

อนุภาคนาโนเหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้เป็นตัวดูดซับพลังงานเลเซอร์ที่ความยาวคลื่นนั้นๆ โดยเฉพาะ เมื่อยิงเลเซอร์ แทนที่พลังงานจะกระจายออกไปในน้ำ อนุภาคนาโนจะจับพลังงานนั้นไว้และโฟกัสไปที่ก้อนนิ่วโดยตรง

ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง

นวัตกรรมนี้ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่ผ่านการพิสูจน์แล้ว Qingsong Fan นักวิจัยและผู้เขียนคนแรกของงานวิจัย เผยว่าเกณฑ์สำคัญ 3 ข้อคือ 1. ต้องดูดซับคลื่นเลเซอร์ได้ 2. ต้องกระจายตัวในน้ำได้ดี และ 3. ต้องปลอดภัย

ผลการทดสอบกับก้อนนิ่วที่เพาะในแล็บชี้ชัดว่า Nanofluid นี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสลายก้อนนิ่ว (Ablation efficiency) ได้สูงถึง 38% ถึง 727% ในการยิงแบบเฉพาะจุด และ 26% ถึง 75% ในการยิงแบบสแกน

ที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ทีมวิจัยพบว่า แม้จะแช่เซลล์ที่มีชีวิตไว้ในสารละลายนี้ นานถึง 24 ชั่วโมง ก็ไม่พบความเป็นพิษ (Nontoxic)

ในทางปฏิบัติ การผ่าตัดสลายนิ่วใช้เวลาเพียง 30 นาที Asst. Prof. Po-Chun Hsu หวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยลดเวลาผ่าตัดลงเหลือเพียง 10 นาที ซึ่งหมายถึงการสะสมความร้อนที่เป็นอันตรายต่อไตจะลดลงอย่างมหาศาล

สู่การใช้งานจริงกับนิ่วจริง

ปัจจุบัน การวิจัยนี้ใช้เลเซอร์ชนิด Ho-YAG ซึ่งเป็นมาตรฐาน แต่ Prof. Pei Zhong ชี้ว่าไม่มีเลเซอร์ใดที่สามารถทำงานได้ดีเยี่ยมทั้งในการสลายเป็นผง (dusting) และการแตกเป็นเสี่ยง (fragmenting)

Nanofluid จึงมีศักยภาพที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเลเซอร์ทุกประเภทที่โรงพยาบาลต่างๆ มีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องใหม่ราคาแพง ขั้นตอนต่อไปของทีมคือการทดสอบเทคนิคนี้กับเลเซอร์ชนิดอื่นๆ และที่สำคัญคือ การทดสอบกับก้อนนิ่วจริงของมนุษย์ แทนก้อนนิ่วที่เพาะในแล็บ ซึ่ง Christine Payne หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยสรุปว่า นี่คือตัวอย่างที่ดีของการนำงานวิจัยพื้นฐานไปประยุกต์ใช้ทางคลินิกเพื่อช่วยผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

ที่มา: Phys.org

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Disrupt Health Impact Fund ลงทุนใน Osteoboost จากสหรัฐฯ เปิดทาง wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ FDA รับรอง ชะลอการลดมวลกระดูก

ครั้งแรกในไทย กองทุน Disrupt Health Impact Fund คว้า Osteoboost อุปกรณ์ Wearable ตัวเดียวที่ FDA รับรอง นวัตกรรมสั่นสะเทือนชะลอกระดูกบาง 85% เตรียมบุกตลาดเอเชียเร็วๆ นี้...

Responsive image

เปลี่ยน Data เป็นอาหารเสริมที่ร่างกายต้องการ รู้จัก CRAFTRITION ผู้ออกแบบอาหารเสริมเฉพาะบุคคลสัญชาติไทย

เมื่อวิตามินไม่ใช่ One-size-fits-all! รู้จัก CRAFTRITION แพลตฟอร์ม HealthTech ที่ใช้ DNA และผลเลือดมาออกแบบอาหารเสริมเฉพาะคุณ ลดความเสี่ยงการกินวิตามินเกินขนาด พร้อมสร้างมาตรฐานใหม...

Responsive image

Isomorphic Labs พัฒนา AI ออกแบบยา เคลมว่าช่วยหายาได้ ‘เร็วแบบไม่เคยมีมาก่อน’

Isomorphic Labs บริษัทสตาร์ทอัพด้านการออกแบบยาและพัฒนายาด้วย AI ที่ก่อตั้งโดย Demis Hassabis ซีอีโอ DeepMind ประกาศระดมทุน Series B มูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งขยายเทคโ...