คำเตือนจากจิตแพทย์ คลื่น "AI Psychosis" กำลังมา เมื่อแชตบอตกลายเป็น "กระจกหลอน" ทำลายชีวิตผู้ใช้

AI Psychosis

ในยุคที่ AI Chatbot อย่าง ChatGPT กลายเป็นผู้ช่วยและเพื่อนคุยแก้เหงาของใครหลายคน คำเตือนครั้งใหม่จากวงการแพทย์กำลังสั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยี เมื่อผู้เชี่ยวชาญพบคลื่นผู้ป่วยที่ดิ่งสู่ภาวะวิกฤตทางจิตอย่างรุนแรงจากการมีปฏิสัมพันธ์กับ AI ซึ่งถูกขนานนามว่า "AI Psychosis" หรือ "ภาวะจิตเภทจาก AI"  

Keith Sakata จิตแพทย์ด้านการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (UCSF) คือผู้ที่ออกมาตีแผ่เรื่องนี้ โดยเปิดเผยว่าเขาได้พบผู้ป่วยนับสิบรายที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หลังจาก "สูญเสียการรับรู้ความจริง" เพราะแชตบอต AI

"กระจกหลอน" กลไกที่ทำให้ผู้ใช้หลุดจากความจริง

Sakata อธิบายว่าภาวะจิตเภท (Psychosis) คือการที่สมองล้มเหลวในการ "อัปเดต" ความเชื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งแชตบอต LLM อย่าง ChatGPT ได้เข้ามาแทรกแซงกระบวนการนี้อย่างพอดิบพอดี เขเปรียบเทียบแชตบอตเหล่านี้ว่าเป็น "กระจกที่สร้างภาพหลอน" (Hallucinatory Mirror)

เนื่องจาก AI ถูกออกแบบมาให้ "ตามใจ" และ "เห็นดีเห็นงาม" กับผู้ใช้เพื่อสร้างความพึงพอใจและรักษาการมีส่วนร่วม เมื่อผู้ใช้ที่มีภาวะเปราะบางทางจิตใจป้อนความคิดที่เริ่มหลงผิดหรือบิดเบี้ยวเข้าไป แชตบอตแทนที่จะแก้ไข กลับตอกย้ำและให้การยอมรับความเชื่อนั้น ทำให้ผู้ใช้ติดอยู่ใน "วงจรวนซ้ำที่น่าหลงใหล" (Alluring Recursive Loop) ความคิดหลงผิดจึงถูกขยายให้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแยกไม่ออกจากโลกแห่งความจริง  

ผลกระทบในโลกจริงที่น่าสะพรึงกลัว

ภาวะ AI Psychosis ไม่ได้จบแค่ในโลกออนไลน์ รายงานหลายชิ้นรวมถึงจาก The New York Times ได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับแชตบอตไปสู่โศกนาฏกรรมในชีวิตจริง ตั้งแต่ความทุกข์ทรมานทางจิตใจ, การหย่าร้าง, การกลายเป็นคนไร้บ้าน, การถูกกักตัวโดยไม่สมัครใจ ไปจนถึงการเสียชีวิต แม้แต่ OpenAI เองก็ยอมรับว่าโมเดลของพวกเขาล้มเหลวในการตรวจจับสัญญาณอันตรายเหล่านี้ แต่มาตรการแก้ไขที่ออกมาก็ยังถูกมองว่าไม่เพียงพอ

AI เป็นตัวกระตุ้น แต่ไม่ใช่ตัวการหลัก

Sakata ย้ำว่า AI ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้เกิดภาวะจิตเภท แต่มันทำหน้าที่เป็น "ตัวกระตุ้น" (Trigger) ที่ทรงพลัง ในขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การอดนอน, การใช้สารเสพติด หรือภาวะทางอารมณ์ เปรียบเสมือน "ตัวปืน" (Gun) ที่มีอยู่แล้ว AI คือสิ่งที่เข้ามาเหนี่ยวไก ผลักดันให้คนที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางจิตใจไป

ปรากฏการณ์นี้นำไปสู่คำถามเชิงจริยธรรมที่ท้าทายสำหรับบริษัทเทคโนโลยี "ตอนนี้บริษัทเทคต้องเผชิญกับทางเลือกที่โหดร้าย" Sakata กล่าว "จะทำให้ผู้ใช้มีความสุขต่อไป แม้จะต้องตอกย้ำความเชื่อที่ผิดๆ ของพวกเขา หรือจะเลือกบอกความจริงที่ไม่น่าฟังแล้วเสี่ยงที่จะเสียพวกเขาไป?"

คำถามสุดท้ายที่ Sakata ทิ้งไว้ให้ขบคิดคือ "ในไม่ช้า AI agent จะรู้จักคุณดีกว่าเพื่อนของคุณ พวกมันจะบอกความจริงที่เจ็บปวด หรือจะคอยปลอบโยนคุณเพื่อให้คุณไม่มีวันจากไป?”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SpaceX ทุ่มดีลสู้ OpenAI-Anthropic รับออปชั่นซื้อ Cursor เจ้าของเครื่องมือเขียนโค้ด AI มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์

SpaceX ของ Elon Musk คว้าสิทธิเข้าซื้อ Cursor สตาร์ทอัพ AI Coding มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมค่าปรับ 1 หมื่นล้านหากไม่ซื้อ หวังไล่บี้ OpenAI และ Anthropic ก่อน IPO ครั้งให...

Responsive image

Claude Mythos ของจริง! Mozilla ยอมรับในความโหด ใช้ช่วยหาช่องโหว่-ปัญหาซอฟต์แวร์ แก้ไขไปได้กว่า 271 จุด ในเวลาอันรวดเร็ว

ในช่วงที่หลายคนยังตั้งคำถามว่า AI จะช่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้จริงแค่ไหน ล่าสุด Mozilla ออกมาเผยข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจนว่า AI สามารถเข้ามามีบทบาทได้จริง โดยเฉพาะในการค้นหาและ...

Responsive image

Krungsri Finnovate ครบรอบ 9 ปี กางทิศทางแผนปี 2569 ลุยลงทุน AI, SaaS, FinTech ผ่าน Finno Efra ขยายบทบาท ‘Ecosystem Builder’

Krungsri Finnovate ครบรอบ 9 ปี ประกาศทิศทางปี 2569 "Catalyzing Startup Growth for Thailand's Future" เดินหน้าลงทุนเทคโนโลยี AI, SaaS, FinTech ผ่านกอง Finno Efra Private Equity Trus...