โรงพยาบาลศิริราชพัฒนา ‘CAR T-Cell’ ผลิตเองสำเร็จ! ความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็งโรคเลือดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน

นับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของวงการสาธารณสุขไทย เมื่อโรงพยาบาลศิริราช ประกาศความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง หรือ ‘CAR T-Cell’ (Chimeric antigen receptor T-cell) และสามารถผลิตได้เองภายในประเทศเป็นผลสำเร็จ ถือเป็นการเปิดประตูแห่งความหวังครั้งใหม่ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา (มะเร็งโรคเลือด) ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงได้มหาศาล จากเดิม 15-20 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 3 ล้านบาท เพิ่มโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกได้

‘CAR T-Cell’ นวัตกรรมติดอาวุธให้เซลล์ภูมิคุ้มกัน

ในภาวะปกติ ร่างกายของเรามี 'ทีเซลล์' (T-cell) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เปรียบเสมือนทหารยาม คอยตรวจจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเซลล์มะเร็ง แต่ในหลายกรณี เซลล์มะเร็งที่มีความรุนแรงสามารถพัฒนาตัวเองให้หลบหลีกการตรวจจับของทีเซลล์เหล่านี้ได้ การรักษาแบบ CAR T-Cell จึงเปรียบเสมือน 'การนำทหารยามไปติดอาวุธไฮเทค'

เทคโนโลยีนี้ คือการนำเซลล์ที (T-cell) ของผู้ป่วยออกมานอกร่างกาย แล้วนำมาดัดแปลงพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อ (GMP) โดยการใส่ 'โปรตีนตัวรับลูกผสม' (CAR) เข้าไป ซึ่งตัวรับนี้ถูกออกแบบมาให้มีความจำเพาะเจาะจงในการตรวจจับเซลล์มะเร็งเป้าหมาย (เช่น โปรตีน CD19 ที่พบบนผิวเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ BCMA ที่พบบนเซลล์มะเร็งไขกระดูกมัลติเพิลมัยอิโลมา)

เมื่อเซลล์ทีถูกอัปเกรดและเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนจนแข็งแกร่งแล้ว ก็จะถูกฉีดกลับเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย คราวนี้ ทีเซลล์ที่ติดอาวุธ CAR จะกลายเป็น 'นักล่า' ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถวิ่งตรงเข้าไปค้นหา ยึดเกาะ และทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

ก้าวสำคัญของศิริราชจาก ‘ผู้ซื้อ’ สู่ ‘ผู้สร้าง’

ที่ผ่านมา เทคโนโลยี CAR T-Cell ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2017 แต่สำหรับประเทศไทย การเข้าถึงการรักษานี้แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับคนส่วนใหญ่ เนื่องจากข้อจำกัดด้านต้นทุน

รศ.นพ. วีรภัทร โอวัฒนาพานิช อาจารย์ประจำสาขาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า ในอดีต การรักษาผู้ป่วย 1 ราย จะต้องส่งเม็ดเลือดขาวของคนไข้ไปดัดแปลงพันธุกรรมที่ต่างประเทศ แล้วจึงส่งกลับมารักษา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 15-20 ล้านบาทต่อราย

ด้วยเล็งเห็นถึงอุปสรรคดังกล่าว ทีมแพทย์และนักวิจัยศิริราช ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ และศูนย์ความเป็นเลิศทางงานวิจัยสเต็มเซลล์ของศิริราช จึงได้เริ่มวางแผนพัฒนาและผลิต CAR T-Cell ขึ้นเองในประเทศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562

ณ ตอนนี้ โรงพยาบาลศิริราชสามารถผลิต CAR T-Cell ที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูงได้เองภายในโรงพยาบาล โดยใช้ระบบการผลิตกึ่งอัตโนมัติที่เป็นระบบปิด ซึ่งเข้าเกณฑ์มาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP) ส่งผลให้สามารถ ลดต้นทุนการผลิตลงได้ประมาณสิบเท่า หรือเหลือค่าใช้จ่ายประมาณ 3 ล้านบาทต่อราย

ความหวังของผู้ป่วยระยะสุดท้าย

การพัฒนานี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องทดลอง แต่ได้ถูกนำมาใช้รักษาผู้ป่วยจริงแล้ว โดยศิริราชได้เริ่มดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยในผู้ป่วยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566

