
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ หรือ BLS ได้ประเมินแนวโน้มการจ้างงานกว่า 324 อาชีพ พบว่า มี 14 อาชีพ ที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วเป็นพิเศษ โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม เทคโนโลยี และ สาธารณสุข ซึ่งเป็นสองอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเร็วที่สุดในยุคปัจจุบันบทความนี้จึงรวบรวมอาชีพที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อช่วยให้เห็นภาพว่า ตลาดแรงงานกำลังต้องการอะไร และ ทักษะแบบไหนที่ควรเริ่มเตรียมตัวไว้ก่อน
นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลทำหน้าที่ตั้งคำถามจากข้อมูลจำนวนมาก แล้ววิเคราะห์เพื่อหาคำตอบ เช่น การคาดการณ์แนวโน้ม การสร้างโมเดลทำนายผลลัพธ์ และการพัฒนาอัลกอริทึม งานนี้ต้องใช้เครื่องมืออย่าง Python, SQL และเทคนิค Machine Learning เพื่อค้นหารูปแบบในข้อมูล และแปลงข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นแนวคิดเชิงธุรกิจที่นำไปใช้ได้จริง
หน้าที่หลักคือการปกป้องระบบ เครือข่าย และฐานข้อมูลขององค์กร ตั้งแต่วางนโยบายความปลอดภัย ตรวจสอบความเสี่ยง ไปจนถึงรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ งานนี้ต้องทำงานร่วมกับหลายทีม และต้องอัปเดตความรู้ด้านความปลอดภัยอยู่ตลอด
อาชีพนี้ช่วยให้บริษัทเข้าใจลูกค้า คู่แข่ง และโอกาสในตลาดใหม่ ๆ ผ่านการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล พวกเขาต้องหาคำตอบว่า “ลูกค้าต้องการอะไร” “ตลาดกำลังไปทางไหน” และ “สินค้าควรยืนตรงจุดใด” งานนี้ต้องใช้ทั้งการคิดเชิงวิเคราะห์และการสื่อสาร
ดูแลภาพรวมการเงินของบริษัท ทั้งรายรับ รายจ่าย และการวางแผนทางการเงินระยะยาว เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง อาชีพนี้ต้องใช้ทั้งการวิเคราะห์ การวางแผน และการสื่อสาร
รับผิดชอบดูแลเครือข่ายและระบบไอทีของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะเข้าถึงซอฟต์แวร์และเครื่องมือต่างๆ ได้โดยไม่ติดขัด
ผู้อยู่เบื้องหลังการเขียนโค้ด สร้างแอปพลิเคชัน และอัปเดตอินเทอร์เฟซต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น พวกเขาออกแบบและสร้างโปรแกรมที่เราใช้กันทุกวันทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ งานนี้ต้องรู้ภาษาคอมพิวเตอร์และเข้าใจความต้องการของผู้ใช้อย่างลึกซึ้งเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้จริง
ผู้สร้างเว็บไซต์ให้แก่แบรนด์และบริษัทต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 สายหลักคือ Back-end (หลังบ้าน), Front-end (หน้าบ้าน), Full-stack (ทำทั้งหน้าและหลังบ้าน) และ Webmaster (ผู้ดูแลเว็บ) พวกเขาต้องเชี่ยวชาญภาษาคอมพิวเตอร์อย่างน้อยหนึ่งภาษาและเข้าใจหลักการออกแบบพื้นฐาน
นักแก้ปัญหาที่ใช้ข้อมูล คณิตศาสตร์ และสถิติในการหาคำตอบ ส่วนใหญ่มักทำงานเป็นพนักงานประจำหรือที่ปรึกษาให้บริษัทต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ประเด็นทางธุรกิจและหาทางออกที่ดีที่สุด ทักษะนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับแทบทุกอุตสาหกรรมในโลก
ด่านหน้าในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่คอยอำนวยความสะดวกให้คนไข้ ตั้งแต่ซักประวัติ เตรียมการตรวจ อธิบายเรื่องยา ไปจนถึงการตรวจแล็บเบื้องต้นและเก็บตัวอย่างส่งตรวจ เพื่อให้แพทย์และพยาบาลทำงานได้คล่องตัวขึ้น
ทำงานใกล้ชิดกับผู้ที่มีปัญหาการใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ เพื่อประเมินปัญหาและให้การบำบัดทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม เป้าหมายคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ งานนี้ต้องการคนที่รับฟังเก่ง มีความเห็นอกเห็นใจ และคิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ
รับผิดชอบบริหารจัดการทรัพยากรและระบบภายในสถานพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนให้การรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่น งานนี้จำเป็นต้องมีความรู้ทั้งด้านการบริหารจัดการ ข้อกฎหมาย และระบบประกันสุขภาพ
พยาบาลเวชปฏิบัติเป็นพยาบาลขั้นสูงที่สามารถวินิจฉัยโรค ให้คำปรึกษา และสั่งยาได้ พวกเขาทำงานในสาขาเฉพาะทาง เช่น กุมารเวชหรือจิตเวช ซึ่งต้องผ่านการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น และต้องสื่อสารกับคนไข้ได้ดี พร้อมใช้การคิดวิเคราะห์ในการดูแลผู้ป่วย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความเสี่ยงทางการเงินโดยใช้สถิติขั้นสูงและคณิตศาสตร์เพื่อคำนวณโอกาสและต้นทุนของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้จะมักถูกเชื่อมโยงกับธุรกิจประกันภัย แต่ปัจจุบันความสามารถของพวกเขาเป็นที่ต้องการในทั้งภาครัฐ การศึกษา และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เพื่อช่วยในการวางแผนกลยุทธ์
ดูแลสุขภาพสัตว์ ตั้งแต่วินิจฉัย รักษา ป้องกันโรค ไปจนถึงให้คำแนะนำเจ้าของสัตว์ สามารถทำงานได้ทั้งคลินิก งานวิจัย และหน่วยงานรัฐ
เมื่อคุณอยู่ในอาชีพที่ ‘ใครๆ ก็ต้องการตัว’ ข้อได้เปรียบแรกคืออำนาจการต่อรอง คุณจะมีคู่แข่งน้อยลงและสามารถเจรจาเงื่อนไขการจ้างงานได้ดีกว่า
นอกจากนี้ยังมีความมั่นคงสูงกว่า ในขณะที่โลกกำลังกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่คน McKinsey ประเมินว่าภายในปี 2030 งานกว่า 400 ล้านตำแหน่งอาจได้รับผลกระทบ การเลือกสายงานที่เติบโตสูง จึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้คุณก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงและไม่ตกงานง่ายๆ
อ้างอิง: coursera.
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด