ไขข้อข้องใจ ‘สาวเสิร์ฟจีน’ เป็นคนหรือหุ่นยนต์กันแน่

คลิปสาวเสิร์ฟจีนที่มีท่าทางคล้ายหุ่นยนต์กำลังเป็นไวรัลบน TikTok ซึ่งตอนนี้เป็นประเด็นถกเถียงกันว่า ตกลงแล้วคือคนหรือหุ่นยนต์กันแน่ ! 

สาวเสิร์ฟจีนบน TikTok เป็นคนหรือหุ่นยนต์ ?

คลิปสาวเสิร์ฟดังกล่าวมียอดคนดูบน TikTok มากกว่า 70,000 ครั้งแล้ว โดยเธอคนนี้ยกอาหารมาเสิร์ฟด้วยท่าทางคล้ายกับหุ่นยนต์ Humanoid หรือหุ่นยนต์ที่มีลักษณะท่าทางคล้ายกับมนุษย์มากที่สุด ซึ่งนอกจากท่าทางแล้ว หน้าตาของเธอก็ดูเหมือนไม่ใช่คนจริง ๆ อีกด้วย

ตามรายงานจาก South China Morning Post เผยว่า สาวเสิร์ฟคนนี้แท้จริงแล้วไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่เป็นเจ้าของร้านอาหารและนักเต้นมืออาชีพ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เธอสามารถแยกการเคลื่อนไหวอวัยวะในแต่ละส่วนได้อย่างเชี่ยวชาญ ทำให้การเลียนแบบท่าทางหุ่นยนต์ของเธอแนบเนียนมากจนแทบแยกไม่ออก (เครดิตคลิปวิดีโอ: South China Morning Post)

แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่หลาย ๆ คนเห็นคลิปสาวเสิร์ฟจีนคนนี้แล้วคิดว่าเป็นหุ่นยนต์จริง ๆ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนก็ได้ประกาศว่า รัฐบาลมีแผนที่จะผลิตหุ่นยนต์ ‘ขั้นสูง’ จำนวนมากภายในปี 2025 เพื่อจะทำให้จีนกลายเป็นผู้เล่นชั้นนำระดับโลกในการสร้างหุ่นยนต์ Humanoid

จีนผู้นำด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของโลก

จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าในการผลิตหุ่นยนต์ โดยเฉพาะหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม จีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลกติดต่อกันถึง 8 ปี และในภาคบริการก็กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งในปี 2021 ตลาดของหุ่นยนต์บริการของจีนมีมูลค่าถึง 2.35 แสนล้านบาท 

โดยคาดว่าในปี 2027 จะมีโอกาสเติบโตมากขึ้นเป็น 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของตลาดหุ่นยนต์ในภาคบริการของโลกที่อาจสูงถึง 5.4 ล้านล้านบาทในปี 2030 เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น 

  • มีระบบอัตโนมัติเพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรมร้านอาหาร: ร้านอาหารหลายแห่งเริ่มใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ เพราะสามารถใช้คนน้อยลงและประหยัดต้นทุนได้ดี รวมถึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพคงที่ทุกวัน (ไม่ป่วยและไม่เหนื่อย)
  • มีการลงทุนด้านนวัตกรรมเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการบริการ: เมื่อภาคบริการมีความต้องการเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น บริษัทต่าง ๆ จึงหันมาสนใจมาลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในด้านนี้สูงขึ้นตามไปด้วย
  • ปัญหาขาดแคลนแรงงาน: งานร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในงานบริการที่เหนื่อย และเงินน้อย ทำให้แรงงานส่วนใหญ่เลือกไปทำงานที่สบายกว่า การนำหุ่นยนต์มาใช้งานแทนจึงช่วยลดปัญหาการขาดแคลนคนไปได้ 

ถึงแม้ว่าในภาคบริการโดยเฉพาะอุตสาหกรรมร้านอาหารหุ่นยนต์ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีกว่ามนุษย์ แต่เจ้าของร้านอาหารหลาย ๆ แห่งที่ใช้หุ่นยนต์ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มนุษย์ยังจำเป็นมากที่สุดในงานภาคบริการ เพราะมีเพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถสร้าง Customer Experience ที่ดีได้

และหุ่นยนต์ก็ยังไม่สามารถทำงานได้ครอบคลุมทุกส่วน เช่น ไม่สามารถเดินขึ้นบันได, หยิบของจากเคาร์เตอร์ หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ สิ่งเหล่านี้ยังจำเป็นต้องใช้แรงงานคนอยู่ แต่หุ่นยนต์เป็นเพียงสิ่งที่เข้ามาช่วยให้คนทำงานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

อ้างอิง: scmp, businessinsider, tiktok, equalocean, latimes, arizton, zdnet

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...

Responsive image

ไต้หวันคือ 'ศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI' ทำไม NVIDIA ถึงทุ่มหนักมากขึ้น 10 เท่า เบื้องหลังแคมปัสใหม่ Constellation ของ NVIDIA

เมื่อ 4-5 ปีก่อน NVIDIA ใช้เงินซื้อของจากซัพพลายเออร์ในไต้หวันราว 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี วันนี้ตัวเลขนั้นอยู่ที่ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และ Jensen Huang เพิ่งประกาศกลา...

Responsive image

ชวนดู ‘โมเดลสีคิ้ว’ กรณีศึกษา Smart City ท้องถิ่นที่เริ่มจากการแก้ปัญหาใกล้ตัว สู่การใช้ Data จัดการทั้งเมือง

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘Smart City’ หรือเมืองอัจฉริยะ หลายคนอาจนึกภาพเมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สำหรับสีคิ้วการสร้างเมืองอัจฉริยะเริ่มต้นมาจากจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือการทำให้ป...