กลุ่มเป้าหมายแรกคือผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกลุ่มบีเซลล์ และมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมฟอยด์กลุ่มบีเซลล์ ที่อยู่ในภาวะดื้อต่อการรักษามาตรฐานทุกชนิด (เช่น ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก) หรือผู้ป่วยที่โรคกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่แทบไม่เหลือทางเลือกในการรักษา

รศ.นพ. วีรภัทร เผยว่า ปัจจุบันได้ทำการรักษาผู้ป่วยในโครงการวิจัยไปแล้ว 11 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีความหวังเหลือแล้ว ผลปรากฏว่า 'คนไข้สามารถตอบสนอง และหายขาดได้สูงถึงประมาณ 70%' ซึ่งเป็นอัตราที่เทียบเคียงได้กับผลการศึกษาในต่างประเทศ ถือเป็นการจุดประกายความหวังครั้งสำคัญให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว

อนาคตสู่การรักษามาตรฐาน และความท้าทายสู่มะเร็งชนิดก้อน

ความสำเร็จของศิริราชในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ในการทำให้เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy) กลายเป็นสิ่งที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้จริง (Accessible)

ผศ.นพ. สมิทธ์ กังวานเกียรติชัย อาจารย์ประจำสาขาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า แม้ CAR T-Cell จะมีผลข้างเคียงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็มีข้อดีคือผลข้างเคียงต่อเซลล์อื่นค่อนข้างน้อยกว่าการให้คีโมที่โจมตีเซลล์ที่แบ่งตัวเร็วทั้งหมด

เป้าหมายในระยะยาวของทีมแพทย์ ไม่ใช่แค่การรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง แต่คือการผลักดันให้เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งนี้กลายเป็นการรักษามาตรฐานในประเทศไทย เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและหายขาดให้ผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยา

นอกจากนี้ ทิศทางการวิจัยในอนาคตยังมุ่งเน้นการพัฒนา CAR T-Cell เพื่อใช้รักษามะเร็งชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ 'มะเร็งชนิดก้อน' (Solid Tumors) ซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะถือเป็นการปฏิวัติการรักษาโรคมะเร็งครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงชัยชนะของสถาบันการแพทย์ แต่เป็นแสงสว่างแห่งความหวังสำหรับผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขของไทยทั้งหมด

หมายเหตุ: ปัจจุบัน ศิริราชได้มีการเปิด "กองทุนเพื่อพัฒนาการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด" เพื่อสนับสนุนการวิจัยและเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษานี้ได้มากขึ้น สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://donation.sirirajfoundation.or.th/campaign/D004321

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT เผยงานวิจัยล่าสุด ลำไส้แยกแบคทีเรีย ‘ดี-ร้าย’ ได้ อาจช่วยต่อยอดสู่การรักษาโรคในอนาคต

งานวิจัยล่าสุดของ MIT เผยให้เห็นวิธีที่เซลล์ประสาทในลำไส้ใช้แยกแยะแบคทีเรียดีและร้ายได้แล้ว โดยพบว่ากุญแจสำคัญคือ ‘สารที่เคลือบอยู่บนผิวของแบคทีเรีย’...

Responsive image

นักวิจัย Northwestern สร้าง 'เซลล์ประสาทเทียม' ส่งสัญญาณคุยกับสมองจริงได้ เปิดทางฟื้นฟูการได้ยิน การมองเห็น การเคลื่อนไหว

คนที่สูญเสียการได้ยิน การมองเห็น หรือการเคลื่อนไหว ปัจจุบันมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ปัญหาใหญ่คือ สัญญาณที่อุปกรณ์ส่งไปยังสมองยังไม่เหมือนของจริง สมองจึงตอบสนองได้ไม...

Responsive image

นักวิจัย MIT สร้าง ‘กล้ามเนื้อเทียม’ จากเส้นใยไฟฟ้า เล็กกว่าไม้จิ้มฟัน ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีเสียง หดยืดได้เหมือนกล้ามเนื้อจริง

นักวิจัย MIT และ Politecnico di Bari พัฒนากล้ามเนื้อเทียมแบบเส้นใยที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่ต้องใช้มอเตอร์หรือปั๊มภายนอก ทำงานเงียบสนิท เปิดทางสู่หุ่นยนต์ Exoskeleton และอุปกรณ์เที...